ถึงเวลาหรือยังที่เราจะหันมาพัฒนาเตาแสงอาทิตย์ ?


ในช่วงนี้ผมไม่ค่อยได้มีโอกาศไปท่องโลกบ่อยๆเหมือนแต่ก่อน ทั้งนี้เพราะมีภาระกิจรุมล้อมหลายเรื่อง  แต่เปลี่ยนจากการเดินทางไปเที่ยว มาเป็นการท่องเที่ยวทางอินเตอร์เน็ตแทน ไปค้นหาข้อมูลต่างๆที่จะเป็นประโยชน์มาเผยแพร่ให้พวกเรา

ปีนี้ประเทศไทยเจอแต่ปัญหามากมายตั้งแต่ เสื้อเหลือง เสื้อแดง วิกฤติการทางการเมือง ฝนแล้ง น้ำท่วม ทำให้คนไทยเดือดร้อนไปหลายล้านคน บางคนหมดตัว บางคนหมดเงินไปมากมาย   หลังจากนี้ก็ต้องซ่อมแซมบ้าน ซ่อมแซมเครื่องมือทำมาหากิน ต้องใช้เงินอีกมาก หลังจากนี้ก็เดาไม่ถูกว่าจะมีวิกฤติการอะไรมาอีก บางคนบอกว่าจะมีภัยหนาวมาอีก จะมีซึนามิมาอีก ก็สุดที่จะคาดเดา ไม่รู้ว่าจะเจออะไรกันอีกกี่ละลอก

ในช่วงที่ผ่านมาผมเน้นเรื่องนำขยะมาทำประโยชน์ สร้างรายได้ แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม มีผู้สนใจเข้ามาชมมากกว่าเดิมมาก จากวันละ 200 กว่าครั้ง ขึ้นมาเป็นวันละ 400-550 ครั้ง นับว่าทำให้ผมมีกำลังใจไปค้นหาข้อมูลเรื่องต่างๆ มาเผยแพร่อีก  จากการที่ผมนำเสนอเรื่องพลังงานจากพืชมาหลายเรื่อง ตอนนี้ผมคิดว่าเราต้องเน้นเรื่องพลังงานจากแสงอาทิตย์ที่ประเทศไทยมีมากถึง 300 กว่าวันต่อปี ว่าเราจะเอามาใช้ประโยชน์ได้อย่างไร นอกเหนือจากการใช้โซลา่่ร์เซลล์มาทำไฟฟ้า เราต้องเตรียมตัวรับมืิอกับปัญหาด้านพลังงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแต่เนิ่นๆ

ที่แน่ๆคือ ราคาน้ำมันจะต้องสูงขึ้น จากนั้นราคาค่าแก๊ซหุงต้มต้องเพิ่มขึ้นแน่ ประเทศไทยเราใจเย็นกันมากในเรื่องนี้ ไม่ค่อยกังวลว่าราคาค่าแก๊ซหุงต้มมันจะสูงขึ้น เพราะถือว่าเราเจาะแก๊ซขึ้นมาใช้ได้เอง แต่ลืมไปว่าหากราคาน้ำมันโลกเพิ่มขึ้นบริษัทที่ได้สัมปะทานเจาะแก๊ซก็ต้องขอขี้นราคาไปด้วย เมื่อถึงตอนนั้นพวกเราก็จะเดือดร้อนในการทำมาหากินไปด้วย เพราะการหุงต้ม การทำอาหารขาย การผลิตอีกหลายอย่างต้องพึ่งพาแก๊ซหุงต้มทั้งสิ้น จะแก้ไขอะไรก็ต้องใช้เวลาในการแก้ไข  เมื่อถึงเวลานั้นก็จะเข้าตำรา “ไม่เห็นโรงศพ ไม่หลั่งน้ำตา”

