ใช้ขวดน้ำพลาสติกที่ได้ระหว่างน้ำท่วมมาทำประโยชน์


น้ำท่วมประเทศไทยเที่นวนี้มากมายยิ่งนัก สร้างความสูญเสียมหาศาล บ้านช่องพังเสียหาย เมื่อน้ำลดแล้วชาวบ้านจะเอาเงินที่ไหนมาซ่อมแซม เงินที่รัฐบาลช่วยเหลือมาก็ไม่มากมายนักจะใช้เงินที่มีจำกัดนี้มาซ่อมแซมบ้านช่องให้ได้มากที่สุดอย่างไร

ผมก็เลยเข้าไปค้นหาข้อมูลดีๆมาฝาก ทุกท่านครับ ผมเคยนำเสนอเรื่องเอาขวดน้ำมาสร้างบ้านไปแล้ว คราวนี้เอามาเพิ่มเติมวิธีการอีกหลายแบบ ทำมาแล้วในต่างประเทศแล้วได้ผลดีจริงๆ ตอนนี้ตามที่น้ำท่วมเรามีขวดน้ำพลาสติกจำนวนมากที่บริโภคหมดแล้วกองเป็นขยะอยู่ เราสามารถนำขวดเหล่านั้นไปใช้ประโยชน์ในการก่อสร้างแทนอิฐบล็อกหรืออิฐมอญได้ ไม่ต้องไปซื้อให้เสียสตางค์  ประหยัดเงินได้อีกมาก ผมจะอธิบายโดยละเอียดพร้อมภาพประกอบเพื่อให้เข้าใจ

ขั้ นที่หนึ่ง

ให้เก็บขวดน้ำที่มีรูปแบบเหมือนกันขนาดเท่ากัน แยกประเภทไว้เป็นกองๆให้มากที่สุด เราอาจจะต้องการขวดเป็นหมื่นๆใบ  แล้วแต่เราจะนำไปสร้างอะไรบ้าง และมีขนาดกว้าง ยาว เท่าไร ถ้าบ้านเรามีไม่พอให้ไปเก็บจากที่มีคนทิ้งๆไว้ก็ได้

ขั้นที่สอง


จากนั้นให้เอาทรายละเอียด ยิ่งละเอียดเท่าไรยิ่งดีเท่านั้นถ้าหาทรายละเอียดไม่ได้ก็ให้เอาผงดิน หรือดินบ่นละเอียดกรอกใส่ขวดหาเหล็กหรือไม้ยาวๆมากระทุ้งให้แน่นในขวดเสร็จแล้วปิดฝาขวดให้แน่น ขั้นตอนนี้ผู้หญิง หรือเด็กก็ช่วยกันทำได้

.

ขั้นที่สาม

จากนั้นก็เอาขวดที่กรอกทรายไว้แล้วมาก่อแทนอิฐมอญหรืออิฐบล็อกตามวิธีการดังนี้

การก่อเสา

ขุดหลุมเหมือนทำเสาบ้านทั่วไป ถ้าในพื้นที่ซึ่งมีดินแข็งก็ให้ขุดลึกประมาณ 80 ซม. รูปทรงกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางหลุมเท่ากับความยาวของขวดที่จะใช้ทำเสาสองขวดต่อกัน แล้วบวกอีก 10 ซม. ( ตัวอย่างขวดใบหนึ่งยาว 30 ซม. ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางหลุม= 70 ซม.) เอาหินเล็กๆหรืออิฐหักลองก้นหลุมประมาณ 10  ซม. แล้วกระทุ้งให้แน่น จากนั้นให้เทปูนซิเมนต์รองก้นหลุมหนาประมาณ 10 ซม. ก่อนเทให้เอาเหล็กเส้นขนาดเส้นผ่าศูยน์กลางประมาณหัวแม่มือ ความยาวของเหล็กเส้นเท่ากับความสูงของเสาที่จะสร้าง เสียบลงไปตรงศูนย์กลางของหลุมแล้วจึงเทปูน

ข้อแนะนำไม่ควรสร้างบ้านหรืออาคารสองชั้นเด็ดขาดเพราะเสาอาจจะไม่สามารถรองรับน้ำหนักอาคารได้ ยกเว้นจะมีวิศวะกรควบคุมและตรวจสอบความแข็งแรงของการก่อสร้าง

ทิ้งให้ปูนแข็งตัวประมาณแปดชั่วโมงแล้วเอาขวดที่บรรจุทรายไว้แ้ล้วมาเรียงลงในหลุม โดยให้หันปากขวดเข้าหาแกนเหล็กกลางหลุม โดยเว้นระยะให้ปากขวดห่างจากแกนเหล็กประมาณ 5 ชม. และก้นขวดห่างจากขอบหลุม 5 ซม.โดยรอบ จากนั้นให้เอาเชือกไนล่อนมาถ้กมัดคอขวดให้ยึดติดกันไม่ให้เคลื่อนตัว (อย่าใช้เชือกธรรมดาเพราะนานไปมันจะเปื่อย) จากนั้นให้เอาปูนมาเทลงตามช่องว่างระหว่างขวดให้แน่น โดยเฉพาะตรงศูนย์กลางบริเวณปากขวดและแกนเหล็กอย่าให้เกิดช่องว่าง(ดูรูป)

.

