นวตกรรมที่ทำเงิน ( MAKE MONEY FROM INNOVATION)


นวตกรรมที่ทำเงิน ( MAKE MONEY FROM INNOVATION)

นานแล้วที่ผมไม่ได้เขียนเรื่องยาวๆลงในบล็อก ตั้งแต่ผมกลับเมืองไทยมาเกือบปี สาเหตุเพราะไม่มีเวลาว่างมากเหมือนตอนอยู่ต่างประเทศ มาอยู่เมืองไทยเที่ยวนี้ก็มีโอกาศได้เดินทางไปทั่วประเทศอีกครั้งหนึ่ง รู้สึกว่าเป็นรอบที่สาม หรือที่สี่แล้วในชีวิตของผม เที่ยวนี้ได้มีโอกาศพูดคุยกับผู้คนจำนวนมากกว่าทุกๆครั้ง ได้เห็นประเทศไทยในยามเศรษฐกิจตกต่ำ ได้เห็นความลำบากของผู้คน ได้แลกเปลี่ยนความทุกข์ในการทำธุรกิจ ไปทางไหนผมได้ยินแต่คำถาม “จะทำอะไรกินกันดี” ผมลองมานั่งรวบรวมประสบการณ์ที่ผ่านมาจากทุกๆประเทศและวิเคราะห์ความสามารถของคนไทยแล้ว เห็นของดีของเมืองไทยมากมายจากการที่ได้เดินทางมาหลายรอบประเทศ มองเห็นลู่ทางที่เราจะช่วยกันคิด ช่วยกันทำ เพื่อสร้างรายได้ให้กับตัวเราได้โดยไม่ต้องพึ่งต่างประเทศเป็นหลัก แต่คนส่วนใหญ่มองไม่เห็น หรือไม่ทราบว่าของเหล่านั้นมันทำเงินได้

สิ่งนั้นก็คือเราต้องสร้าง “นวตกรรม” ของเราเอง นวตกรรมที่ภาษาฝรั่งเรียกว่า INNOVATION หรือแปลเป็นถาษาลูกทุ่งตามแนวของผม คือ”การคิดค้นอะไรใหม่ๆ”ขึ้นมาเพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ ความจริงแล้วคนไทยเราเป็นนักค้นคิดประดิษฐ์อะไรมากมายมาตั้งแต่สมัยโบราณ จากประวัติศาสตร์จะเห็นได้ว่า พ่อขุนรามกำแหงท่านได้คิดด้นประดิษฐ์อ้กษรไทยให้เราใช้กันมาจนถึงวันนี้ โดยที่อีกหลายชาติไม่มีตัวอักษรของตนเอง ต้องยืมเอาดัวอักษรภาษาอังกฤษมาใช้  หรือการทอผ้าลายน้ำไหล ที่ถือว่าเป็นการคิดค้นที่ซับซ้อนมาก ตั้งแต่ขั้นตอนการย้อมเส้นไหม หรือจากการคิดค้นทำรายลดน้ำปิดทอง การหล่อปีนใหญ่สมัยกรุงศรีอยุธยา  การหล่อพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ฯลฯ แต่ไม่ทราบว่าการเป็นนักประดิษฐ์ในจิตวิญญาณของคนไทยมันหายไปในยุคไหน ที่ทำให้การคิดค้นประดิษฐ์ใหม่ๆขาดหายไปจากเมืองไทยในยุคนี้

จากที่เคยพูดคุยกับคนไทยจำนวนมากในเรื่องนี้จึงพบว่า คนไทยเราจำนวนมากยังไม่เข้าใจถึงเรื่องของนวตกรรมดีนัก และมักจะพบกับข้อโต้แย้งกับแนวความคิดนี้มากมาย กว่าจะชี้แจงกันเข้าใจก็หมดน้ำลาย และน้ำเหล้าไปเยอะ ก่อนที่ผมจะพูดในรายละเอียดต่อไป ผมขอสรุปประเด็นที่ได้จากข้อโต้แย้งมาให้ท่านเข้าใจเสียก่อน มิฉะนั้นท่านจะไม่อ่านเรื่องนี้ต่อและหนักกว่านั้นอาจจะแอบด่าว่าผมเพ้อเจ้อ ว่าประเทศไทยจะไปคิดอะไรใหม่ๆหรือสร้างนวตกรรมอะไรได้ ขอให้อ่านต่อไปสักสองสามย่อหน้าก่อนที่จะด่าว่าผม