ประเทศเรามีการใช้พลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์มาทำแค่ตู้อบบ้างเล็กๆน้อยๆ เมื่อเทียบกับประเทศเวียดนามเพื่อนบ้านเราที่ได้รับแสงแดดพอๆกับบ้านเรา เค้าไม่ได้นิ่งนอนใจแบบเรา ประเทศเค้ามีการศึกษาวิจัยในการนำเอาความร้อนจากแสงอาทิตย์มาใช้ในการหุงหาอาหารกันอย่างจริงจังมาตั้งแต่สิบกว่าปีมาแล้ว เค้าก้าวหน้าในเรื่องนี้ไปมากกว่าประเทศเรามากมาย มีการตั้งองค์กรพิเศษชื่อ Vietnam Solar Serve ทำหน้าที่วิจัยเรื่องนี้โดยเฉพาะ  เพื่อให้ระดับชาวบ้านสามารถรับประโยชน์จากงานวิจัยเหล่านี้อย่าทั่วถึง  ผมเอารูปเตาแสงอาทิตย์ที่เค้าพัฒนาขึ้นมาหลายรูปแบบ มาให้ดู

รูปเตาแสงอาทิตย์แบบแรกที่เวียดนามสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2541 เปลือกทำจากหวายสานทำให้น้ำหนักเบา ราคาถูกและสะดวกต่อการขนย้ายไปใช้งาน


มีกระจกรวมแสงอาทิตย์ส่องลงมาที่ภาชนะที่อยู่ในตระกร้า

นี่เป็นเตาอีกรูปแบบหนึ่งที่มีต้นทุนในการผลิตสูงขึ้น ได้ความร้อนสูงขึ้น ทำเป็นรูปทรงแบบลูกบอลล์ผ่าซีก ซึ่งทำได้ง่ายๆ ช่างทำเหล็กดัดของเราทำได้สบายๆ

นี่เป็นรูปของเตาแบบลูกบอลล์ที่นำมาลงให้ดูแบบเต็มๆเทียบกับเตาแบบกล่อง

 

การทำก็ไม่ยุ่งยากมากนัก นี่คือโครงเหล็กก่อนที่จะนะแผ่นอะลุมมิเนียมมากรุให้รอบ โปรดสังเกตุ ก้านเหล็กตรงกลางของโครง (12 นาฬิกา)ที่เจาะรูเล็กๆตลอดแนว  ตรงนี้เอาไว้ใช้ในการปรับมุมของจานให้รับกับแสงอาทิตย์อย่างเต็มที่ ตามการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์ตั้งแต่เช้าจนเย็น อีกประเด็นที่สำคัญ จานนี้ต้องมีลูกล้อ เพื่อสะดวกในการหมุนเตาให้สอดคล้องกับดวงอาทิตย์

 

ช่างกำลังตัดแผ่นอลุมมิเนียมเพื่อนำไปกรุบนโครงเหล็ก

แสดงการเชื่อมโครงเหล็ก โดยมีแผ่นไม้เป็นตัวพยุง

รูปนี้ให้เห็นการทำโครงไม้

สองรูปข้างบนแสดงให้เห็นการพัฒนาจากเตาแบบแรกที่อยู่ในหวายสาน อันนี้ดัดแปลงมาทำเป็นกล่องไม้

ที่ผมนำรูปของเวึยตนามมาลงให้ดูกันหลายรูปเพื่อแสดงให่เห็นความจริงจังที่เค้าทุ่มเทให้กับเรื่องเตาหุงต้มอาหารที่นำความร้อนจากแสงอาทิตย์มาใช้ เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงที่ต้องเสียเงินสูงและนับวันจะมีราคาสูงขึ้นไปเรื่อยๆ  แต่เตาแสงอาทิตย์ของเวียดนามก็ยังมีข้อเสียที่ไม่เหมาะสมกับการดำรงชีวิตของคนไทย ที่ผมจะชี้ให้เห็นเป็นข้อๆดังนี้

  • เตาแบบกล่อง จะให้ความร้อนไม่สูงมาก เตาตั้งกับพื้นเพราะชาวเวียดนามเวลาทำอาหารจะนั่งยองๆอย่างที่เห็นในภาพ
  • เตาแบบลูกบอลล์ผ่าซีก หรือแบบจาน ให้ความร้อนสูงกว่า ประโยชน์ใช้สอยดีกว่า แต่ข้อเสียคือคนทำอาหารจะต้องตากแดด และร้อนมาก

