มะรุม-ต้นไม้กายสิทธิ์ พิชิตความจน – MORINGA TREE


ตอนที่ ๑

ท่ามกลางความวิกฤตทางเศรษฐกิจ ความวุ่นวายทางการเมืองของประเทศไทย ประชาชนคนทำงานด้องถูกปลด ถูกเลิกจ้าง ไม่มีรายได้ ไม่รู้จะทำอะไรกิน นักท่องเที่ยวลดลง การท่องเที่ยวซบเซาฯลฯ ในท่ามกลางข่าวร้ายที่โหมกระหน่ำมาทุกวี่ทุกวัน ในท่ามกลางความหมดหวัง ความมืดมน ก็ยังมีแสงสว่างเหลืออยู่ ถึงจะไม่ส่องสว่างเท่าวันเก่าๆ แต่คาดว่าจะยังช่วยทำให้อีกหลายท่านได้เห็นลู่ทางทำมาหากิน เห็นช่องทางอยู่รอด ช่องทางหารายได้ รอดจากทางตัน เปิดไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น

หนทางที่ว่านี้ก็ต้องขอบคุณบรรพบุรุษของเราที่สละชีพ สละเลือดเนื้อ ไม่รู้กี่แสนกี่ล้านคนในช่วงเวลาเจ็ดร้อยกว่าปีที่ผ่านมา สู้รบกับข้าศึกสัตรูเพื่อรักษาแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์นี้ไว้ให้เรา ต้องขอบคุณภูมิปัญญาของท่านที่ช่วยกันศึกษาค้นคว้าพืชพันธุ์ที่มีคุณค่าและเก็บรักษาไว้ให้เรา ถึงแม้ว่าบางครั้งข้อมูลบางอย่างก็ขาดหายไปท่ามกลางศึกสงครามการต่อสู้เพื่อกู้บ้านกู้เมืองในอดีตที่ผ่านมา

ในวันนี้ วันที่วิกฤต สมบัติอันล้ำค่าของแผ่นดินก็เปิดเผยให้เห็นด้วยวิทยาศาสตร์อันก้าวหน้าในปัจจุบันได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ในแผ่นดินไทยอันอุดมสมบูรณ์นี้มีต้นไม้ที่มีประโยชน์อันประเมินค่าไม่ได้ อยู่มานมนานมาแล้ว และกำลังรอให้ลูกหลานไทยนำมาทำเงินทำทองจากต้นไม้นั้นต่อไป  ต้นไม้ที่ว่านั้นคือต้น

มะรุม

หลายท่านอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อ หรือไม่รู้จักต้นไม้นี้มาก่อน อีกหลายท่านอาจจะเคยได้ยินและคุ้นเคยรวมทั้งเคยกินผลิตผลจากต้นไม้นี้มาก่อน สำหรับผมคุ้นเคยกับต้นไม้นี้มาตั้งแต่ผมจำความได้ เพราะที่บ้านผมในสมัยนั้นจะปลูกต้นไม้ที่มีประโยชน์สารพัดอย่างไว้เต็มเนี้อที่สองไร่เศษ อย่างละสองสามต้น จนเป็นสิบๆต้นแล้วแต่ผลผลิตของต้นไม้ชนิดนั้น ต้นมะรุมก็จะปลูกไว้สาม สี่ต้น เวลาออกฝักก็จะเก็บฝักที่ขนาดกำลังดีมาแกงส้มกับปลาช่อนกินกันเป็นประจำ

e0b895e0b989e0b899e0b8a1e0b8b0e0b8a3e0b8b8e0b8a1

ต้นมะรุมที่โตเต็มวัย

มะรุมนั้นชื่อทางวิทยาศสตร์ว่า Moringa oleifera เป็นต้นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ต้นขนาดต้นแค หรือขนาดต้นมะม่วงขนาดเล็กๆ ขึ้นได้ในประเทศไทยแทบทุกภาค ดั้งเดิมนั้นเป็นต้นไม้ที่มีอยู่ในอินเดีย แต่แพร่หลายไปทั่วแถบเอซีย และอาฟฟาริกา ในเมืองไทยนิยมกินฝัก แต่ในประเทศอื่นๆมีการกิน ตั้งแต่ดอก เปลือก และใบด้วย และพบว่าในใบนั้นมีคุณค่าทางอาหารมากกว่าในฝักและเมล็ด จากการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์พบว่า ในใบนั้นมีคุณค่าทางอาหารดังนี้

