นิสัยที่คนไทยควรพิจารณา


นิสัยที่คนไทยควรพิจารณา

ช่วงนี้ผมได้กลับมาเที่ยวอยู่ในเมืองไทย ได้เห็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงต่างๆในเมืองไทยที่ดีๆหลายอย่างๆ ผมจะไม่พูดถึงเรื่องเลวๆทางการเมืองของเมืองไทย แต่จะพูดถึงเรื่องที่ผมสังเกตุเห็น ในอีกมุมมองหนึ่ง ท่านอื่นๆอาจจะอยู่ในเมืองไทยมาตลอดก็อาจจะไม่เห็นในส่วนนี้ ผมถ้าอยู่ในเมืองไทยตลอดเวลาไม่ได้จากประเทศไทยไปนานๆก็อาจจะมองไม่เห็นประเด็นนี้

ผมกลับมาอยู่เมืองไทยเที่ยวนี้ได้เห็นรายการใหม่ๆที่ดีๆทางทีวีหลายรายการ แทนละครน้ำเน่าปัญญาอ่อนที่มีแต่การร้องกรีดๆของนางตัวอิจฉา รายการละครน้ำเน่านั้นก็แสดงให้เห็นภูมิปัญญาของคนเขียนบทละคร ผู้กำกับและเจ้าของรายการด้วยว่าปัญญามีแค่ไหน

รายการที่ดีๆนั้นผมขอชมเชยรายการสหเฮด รายการของกระทรวง วิทยาศาสตร์ และรายการเก่งยกห้อง รายการเก่งยกห้องนั้นเป็นการเอาเด็กๆประมาณชั้น ป๓-ป๔ ทั้งห้องจำนวนยี่สิบคน จากโรงเรียนเดียวกันมาทำกิจกรรมร่วมกันเป็นการแข่งขันกับตัวเอง สามกิจกรรม ว่าจะทำได้ทั้งสามกิจกรรมหรือไม่? กิจกรรมทั้งสามก็จะประกอบด้วย

e0b980e0b881e0b988e0b8871_resize

กิจกรรมที่หนึ่ง เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวพันกับการร่วมกันใช้ความคิดสร้างสรรคทำงานร่วมกันทั้งชั้นเช่น เอาดินน้ำมันหลากสีมาให้เด็กทั้งยี่สิบคนปั้นให้มีความหมายว่า “น้ำมาปลากินมด น้ำลดมดกินปลา” แล้วให้ผู้ใหญ่สามคนมาทายว่าจะทายถูกหรือไม่? ถ้าทายถูกสองจากสามคนแปลว่าเด็กๆทำได้ หรือเอาใบตองกล้วยมาทำเตาไมโครเวป ดังในรูปข้างต้น

กิจกรรมที่สองจะเป็นกิจกรรมที่ต้องวางแผนร่วมกัน แล้วให้แต่ละคนมาทำซึ่งทุกคนต้องทำให้ได้ทั้งห้องจึงจะผ่าน เช่นเอาปากขวดมาคว่ำวางลงบนแท่น ทับแผ่นกระดาษเล็กๆไว้ แล้วให้เด็กๆทุกคนดึงกระดาษออกโดยขวดไม่ตกจากแท่น เอากระป๋องมาซ้อนต่อกันยี่สิบใบโดยไม่ล้ม

กิจกรรมที่สามเป็นกิจกรรมที่ต้องวางแผนร่วมกันและให้ทำพร้อมๆกันทุกคนเช่นการเดินตะขาบที่ทุกคนต้องทำโดยพร้อมเพรียงกัน หรือการให้เด็กที่แข็งแรงที่สุดลากกล่องไม้สี่เหลี่ยมไปบนพื้นที่มีเพื่อนๆเข้าไปยืนอยู่ในกล่องสิบเก้าคน โดยมีไม้กระบอก ลูกก๊อฟและลูกเทนนิสให้เด็กๆเลือกเอามาเป็นตัวช่วย

mo-1234098523

ที่ผมขอพูดถึงรายการนี้เพราะผมชอบความคิดของผู้จัด ที่แปลกแหวกแนวในการเอาเด็กๆมาทำงานร่วมกัน คนไทยเรานั้นได้ชื่อว่าเก่งคนเดียว เช่นชกมวยเก่ง ตีกอล์ฟเก่ง แต่เล่นฟุตบอลเป็นทีมละก็ไม่ได้เรื่องเลย จนมีคนเอามาเปรียบเปรยไว้ ผมไม่แน่ใจว่าเป็นคนญี่ปุ่นหรือคนไทย เค้าว่า “ถ้าเอาคนญี่ปุ่นหนึ่งคนมาแข่งกับคนไทยคนหนึ่ง คนไทยจะชนะ  แต่ถ้าเอาคนไทยยี่สิบคนมาแข่งกับญี่ปุ่นยี่สิบคน ญี่ปุ่นจะชนะ”