ผมเลยไปค้นหาเตาแบบง่ายๆที่จะเหมาะกับวัฒนธรรมของคนไทยมาให้ท่านดูกัน แต่ได้ใช้เวลาค้นอยู่นานก็ไม่มีแบบใดแบบหนึ่งที่จะเหมาะกับคนไทย  แต่ได้เจอว่ามีหลายแบบที่สามารถนำมาดัดแปลง โดยเอาข้อดีของแบบหนึ่งไปบวกกับข้อดีของอีกแบบหนึ่ง เพื่อให้เหมาะกับบ้านเรา

แบบแรกที่นำมาให้ดูเป็นแบบง่ายๆทำได้เอง ราคาถูกเหมาะกับการปิ้ง ย่าง เช่นย่างไก่ ย่างหมู ย่างใส้กรอก  แต่ต้องปรับปรุงเสาสำหรับวางไก่เสียบไม้ ให้เหมาะกับการใช้งานมากกว่านี้

.

หากต้องการย่างไก่ทีละหลายตัวก็ต้องขยายเตาให้มีขนาดกว้างให้เหมาะสมกับตัวไก่

ขั้นแรกเอาไม้อัดมาสองแผ่นตัดตามขนาดที่ต้องการ โดยต้องมีสัดส่วนความยาวเป็นสี่เท่าของความกว้าง

จากนั้นเอาเชือกไนล่อนขนาดหัวแม่มือมาทาบที่มุมบนทั้งสองของแผ่นไม้อัด ปล่อยให้เซือกตกท้องช้างด้วยน้ำหนักของเชือกเอง จากนั้นให้ขีดเส้นตามแนวโค้งของเชือก  เอาปากกาสีมาทำเครื่องหมายที่เชือกเพืื่่อให้รู้ความยาวของส่วนโค้ง

จากนั้นเลื่อยไม้อัดทั้งสองแผ่นตามแนวส่วนโค้งที่ทำเครื่องหมายไว้

นำไม้อัดที่เลื่อยแล้วมาประกอบกับแผ่นพื้นตามรูป หากเตาที่ต้องการมีความกว้างมากอาจจะต้องเพิ่มโครงไม้ให้แข็งแรงมากขึ้นตามความเหมาะสม

นำเชือกที่ทำเครื่องหมายไว้มาวัดความยาวแล้วตัดแผ่นไม้อัดอย่างบางที่สามารดัดให้โค้งตามที่เลื่อยไว้ ให้กว้างยาวตามที่ออกแบบไว้ จากนั้นเอาแผ่นอลุมมิเนียมอย่างมัน มาปูบนแผ่นไม้อัด อย่าลืมทำเครื่องหมายตรงกึ่งกลางของความยาวไว้ด้วย

เสร็จแแล้วนำไปประกอบกับโครงไม้อัดข้างต้น  เมื่อประกอบเสร็จแล้ว แสงอาทิตย์จะสะท้อนกับแผ่นอะลุมมิเนียมไปรวมกันตรงจุดกึ่งกลางของความโค้งที่ทำเครื่องหมายไว้

แต่ระดับความสูงจากพื้นผิวนั้นจะอยู่ตรงจุดไหนต้องทดสอบหาจุดรวมแสงเอาเอง เมื่อได้ความสูงแล้วก็ทำเสาที่จะวางไม้เสียบไก่ย่างให้สูงเท่านั้น

อีกประเด็นที่สำคัญ ต้องใส่ล้อแบบที่หมุนได้รอบต้วสักสี่ หรือ หก ล้อเพื่อจะได้หมุนเตาให้สอดคล้องกับการโคจรของดวงอาทิตย์

ทีนี้ถ้าจะทำการทอด ผัด ต้ม ที่เป็นการทำอาหารแบบไทยๆนั้นจะใช้เตาแบบไหนจึงจะเหมาะ  เตาที่เป็นรูปจานอย่างของเวียดนามก็เหมาะเพราะให้ความร้อนสูงอย่างรวดเร็ว