ประเด็นที่หนึ่ง คนไทยไปเข้าใจว่านวตกรรม หรือสิ่งประดิษฐ์ที่คิดค้นขึ้นมาใหม่ๆนั้นต้องเป็นของไฮเท็คเท่านั้น

จากความเข้าใจแบบนี้ทำให้คนจำนวนมากคิดว่าประเทศไทยเราไม่มีเทคโนโลยี่อันก้าวหน้า เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องบินไฮเทค หุ่นยนตร์ ฯลฯ เราจะไปประดิษฐ์คิดค้นสู้กับต่างประเทศได้อย่างไร?

คำตอบคือ

“นวตกรรม” หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆไม่จำเป็นต้องของไฮเท็คเท่านั้น มันอาจจะเป็น:

1 ) พันธุ์พืชใหม่ๆ เช่นพันธุ์กล้วยไม้ที่คนไทยเราผสมขึ้นมาใหม่ ดอกสวยงามที่ไม่เคยมีมาก่อน

หรือพันธ์มะม่วงใหม่ๆ เช่นเขียวเสวย ฟ้าลั่น หรือทุเรียนหมอนทอง ดอกกระเจียวลูกผสม สีแปลกๆ ส้มโอพันธุ์ทองดี ต้นโป๊ยเซียนดอกสวยๆ

24690_20_2

นี่คือรูปดอกกระเจียวหลากสีที่แต่เดิมเป็นดอกไม้ป่าไร้ค่าไม่มีคนสนใจ แต่ปัจจุบันทำเงินจากการส่งออกปีละหลายร้อล้านบาท

นี่เป็นรูปเดี่ยวชัดๆ ของกระเจียวสายพันธ์ที่ ชื่อว่า "ปทุมมา" ที่มีประวัติที่เหลือเชื่อยิ่งกว่านิยาย

นี่เป็นรูปเดี่ยวชัดๆ ของกระเจียวสายพันธ์ที่ ชื่อว่า "ปทุมมา" ที่มีประวัติที่เหลือเชื่อยิ่งกว่านิยาย ผมจะเล่าให้ท่านฟังในโอกาศต่อไป

แม้กระทั่งดอกไม้ป่าหลายชนิดที่คนมองไม่เห็นคุณค่า เช่น ดอกนมสวรรค์ (ดอกนมสาว) แถวจังหวัดสุราษฎ์ นครศรีธรรมราช  ดอกเอื้องดิน สีขาว ที่แหลมสิงห์ ฯลฯ

เอื้องแหลมสิงห์

เอื้องแหลมสิงห์

2) พันธ์สัตว์ใหม่ๆ เช่น ปลาทับทิม ปลานิลกระเทย ที่คนไทยพัฒนาต่อยอด

3) อาหารแปลกๆ เช่น ก๋วยเตี๋ยวผัดโทย วุ้นที่เกิดจากการนำน้ำมะพร้าวไปหมัก ข้าวกล้องงอก น้ำข้าวกล้องงอก น้ำมังคุด

4) เครื่องจักรกลอย่างง่ายๆ เช่น รถสามล้อถีบ รถตุ๊กตุ๊ก เรือหางยาว รถไถนา กระดานไม้ที่พ่วงกับรถไถนาสำหรับให้คนไถขึ้นไปยืนไม่ต้องเดินตาม เครื่องดูดน้ำออกจากขวดแกลอนโดยไม่ต้องยกเท

5) กระบวนการผลิต หรือกระบวนการจัดการใหม่ๆ เช่น ลายทอผ้าแปลกๆ การผลิตกระดาษจากมูลช้าง  กระบวนการปิดทองลงรัก กระบวนการผลิตไข่ปลอม น้ำมันมะพร้าวกลั่นเย็น  การนวดแผนไทยแบบล้านนา หรือตัวอย่างของต่างประเทศ เช่น SIX SIGMA, LEAN WAY OF TOYOTA, 7-WASTES.