รายการนี้เอาเด็กๆที่ไร้เดียงสามาแสดงเพื่อให้เห็นนิสัยแท้ๆของคนไทยที่ซึมซับไปยังเด็ก จากเด็กๆที่ได้ดูตัวอย่างมาจากพ่อ แม่ และครูๆที่โรงเรียน เป็นเหมือนกระจกเงาสะท้อนให้เราได้เห็นนิสัยของคนไทยเอง จากที่ผมได้ดูรายการนี้มาหลายหนสรุปได้ว่านิสัยของเด็กๆที่มาจากหลายๆโรงเรียน ซึ่งอาจจะเป็นกระจกเงาสะท้อนนิสัยของคนไทยนั้นสรุปได้ดังนี้

mo-1236545321

  • การทำงานไม่มีการทำงานอย่างจริงจัง ขณะที่กลุ่มหนึ่งกำลังวางแผนงานที่เหลือกลับไม่สนใจฟัง ทำให้เวลาทำงานจริงๆไม่ค่อยได้ผลเกิดการต่างคนต่างทำ
  • ขาดความสัมมัคคีในการทำงานร่วมกัน
  • เวลาทำงานไม่มีการวางแผนให้รัดกุมหรือบอกกล่าวให้ทุกคนรู้เรื่อง เมื่อถึงเวลาทำแล้วท่าทางจะมีปัญหากลัวจะไม่สำเร็จก็ช่วยกันพนมมือสวดมนตร์ขอคุณพระคุณเจ้าช่วยให้สำเร็จ ทีแรกผมดูแล้วก็เฉยๆ ดูๆแล้วก็น่ารักดี มองดูว่า เรื่องความเชื่อในคุณพระคุณเจ้า ในเรื่องอภินิหารนั้นมันฝังอยู่ในสายเลือดของเด็กๆได้ดีมาก

แต่มาสะดุดใจเมื่อสองสามวันก่อน ตอนที่มีเหตุการไม่สงบเกิดขึ้นที่พัทยาก่อนที่จะยกเลิกการประชุมหนึ่งวัน เมื่อมีนักข่าวไปสัมภาษณ์ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงเรื่องที่ฝ่ายเสื้อแดงมาประทวงในวันแรก ว่าท่านได้เตรียมการป้องกันในไว้ที่สองไว้อย่างไร ท่านบอกว่าท่านได้เตรียมการอย่างเต็มที่แล้ว และ “ภาวนาว่าอย่างให่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้เลย”

ผมฟังแล้วใจมันย้อยกลับมานึกถึงเด็กๆในรายการเก่งยกห้องทันที ขนาดผู้ใหญ่ระดับนี้ยังขอเอา คุณพระคุณเจ้ามาช่วยในเรื่องใหญ่เรื่องโตขนาดนี้เชียวหรือ? เรื่องที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องน่ารักสำหรับเด็กๆนั้น มันชักจะไม่ใช่เรื่องน่ารักอีกต่อไปแล้ว ถ้านิสัยอย่างนี้มันฝังลึกลงไปมากๆแล้วชาติไทยคงจะมีปัญหาในอนาคตแน่ๆ

187708_91144

เพราะชาติอื่นๆเค้าจะไม่เอาแค่ภาวนา เค้าจะสมมุติสถานะการณ์ว่า ถ้าแผนที่วางไว้ขั้นที่หนึ่งไม่ได้ผล จะมีแผนแก้ไขหรือป้องกันอย่างไร แล้วก็วางแผนสำรองอันที่สองเพื่อป้องกันหรือแก้ไขต่อ แล้วก็สมมุติต่ออีกว่าถ้าแผนสองพลาด จะมีแผนแก้ไขต่อไปอย่างไร แล้วก็ถ้าแผนสองพังอีกจะมีแผนสามอย่างไร ถ้าเป็นเรื่องสำคัญๆระดับโลกก็อาจจะมีการวางแผนไว้เป็นขั้นๆถึงสี่ห้าชั้น เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะไม่มีทางพลาดแน่ๆ โดยเฉพาะแผนรักษาความปลอดภัย

ในกรณีนี้ถ้าเราไม่ปรับเปลี่ยนความคิดที่มันฝังรากลึกลงไปถึงเด็กๆแล้ว เมืองไทยคงไปไม่รอดแน่ โอกาศที่จะเป็นประเทศที่ร่ำรวยก้าวพ้นจากความลำบากยากจนคงจะเป็นไปไม่ได้ ถ้าเราเอาแต่ภาวนาขอให้แต่สิ่งศักดิ์สิทธิช่วยอยู่ตลอด

“แล้ววันรุ่งขึ้นสิ่งที่คุณสุเทพภาวนาไว้ก็ช่วยไม่ได้ กลุ่มเสื้อแดงบุกเข้าพังประตูโรงแรมและทำลายการประชุมสุดยอดลงได้อย่างง่ายดาย”

2 responses to “นิสัยที่คนไทยควรพิจารณา

  1. เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ

    คนไทยโตแล้วก็ยังเหมืิอนเด็ก คิดเหมือนเด็ก

    เวลามีความสุขก็นึกถึงโคโยตี้ หรือ อาบอบนวด …..

    พอเริ่มทุกข์ก็เอ่ยถึงพระ ซึ่งใครจะมาช่วย

    หรืออาจจะเป็นแผนซึ่งจงใจทำไว้หละหลวม

    กะให้ประเทศนั้นนี้ได้เห็นว่าทักษิณเป็นคนไม่ดี

    หารู้ไม่ว่ามันดู”ไม่ดี”กันทั้งหมดนี่แหละ

    เหมือนเด็กมากๆๆๆๆเลย คนไทย

  2. เข้าใจหยิบประเด็นนี้มาพูดนะครับ เข้าท่าดี

    ผมก็อยากกลับไปเป็นเด็กอยู่ครับ

    ไม่อยากทำงาน อยากมีคนดูแลตลอดเวลา

    สุขสบายวิ่งเล่นได้ตามใจชอบ

    ไม่ต้องมาคิดมากเรื่องเงินๆทองๆ

    ยังไงก็ฝากบล็อกผมด้วยนะครับ

    ขอบคุณครับ

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s