แต่ข้อเสียคือขนาดที่ไม่เหมาะต่อการใช้งานในบ้าน หรือการมาติดตั้งหน้าร้านขายอาหาร นอกจากนั้นพ่อครัว/แม่ครัวต้องตากแดดและร้อนเวลาทำอาหาร  ผมไปเจอเตาที่ทำแบบ กล่องคล้ายๆกับของเวียดนามที่นำรูปมาลงไว้ให้ดูข้างต้น แต่อันนี้เป็นของฝรั่งทำ ท่าทางจะให้ความร้อนมากกว่าของเวียดนาม ผมเอาวีดีโอคลิปมาให้ดู เพื่อให้เห็นข้อดีของเตานี้คือ

๑) ด้านบนของเตาแทนที่จะทำเป็นแนวราบ กลับทำเป็นแนวเอียงลาด เพื่อเปิดพื้นที่ให้ความร้อนและแสงอาทิตย์ ส่องเข้าไปในกล่องให้มากขึ้น

๒) แผ่นรวมแสงอาทิตย์ เป็นแผ่นโค้ง เพื่อรวมแสงให้เข้มข้นขึ้นอีก และปรับมุมได้เพื่อให้สอดคล้องกับมุมของดวงอาทิตย์

แต่ก็มีข้อที่ไม่เหมาะสมต่อการใช้กับการทำอาหารของคนไทยอยู่หลายประการกล่าวคือ

ก) การทำอาหารของฝรั่งจะเน้นเรื่อง อบ และต้ม ดังนั้นภายในกล่องจึงออกแบบมาให้เอาไก่ หรือเนื้อเข้ามาอบ ไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่มากขนาดเอากระทะใส่เข้าไปได้ รวมทั้งมีพื้นที่สำหรับผัดด้วย

ผมอยากให้ท่านดูคลิปด้านล่างก่อน เพื่อให้เห็นภาพ จากนั้นใหัดูคลิปที่สอง แล้วผมจะสรุปประเด็นข้อดีของคลิปที่สอง เชิญชมได้ครับ

จากแบบที่สอง มีข้อดีคือ

๑) กล่องไม้ทำได้สูงขึ้นและเปิดฝาด้านหลังได้ ทำให้พ่อ/แม่ครัวทำอาหารได้จากด้านหลังเตา ไม่ต้องโดนแดดร้อนเพราะแผงสะท้อนแสงอาทิตย์จะบังแดดให้ ทำให้ดีกว่าเตาแบบอื่นๆที่เอามาให้ดู

๒) มีขาทำให้เตาสูงขึ้นเหมาะสำหรับยืนผัดอาหารของคนไทย ที่ขามีลูกล้อทำให้หมุนได้ รอบตัวเพื่อให้รับแสงอาทิตย์ได้เต็มๆ

แต่ยังมีข้อต้องปรับปรุงเพื่อให้สะดวกกับการใช้งานของคนไทยยิ่งขี้นดังนี้

ก) ขยายขนาดของกล่องให้กว้างขึ้น และสูงขึ้น เพื่อให้เอากระทะใบบัวใส่เข้าไปได้ รวมทั้งเหลือพื้นที่ด้านบนให้ผัด ให้ทอดได้สะดวก

ข) แผ่นสะท้อนแสงต้องดัดแปลงให้มีพื้นผิวโค้งทั้งด้านกว้าง และด้านยาว เพื่อเกิดการรวมแสงที่เข้มข้นขึ้น

ค) ฝากล่องด้านหลังแทนที่จะทำเป็นแผ่นมาปิดแบบในคลิป ควรแก้ไขให้เป็นประตูแบบบานเลื่อนออกทางซ้ายและขวาเพื่อประหยัดพื้นที่

ง) แผ่นสะท้อนแสงนั้นอาจจะใช้กระจกแผ่นเล็กๆมาติด หรืออาจจะใช้แผ่นชีดีเก่ามาตัดปะโดยเอาด้านสีเงินออก จะทำให้เกิดความร้อนดีขึ้น

โดยสรุป การพัฒนาเตาแสงอาทิตย์เพื่อใช้ในการหุงต้มนั้น ไม่ใช่ต้องใช้เทคนิคอะไรที่ซับซ้อนเกินความสามารถของคนไทย ต้นทุนการทำไม่สูง ช่างแบบลูกทุ่ง หรือนักศึกษาเทคนิคก็สามารถพัฒนาได้ หากพัฒนาได้ก็จะทำให้เกิดรายได้ หรืออาชีพใหม่อีกแขนงหนึ่ง