มีไวตามินซีมากกว่าส้ม        ๗ เท่า

มีแคลเซี่ยมมากกว่านม        ๔ เท่า

มีไวตามินเอมากกว่าแครอท  ๔ เท่า

มีโปแตสซึ่ยมมากกว่ากล้วย   ๓ เท่า

มีโปรตึนมากกว่านม         ๗ เท่า

นอกจากนั้นยังมีการวิเคราะห์คุณค่าทางอาหารของ ฝัก ใบสด และใบแห้งป่น ของมะรุม พบว่าโดยรวมแล้ว ใบสดและใบแห้งป่นนั้น มีคุณค่าสูงกว่าฝัก เฉพาะอย่างยิ่ง แคโลลี่ แคลเซี่ยม โปแตสเซี่ยม และไวตามิน บีและซี  ท่านจะดูรายละเอียดได้จากตารางข้างล่างนี้

Analysis of Moringa pods, fresh (raw) leaves and dried leaf powder have shown them to

contain the following per 100 grams of edible portion:

PODS LEAF LEAVES POWDER

_________ฝัก                     ใบ                        ใบแห้งบ่น

Moisture (%)                                                          86.9                    75                           7.5

Calories                                                                   26                         92                         205

Protein (g)                                                               2.5                      6.7                        27.1

Fat (g)                                                                       0.1                       1.7                         2.3

Carbohydrate (g)                                                3.7                       13,4                      38.2

Fiber (g)                                                                 4.8                         0.9                      19.2

Minerals (g)                                                          2.0                        2.3                        —

Ca (mg)                                                                   30                        440                        2,003

Mg (mg)                                                                  24                         24                           368

P (mg)                                                                  110                         70                            204

K (mg)                                                                 259                       259                        1,324

Cu (mg)                                                                3.1                        1,1                           0.57

Fe (mg)                                                                5.3                        7                            28.2

S (mg)                                                                 137                      137                           870

Oxalic acid (mg)                                               10                        101                              1.6%

Vitamin A – B carotene (mg)                     0.11                       6.8                          16.3

Vitamin B -choline (mg)                             423                        423                             —-

Vitamin B1 -thiamin (mg)                          0.05                       0.21                         2.64

Vitamin B2 -riboflavin (mg)                     0.07                      0.05                        20.5

Vitamin B3 -nicotinic acid (mg)               0.2                        0.8                            8.2

Vitamin C -ascorbic acid (mg)                   1.20                    220                            17.3

Vitamin E -tocopherol acetate (mg)          —                        —                           113

Arginine (g/16g N)                                        3.6                        6.0                             1.33%

Histidine (g/16g N)                                       1.1                        2.1                            0.61%

Lysine (g/16g N)                                           1.5                        4.3                            1.32%

Tryptophan (g/16g N)                                0.8                        1.9                            0.43%

Phenylanaline (g/16g N)                            4.3                        6.4                            1.39 %

Methionine (g/16g N)                                  1.4                        2.0                            0.35%

Threonine (g/16g N)                                    3.9                        4.9                            1.19%

Leucine (g/16g N)                                         6.5                        9.3                             1.95%

Isoleucine (g/16g N)                                   4.4                        6.3                              0.83%

Valine (g/16g N)                                           5.4                        7.1                               1.06%

*From Moringa oleifera: Natural Nutrition for the Tropics by Lowell Fuglie

ที่ผมเอาคุณค่าทางอาหารของมะรุมมาแสดงนั้นเพื่อให้ท่านได้เห็นในสิ่งที่ไม่คาดมาก่อน และเห็นความวิเศษของมะรุม  ประชาชนในบางประเทศเอาใบมาปรุงอาหารให้เด็กเล็กๆเนื่องจากมีแคโลรี่ และโปรตีนสูง มีการเอาทั้งใบสดใบแห้งไปเลี้ยงสัตว์ ในประเทศไทยเราไม่ค่อยมีใครนิยมเอามะรุมไปเลี้ยงสัตว์เท่าไร และจะปลูกมะรุมไว้ตามหัวไร่ปลายนา ตามแนวรั้วเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีการปลูกเป็นเชิงพาณิชย์เลย

และยังมีผู้ทดลองเอาเมล็ดมะรุมแห้งไปหีบเอาน้ำมันและพบว่าน้ำมันมะรุมมีประโยชน์ต่อเราเป็นอย่างมาก น้ำมันมะรุมเป็นน้ำมันใส มีสีเหลืองออ่นมีกลิ่นคล้ายถั่ว ประกอบด้วยสารแอนตี้ออ็กซิไดซ์ในปริมาณสูง มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวในปริมาณสูงด้วย นอกจากนั้นยังมีกรดต่างๆที่มีประโยชน์ในปริมาณมากอีกคือ

