จะรับมืออย่างไรเมื่อพลังงานขึ้นราคา


7 เมษายน  2555

น้ำมันก๊าซโซฮอล 95 เพิ่งประกาศขึ้นราคาอีกลิตรละ  50 สต. ไปเมื่อ สองสามวันก่อน มีความรู้สึกเหมือนโดนปล้นกลางแดดอีกแล้ว ทั้งเจ็บทั้งแสบ

ยังไม่ทันหายเจ็บดี รัฐบาลประกาศเมื่อวานนี้ว่า จะขึ้นราคาก๊าซหุงต้มแน่นอนวันที่ 1 มค 2556 จาก 8.50 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 14.50 บาทต่อกิโลกรัม

ท่านจะทำอย่างไร? ท่านเตรียมตัวรับมืออย่างไร? หรือก้มหน้าก้มตารับกรรมหาเงินมาจ่าย หรือเตรียมขึ้นราคาอาหารผลักภาระให้คนกินต่อไป

ท่านผู้ขายอาหารทั้งหลาย ที่ต้องใช้แก๊ซทำอาหารปริมาณมากๆ ท่านลองพีจารณาเตาหุ้งต้มจากแสงอาทิตย์ ตามรูปที่นำมาแสดงไว้ข้างล่างนี้

ตัวอย่างเตาแสงอาทิย์ แบบที่หนึ่ง

ตัวอย่างเตาแบบที่สอง

เตาแสงอาทิตย์อาจจะไม่เหมาะต่อการผ้ด ทอด อาหารไทยที่ต้องการความร้อนสูงโดยรวดเร็ว แต่จะเหมาะต่อการทำอาหารแบบต้ม ตุ๋น ระยะนานๆ เช่นต้มขาหมู ต้มน้ำก๋วยเตี๋ยว ย่าง เป็นต้น ท่านอาจจะประหยัดค่าแก๊ซลงได้ ชดเชยกับราคาที่เพิ่มขึ้นได้บ้าง

ราคาเตาก็ไม่ได้แพงเป็นหมื่นเป็นแสน ถ้าท่านมีฝีมือทางช่างไม้ ท่านอาจทำเองได้ในราคาไม่กี่ร้อยบาทด้วยซ้ำไป สิ่งที่มีราคาสูงที่สุดในการทำคือกระจกเงาสะท้อนแสง

ลองดูนะครับ ท่านยังพอมีเวลาเหลืออีก 7-8 เดือน ก่อนที่แก๊ซจะขึ้นราคา

(ดูรายละเอียดวิธีการทำได้จากหัวข้อเตาแสงอาทิตย์ในบล็อกนี้แหละครับ)

รัฐบาลประกาศต้องขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด ต้องเก็บเงินเข้ากองทุนเพิ่มขึ้น ต้องขึ้นราคาแก๊ซ LPG NGV ทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคครัวเรือน

ราคาน้ำมัน ณ วันที่ 23 มีนาคม 2555

แก๊ซโซฮอล 91  – 38.48  บาทต่อลิตร

แก๊ซโซฮอล 95 – 40.23  บาทต่อลิตร

ดีเซล                   – 32.33  บาทต่อลิตร

แก๊ซ NGV         – 10.00 บาทต่อกก.

ต่อจากนี้ไปพลังงานจะมีราคาแพงขึ้นเรื่อยๆๆๆ ไม่มีทางจะลดลงอีกแล้ว ค่าครองชีพของคนไทยทั้งในต่างจังหวัดและในกรุงเทพจะสูงขึ้นทุกที ไม่ว่า ชาวนาชาวไร่ ชาวประมง พ่อค้าแม่ค้า ขายอาหาร ทำมาหากินได้มาต้องส่งเงินไปให้อาหรับเป็นค่าพลังงานเป็นส่วนใหญ่

เราจะรับมือกับเรื่องนี้อย่างไร เราจะนอนรอเฉยๆ ให้อาหรับมาทำนาบนหลังเราไปเรื่อยๆ จนในที่สุดเราก็หมดแรงตาย เนื่องจากอาหรับมันสูบเลือดเราไปกินหมด

ผมมีข้อเสนอที่พวกเราต้องลุกชึ้นมาช่วยกันหาพลังงานทางเลือกอื่นๆที่มีอยู่ในเมืองไทยมาใช้ทดแทนพลังงานที่ต้องซื้อหาจากอาหรับ  เราอาจจะหามาทดแทนไม่ได้ 100 % ก็ตาม แต่ถ้าเราสามารถลดค่าใช้จ่ายลงได้ สิบบาท ร้อยบาท หรือห้าร้อยบาท ต่อเดือนต่อครัวเรือนในตอนแรกๆ  เราจะสามารถปรับปรุงหาทางพัฒนาต่อไปได้ในอนาคต

ผมได้แบ่งแนวทางพัฒนาพลังงานไว้ดังนี้:

1) สำหรับชาวนา ชาวไร่ ชาวประมงชายฝั่ง ชาวนากุ็ง ต้องหาเชื้อเพลิงจาก น้ำมันสบู่ดำ น้ำมันจากหยีน้ำ ด้วยแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงมาทดแทนน้ำมันดีเซลลนำเข้า

2) พ่อค้าแม่ค้าที่หากินด้วยการขายอาหาร ผลิตอาหารขาย ต้องหันมาใช้เดาหุงต้มด้วยเตาหุงต้มแสงอาทิตย์ เพื่อลดการใช้แก๊ซ LPG ลง (ดูรายละเอียดเรื่องเตาแสงอาทิตย์ได้ในบล็อกนี้)

3) พลังงานจากกังหันลมสำหรับผู้ที่ต้องการสูบน้ำเข้านา หรือผู้ที่ต้องการผลิตกระแสร์ไฟฟ้าไว้ใช้เอง

ผมอยากจะฝากอาจารย์ นักศึกษาในมหาวิทยาลัย ช่วยกันหันมาทำเครื่องต้นแบบเรื่องนี้กันหน่อยครับ นักศึกษาสามารถนำเอานวตกรรมเหล่านี้ไปพัฒนาเป็นอาชีพได้ไม่ยาก

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s