นอกจากนั้น ยังช่วยให้เป็นการลดค่าใช้จ่ายค่าแก๊ซหุงต้มของคนไทยและเตรียมการรับมือก้บการที่ค่าแก๊ซจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างแน่นอน ถึงเวลานั้นเราจะได้มีทางเลือกที่จะสามารถลดค่าแก๊ชได้บ้างถึงแม้ว่าจะไม่ทั้งหมดก็ตาม ผู้ประกอบการที่ทำอาหารประเภทต้มแกงจะได้ประโยชน์อย่างชัดเจน

ประเทศเรามีการทำเตาหุงต้มจากแสงอาทิตย์น้อยมากๆหรือแทบไม่มีเลย เมื่อเทียบกับประเทศใกล้เคียงเช่นอินเดีย เวียตนาม หรือในแถบอาฟาริกา ข้อดีอีกอันหนึ่งของเตาแสงอาทิตย์คือในสถานะการณ์ฉุกเฉินที่ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีแก๊ซ ไม่มีฟืน ใช้ เตาแสงอาทิตย์สามารถเอามาใช้แก้ขัดได้ อย่างน้อยก็เอามาต้มน้ำกินได้  อย่าได้ใจเย็นกันอยู่เลยครับ

ผมจะพยายามหาเตาแสงอาทิตย์แบบใหม่ๆมาให้ท่านดูเป็นต้นแบบอีกเรื่อยๆ

คำเตือน: ในการทดลองทำเตาแสงอาทิตย์ต้องสวมแว่นป้องกันสายตาไว้เสมอ เพราะรังสียูวีจากดวงอาทิตย์ อาจทำให้เกิดโรคต้อได้

9 responses to “ถึงเวลาหรือยังที่เราจะหันมาพัฒนาเตาแสงอาทิตย์ ?

  1. ยอดเยี่ยมครับ ท่านเป็นบุคคลที่หาได้ยากในสังคม ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง มีอายุยืนยาว เป็นที่พึ่งของสังคมไปนาน ๆ

    ผมต้องการหาเตาอบสมุนไพร จึงมาพบบล็อคของท่าน ไม่ทราบท่านพอจะสร้างเตาอบสมุนไพรให้ผมในราคาที่คนไทยไม่ร่ำรวยพอซื้อได้ ได้ไหมครับ
    ผมจะรอคำตอบครับ

    ขอบคุณในความรู้ที่ท่านตั้งใจถ่ายทอด
    ด้วยความเคารพและนับถือยิ่ง
    สันยาสี

    • ขอบคุณในคำอวยพร ผมไม่ได้ทำธุรกิจอะไรอีกแล้ว นอกจากถ่ายทอดประสพการณ์และความรู้ให้เราชาวไทย ฟรีๆ เรื่องเตาอบสมุนไพร ผมจะหาขอมูลมาให้ เอาอย่างลูกทุ่งๆจะได้ไม่ต้องลงทุนมาก ส่วนท่านจะไปหาใครมาสร้างให้ก็สุดแล้วแต่ท่าน ผมคงไม่พร้อมด้วยประการทั้งปวง หรือมีท่านใดมีความสามารถในการสร้างก็บอกมาได้ ให้ท่านไปติดต่อกันเอง ผมไม่รับผืดชอบใดๆ เพราะผมไม่รู้จักท่านทั้งสองฝ่าย

  2. ผมสนใจในพลังงานแสงอาทิตย์มานานแล้วและพยายามที่จะค้นคว้าทดลองไปเรื่อยๆเพิ่งเข้ามาที่นี่เป็นครั้งแรก น่าสนใจครับ เลยอยากเอาเตาอบแสงอามิตย์ที่ได้คิดใว้
    มาให้พิจรณา จาก
    http://www.rakbankerd.com/agriculture/wb/show.php?Category=agriculture&No=20458