6) ยาใหม่ๆที่ได้จากสมุนไพร เช่น ยาข้บลมทำจากขมิ้นชัน ยาแก้โรคกระเพาะจากต้นเปล้าน้อย ยาสมานแผลและแก้สิวจากเปลือกมังคุด ใบมะรุมอบแห้ง

นี่แหละดอกนมสวรรค์ ที่เป็นวัชพืชแถบภาคใต้ที่กำลังจะกลายมาเป็นไม้ประดับในอนาคต

นี่แหละดอกนมสวรรค์ ที่เป็นวัชพืชแถบภาคใต้ที่กำลังจะกลายมาเป็นไม้ประดับในอนาคต

นี่คือดอกนมสววรค์สีขาว ที่อยากให้ผู้อ่านช่วยติดตามหาในแถบภาคใต้

นี่คือดอกนมสววรค์สีขาว ที่อยากให้ผู้อ่านช่วยติดตามหาในแถบภาคใต้

ส่วนดอกนมสววรค์ สีเหลือง มีผู้บอกว่าพบแถวจังหวัดยะลา ผมยังไม่เคยเจอ ฝากท่านที่อยู่ยะลาลองสืบหาด้วย และรีบนำมาขยายพันธ์

ส่วนดอกนมสววรค์ สีเหลือง มีผู้บอกว่าพบแถวจังหวัดยะลา ผมยังไม่เคยเจอ ฝากท่านที่อยู่ยะลาลองสืบหาด้วย และรีบนำมาขยายพันธ์

เห็นไม๊ครับ แค่ตัวอย่างหกหมวดที่ผมยกมาให้เห็นก็ทำให้เรามีเรื่องไปคิดต่อได้อีกมากมายทีเดียวละครับโดยไม่ต้องอาศัยเทคโนโลยี่ที่ซับซ้อน และไม่ต้องพึ่งของไฮเท็คอีกด้วย ท่านสามารถจะเลือกเอาเรื่องที่ท่านถนัด และชำนาญอยู่แล้ว มาต่อยอดเป็นนวตกรรมใหม่ๆได้ ถ้าท่านยังไม่เห็นภาพช้ดเจน ผมจะขอนำต้วอย่างการคิดสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดขึ้นมาแล้วที่ผมได้เห็น ได้ทราบมาเล่าให้ท่านฟังเพื่อให้ท่านเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น ในอันดับต่อไป

ประเด็นที่สอง เมื่อคิดได้แล้วไม่รู้ว่าจะนำไปทำเป็นเงินได้อย่างไร?

คำตอบคือ

ปัจจุบันมีหน่วยงานของรัฐหลายแห่งที่ตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยให้นักประดิษฐ์ที่คิดค้นนวตกรรมขี้นมานั้น สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นเชิงพาณิชย์ทำเงินได้ หรือแม้กระทั่งช่วยสนับสนุนให้เกิดการซื้อขายนวตกรรมนั้นให้กับผู้ผลิตนำไปสร้างต่อไป หน่วยงานเหล่านั้นได้แก่

สำนักงาน นวตกรรมแห่งชาติ

กรมทรัพย์สินทางปัญญา

ประเด็นที่สาม แล้วเราจะคิดสิ่งประดิษฐ์ได้อย่างไร?

คำตอบคือ

ประเด็นที่ว่าเราจะค้นคิด นวตกรรม หรือสิ่งประดิษฐ์นั้นขึ้นมาได้อย่างไรนั้น ผมขอเสนอแนะตามประสบการณ์และประสบเกิน ที่ผมได้เห็นมา อาจจะไม่เหมือนกับที่นักวิชาการเค้าว่ากัน ผมได้ยินว่า แค่คำว่า “นวตกรรม” ก็ยังเถียงกันไม่จบว่าหมายถึงอะไร แทนที่จะเอาเวลาไปคิดสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ผมขอจัดหมวดหมู่สิ่งที่ผลักดันให้เกิดการคิดค้นเรื่องใหม่ๆของคนไทยเราที่ผ่านมาดังนี้:

1) คิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา

ความลำบากในวิถีชีวิตของเราทำให้เราต้องขวนขวายหาวิธีการต่างๆมาช่วยให้การดำเนินชีวิตของเราสดวกยิ่งขึ้น ผมขอยกตัวอย่างสิ่งประดิษฐ์ของไทยที่เกิดขึ้นในหมวดนี้ เรื่องนี้เกิดขึ้นในสมัยพระร่วง สมัยนั้นชนเผ่าไทยเพิ่งอพยพเข้ามาตั้งรกรากในแผ่นดินสุวรรณภูมิ และอยู่ใต้การปกครองของขอม ในฐานะของผู้ถูกปกครอง จำเป็นต้องนำเครื่องราชบรรณาการไปส่งให้ขอมทุกปี พระร่วงถูกกำหนดให้ต้องนำน้ำในทะเลชุบศร (เค้าว่าอยู่แถวจังหวัด ลพบุรื) ไปส่งให้ขอมในประเทศเขมรจำนวน ๑๐๐ โอ่ง ทุกปี ให้ท่านรองหลับตานึกภาพภูมิประเทศของจังหวัดลพบุรีไปยังประเทศเขมรเมื่อเจ็ดร้อยกว่าปีก่อน ว่ามันเต็มไปด้วยป่าเขาสูง และถนนหนทางก็ไม่มี ยานพาหนะก็มีแค่เกวียนที่ใช้วัว ควาย ลากไปตามทางเกียวนที่เต็มไปด้วย หลุม บ่อ ขึ้นเขา ลงหว้ย ในขณะเดียวกันต้องบันทุก โอ่งที่มีน้ำหนักมากและเมื่อมีน้ำเต็ม ก็ยิ่งหนักเข้าไปอีก

ดังนั้น จากการเดินทางระยะไกลหลายร้อยกิโลเมตร ทำให้เกวียนที่ทำจากไม้ เกิดการหักพังเพราะบันทุกของหนัก โอ่งที่บันทุกมาก็ตกแตกน้ำที่บันทุกมาก็หกหมด บางครั้งโอ่งที่ทำจากดินเผา กระแทกกันเองแตกเสียหายน้ำที่บรรจุอยู่ก็ไหลไปหมด จากปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น ทำให้การนำน้ำไปส่งไม่ครบถ้วน โดนทำโทษอยู่เป็นประจำ ความยากลำบากที่เกิดขึ้นปีแล้วปีเล่า ทำให้พระร่วงมานั่งคิดหาทางแก้ปัญหาอุปสรรคในการนำน้ำไปส่งให้ขอมให้สะดวกยิ่งขึ้น

ในที่สุดท่านก็คิดหาทางแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ด้วยการ สร้างกระออมใส่น้ำแทนการใช้โอ่งที่ทำจากดินเผามาบรรจุน้ำ (กระออมบรรจุน้ำ จะเป็นการนำไม้ไผ่มาจัก แล้วสานเป็นรูปทรงกลมๆคล้ายโอ่ง จากนั้นก็จะเอายางไม้ที่เรียกว่า “ชัน” มาทาทั้งด้านนอกและด้านใน เมื่อใส่น้ำๆก็ไม่รั่วออก ) ตัวกระออมก่อนบรรจุน้ำจะมีน้ำหนักเบากว่าโอ่งมาก การสานก็ออกแบบให้มีรูปทรงที่เมาะสมกับรูปทรงของเกวียนที่บันทุก ทำให้มีน้ำหนักเบาและสามารถบันทุกน้ำได้มากขึ้นโอกาศที่เกีวยนจะหักพังก็มีน้อย ที่สำคัญที่สุดกระออมไม่แตกจากการกระแทกกระทบกัน การบันทุกน้ำไปส่งขอมก็ครบถ้วนและทำได้ง่ายขึ้นเยอะ

นี่ละครับ ตัวอย่างการคิดค้นที่เกิดจากการที่เราต้องแก้ปัญหาความยากลำบากในการดำรงชีพของเรา

ผมขอเล่าเพิ่มเติมอีกนิด พอกษัตรย์ขอม เห็นกระออมที่พระร่วงใส่น้ำมาก็ทรงตรัษว่า คนไทยนั้นมีคนดีมาเกิดแล้ว และขอมคงจะปกครองต่อไปลำบากแล้ว จากนั้นมาไม่นาน ไทยก็ประกาศตัวเป็นเอกราชจากขอม

(ยังมีต่อภาคสอง)

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s