.รูปแสดงการเทปูนก้นหลุม

.

รูปแสดงการถักปากขวดไม่ให้เขยือนตัว

รูปแสดงการเรียงขวด

หลังจากทำชั้นที่่หนึ่งเสร็จก็ให้เรียงชั้นที่สอง มัดปากขวดเทปูน แล้วทำชั้นสาม ชั้นสี่ไปเรื่อยๆจนขึ้นมาพ้นพื้นดิน ทิ้งไว้24ชั่วโมงให้ปูนแข็งตัว แล้วจึงมาก่อไปเรื่อยๆจนได้ความสูงของเสาตามต้องการ ดูรูปเสาที่ทำเสร็จแล้ว

.

.

ขั้นที่สี่

การก่อกำแพง

ก่อนการก่อกำแพงก็ให้เทคานคอดินให้กว้างเท่ากับขนาดความยาวของขวดที่จะก่อทำกำแพง จากนั้นก็ใหห้เอาขวดที่ใส่ทรายไว้มาวางเรียงบนคานคอดินเอาเชือกไนล่อนมามัดปากขวดตามตัวอย่างในรูปแล้วเอาปูนใส่ระหว่างขวด ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆจนได้ความสูงตามต้องการ

.

.

.

.

.

เมื่อก่อกำแพงได้ถึงระดับที่ต้องการ จะใส่หน้าต่างหรือประตูก็ให้ตั้งวงกบเหมือนกับการก่อดว้ยอิฐ แต่ข้อที่ต้องระวังคือตอกตาปูไม่ได้ เพราะขวดจะทะลุและทรายจะไหลออก ดังนั้นจึงต้องใช้เชือกไนล่อนมัดเป็นหลักและใช้ปูนอัด เมื่อก่อกำแพงได้ตามต้องการแล้วก็ให้เทคานทับหลังกำแพง อีกจุดหนึ่งที่ต้องระวังคือการเจาะรูในกำแพงจะเป็นเรื่องลำบากมาก ควรใช้วิธีเว้นไว้หรือเอาท่อสอดไว้ตอนกำลังก่อกำแพง

ดูรายละเอียดได้ตามวีดีโอด้านล่างนี้

ส่วนตามโรงเรียนที่น้ำท่วมกำแพงโรงเรียนพังนั้น ลองพิจารณาดูว่าจะใช้ขวดมาทำกำแพงแทนอิฐได้ไม๊? เพราะจะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย และให้นักเรียนมาช่วยกันทำได้ตั้งแต่เก็บขวดพลาสติกที่ทิ้งอยู่ทั่วไปมาที่โรงเรียน เป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่ง จากนั้นมาช่วยกันระดมกรอกทรายลงขวดที่เด็กๆก็ทำได้ ส่วนเสารั้วโรงเรียนและคานคอดิน ก็ใช้การเทปูนธรรมดา เทหล่อเอา จากนั้นก็เอาขวดมาก่อตามรูป นอกจากจะเป็นการประหยัดเงินแล้วก็อาจจะเป็นการฝึกหัดเด็กๆไปด้วยในเวลาเดียวกัน ขอฝากอาจารย์ทั้งหลายช่วยพิจารณาด้วยนะครับ

นอกจากนั้นผลการเปรียบเทียบระหว่างการใช้อิฐ และการใช้ขวดน้ำพลาสติกที่กรอกดินหรือทรายมาก่อเป็นกำแพงแทนนั้น เป็นการลดมลพิษและช่วยสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี กล่าวคือ

๑) เป็นการกำจัดขวดพลาสติกที่ทิ้งเกลื่อนกราดเป็นขยะที่ไม่ย่อยสลายให้หมดไป

๒) การทำอิฐนั้นมีขั้นตอนมากมาย ที่ใช้พลังงานตั้งแต่การขุดดินเหนียวและขนส่งจากบ่อดินมายังโรงงานทำอิฐ

๓) การปั้นอิฐ การตากอิฐ และการเผาอิฐที่ใช้พลังงานมากมาย ไม่ว่าจะใช้ก๊าซ หรือ ฟืนจากไม้

๔) น้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องใช้ในการขนส่งอิฐจากโรงผลิต ไปยังสถานที่ก่อสร้าง

เพราะฉะนั้นการลดการใช้อิฐลง จะทำให้เกิดผลดีกับทุกฝ่าย ลองพิจารณาดูนะครับ


ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s