  3. ลุงอรรถ,
    ขอบคุณมากครับสำหรับความคิดเห็น ผมยินดีมากที่มีคนไทยสนใจที่จะพัฒนาเตาแสงอาทิตย์ ผมได้ไปดูที่เว็บของคุณลุงและเห็นเตาที่พัฒนาแล้ว น่าสนใจทีเดียวแต่มันอาจจะร้อนช้าไปหน่อย ตามทฤษฎีบอกว่าความร้อนที่ได้จะเป็นสัดส่วนกับพื้นที่รับแสง(ตร.เมตร) เนื่องจากพื้นที่เปิดของกล่องโฟมเพียง .๔๕ X.๖๐ = .๒๗ ตารางเมตรเท่านั้น มันจึงรับความร้อนได้น้อย ถ้าจะขยายพื้นที่รับความร้อนอาจจะทำได้ง่ายๆด้วยการทำเหมือนเปลือกโทรโข่งกรุด้วยแผ่นสะท้อนแสง ครอบกล่องโฟมอีกที ทำคล้ายๆกับเตาของเวียดนามซึ่งมีแผ่นสะท้อนด้านบนแผ่นเดียว แต่กล่องโฟมของคุณลุงสามรถติดเพิ่มได้อีกสองถึงสามด้าน ถ้าพื้นที่รับความร้อนเพิ่มขึ้นอีกสามเท่าตัว ความร้อนที่จะเิกดขึ้นในการหุงต้มก็จะมากขึ้น สองถึงสามเท่าเช่นเดียวกัน
    ประเด็นที่สำคัญที่ผมคิดว่าจะต้องรีบช่วยกันทำคือสร้างความตื่นตัวให้คนไทยหันมาพัฒนาเรื่องนี้ให้มากขึ้นเยอะๆโดยเร็ว

  4. ขอบคุณครับ อาจารย์
    เมื่อหลายปีมาแล้วผมทำเป็นกล่องไม้สี่เหลี่ยม2ชั้น ใช้แกลบเป็นฉนวน
    มีแผ่นเพิ่มแสงติดบานพับที่ปากกล่องคล้ายของเวียตนาม ทำแล้วก็
    ใช้ได้ผลดีพอควร ขายออกไปหลายสิบลูก
    แต่ตัวกล่องทำด้วยไม้อัดโครงไม้ หนักไม่แข็งแรงผุง่าย ปลวกกินง่าย ทำยากต้องใช้ช่าง และแพง เลยไม่ได้นำออกมาเผยแพร่

    ขอขอบคุณในคำแนะนำและจะนำไปปรับปรุงแก้ไขเตาลังโฟมนี้ เพื่อให้คนไทย
    ในชนบทได้มีเตาแบบประหยัดได้ใช้กันในอนาคตมากขึ้นตามที่อาจารย์ได้บอกใว้
    และในเร็วๆนี้หากผมได้ทำที่อบยางแผ่นและผลิตผลทางการเกษตรสำเร็จแล้ว จะขอนำต้นแบบมาขอคำปรึกษาจากอาจารย์อีกสักครั้ง

    • ขอเรียนถามว่าเตาแบบลูกบอลล์ที่ท่านเอามาลง สามารถใช้อบแห้งกากกาแฟได้เหมาะสมไหมครับ แรุณาแนะนำมือใหม่หัดขับด้วย

      • ก่อนอื่นต้องขอโทษที่ตอบมาล่าช้ามาก ระยะหลังๆนี้ผมมัวแต่ท่องโลกอยู่เลยไม่ค่อยได้เข้าไปเปิดดูใน Blog สำหรับเรื่องที่ถามมาผมคงฟันธงไปเลยไม่ได้ว่าเตาแบบไหนจะเหมาะกับการอบกากกาแฟหรือไม่? คงต้องขอให้ท่านลองทดลองทำดู เลือกเอาสัแบบแล้วลองทำดูครับ

  5. เรียนท่านเจ้าของบทความ กระผมกำลังทำโปรเจคเตาพลังงานแสงอาทิตย์ยุพอดีกระผมอยากได้คำแนะนำเกี่ยวกับการเก็บผลการทดลองคับ ว่าผมจะทดสอบอย่างไรเก็บผลการทดลองอย่างไรบ้างคับ ต้องใช้เครื่องมือชนิดใดบ้าง ใคร่ขอความกรุณาแนะนำด้วยคับ ติดต่อผมผ่านอีเมลล์ได้คับถ้าสะดวก

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s