Oleic Acids                                65.7%

Palmetic Acids                        9.3%

Stcaric Acids                           7.4%

Behenic Acids                         8.6%

slide-in-scrap-2

รูปแสดงการปลูกต้นมะรุมเพื่อเก็บใบ

slide-in-scrap-3

รูปแสดงการปลูกต้นกล้าของมะรุมในแปลง

slide-in-scrap-4

การเพาะชำทั้งแบบจากกิ่งและแบบจากเมล็ด

เรื่องนี้มันทำท่าว่าจะยาวหลายตอนจบ ผมคงขออนุญาตโพสต์เป็นส่วนๆไปเพื่อจะได้เอาไปลงมือทำกันพลางๆก่อน

9 responses to “มะรุม-ต้นไม้กายสิทธิ์ พิชิตความจน – MORINGA TREE

  1. I stay in USA where i can find it any recommend?

  2. อยากคุยกับคุณทางโทรศัพท์ได้ใหม 086-648xxxx

  3. I’m a agriculturist.
    Could you please help to estimate the investment on it “Moringa” per 1 rai ?
    Thanks & B.regards

    • คุณ Pui
      ค่าใช้จ่ายมีดังนี้ครั[
      1) ค่าขุดหลุมปลูก แบบ ๔ คูณ ๔ เมตร ตก ๑๐๐ หลุมฝไร่ ค่าจ้างขุดหนึ่งวัน ๑๘๐ บาท
      ๒) ค่าเพาะต้นกล้าจากเมล็ดมะรุมและดูแล สามเดือน ประมาณ ๖,๐๐๐ บาท
      ๓) ค่าดูแลหลังปลูก สามเดือน ประมาณ ๖,๐๐๐ บาท
      รวม ๑๒,๑๘๐ บาท
      รวมค่าปฺุ๋๋ยและยาอีกสองพันกว่าบาท รวมแล้วไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาท ต่อไร่

      อันนี้แค่ประมาณมากนะครับ แต่ผมว่าคงจะไม่แตกต่างกว่านี้ไปมากนัก

  4. สนใจปลูกมากค่ะ ไม่ทราบว่าจะหาซื้อต้นกล้าเยอะๆได้ที่ไหนคะ ตอนนี้นำเมล็ดจากฝักมาปลูกได้สักสิบต้นแล้วค่ะ แต่กำลังคิดอยากจะเอาไปลงที่ดินที่ว่างๆอยู่ค่ะ
    อยากจะขอความรู้เรื่องการดูแลน่ะค่ะ เช่นน้ำ ปุ๋ย ดิน ว่าต้องมีสภาพอย่างไร
    ขอบคุณค่ะ

  5. ต้นกล้ามีกี่สายพันธุ์ครับแล้วพันธุ์ไหนเหมาะกับบ้านเราครับผมอยู่แพร่ขอบคุณครับ

    • คุณkoko,

      เป็นเรื่องที่น่าเสียดายครับที่เมืองไทยเรามีการวิจัยเรื่องสายพันธุ์ของมะรุมน้อยมาก หน่วยงานต่างประเทศที่ทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้มากได้แก่ UN และอินเดีย เพราะฉะนั้นคงจะตอบยากว่าเมืองไทยมีกี่สายพันธ์

      ถ้าคุณจะปลูกเพื่อเก็บใบ เรื่องสายพันธ์คงจะไม่ใช่ประเด็นสำคัญมาก เลือกเอาต้นพันธ์ที่ขึ้นอยู่ในพื้นที่เป็นดีที่สุด
      แต่ถ้าจะปลูกเพื่อบีบเอานำมัน สายพันธ์จะเป็นเรื่องสำคัญ

  6. ดีใจที่รู้ว่าใบมะรุมกินได้ ปลูกไว้เล่นๆ 1 ต้น แต่ปลูกให้โตไม่ได้ เพราะเป็นที่ดินของคนอื่น จึงต้องตัดให้เตี้ยๆ เคยเอากิ่งเล็กๆ ปักชำ มันก็ขึ้นแต่ไม้ได้ดูแลจึงตาย ต่อไปจะรักษาให้เติบโต และเก็บเอาใบมากิน

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s