พาเที่ยวถูเขาไฟ VOLCANO II


Volcano II

พาเที่ยวถูเขาไฟ

ผมจะพาชมภายในตัววัดเบอร์ซากี้ต่อ แล้วจากนั้นเราก็จะไปชมภูเขาไฟลูกที่สองที่ยังไม่ดับและมีความยิ่งใหญ่มากในอดีต เอากันอย่างใกล้ชิดกว่านี้อีกชนิดที่แทบว่าจะจูบปาก (ปล่องภูเขาไฟ) กันเลย

แต่ตอนนี้ขึ้นไปเที่ยวบนตัววัดกันก่อน พอเดินผ่านประตูทางเข้ามาสักหน่อย ก็มาถึงบรรไดขึ้นไปสู่ตัววัด ที่มีอยู่หลายร้อยขั้นทีเดียว พอดีลืมนับไป รูปนี้ถ่ายจากเชิงบรรไดที่จะขึ้นไปสู่ตัวเจดียและวิหารต่างๆ หน้าบรรไดมียักษ์ตัวใหญ่นุ่งโสร่งตาหมากรุกยืนเฝ้าทางเข้าอยู่

หลังจากขึ้นบรรไดเตี้ยๆมาสองช่วง เราก็มาถึงบรรไดสูงชันช่วงสุดท้ายที่จะเข้าสู่ประตูเข้าบริเวณวิหารและเจดีย์ สองข้างบรรไดประดับธงทิวและร่มไว้สี่สี มีสีแดง ขาว เหลือง และดำ แต่ละสีหมายถึงเทพเจ้าแต่ละองค์ สีแดงก็หมายถึงเทพเจ้าแห่งไฟ สีขาวหมายถึงเทพเจ้าแห่งน้ำ สีเหลืองหมายถึงเทพเจ้าแห่งธัญญาหาร สีดำหมายถึงเทพเจ้าแห่งโลหะ

เป็นความโชคดีของเรามาก กำลังที่เราจะขึ้นไปที่ตัววิหาร ก็พอดีข้างในวิหารเสร็จพิธีคนที่มาวัดกำลังเดินกลับลงมา ก็เลยได้ภาพชาวบาหลีในชุดประจำชาติที่มีสีสรรค์อันสวยงามมาฝากท่าน ข้าวของที่นำมาถวายเทพเจ้าก็ทูนไว้บนหัว อ้นเป็นประเพณีของคนที่นี่ คนแก่อายุเจ็ดสิบก็ยังเอาของหนักเกือบยี่สิบกิโลกรัม ทูลหัวได้สบายๆ

นี่คือตัวเจดีย์ในตัววัดที่ทำหลังคาเป็นชั้นๆ ลักษณะคล้ายๆกับเจดีย์ของจีน ตัวอาคารทำด้วยไม้ หลังคาแต่ละชั้นมุงด้วยหญ้าชนิดหนึ่งเป็นเส้นเล็กๆยาวๆสีดำ

รูปนี้ถ่ายจากบนเขาด้านหลังว้ด ถ่ายให้เห็นบริเวณวัดจากอีกมุมหนึ่ง

วัดนี้มีเจดีย์ประมาณ ๘๐ องค์เป็นว้ดที่มีเจดีย์มากที่สุดในบาหลี ผมถ่ายมาจากบนเขาหลังวัดให้เห็นทะเลอยู่ลิบๆข้างล่าง

ก่อนจะออกจากวัดถ่ายรูปให้เห็นภูเขาไฟอากุงกันชัดๆในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสไม่มีเมฆหมอกปกคลุมอีกครั้ง เพราะว่าเป็นการยากมากๆที่จะมีโอกาศเช่นนี้ เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วจะมีเมฆหมอกปกคลุมเกือบตลอด ดูรูปข่างล่างเปรียบเทียบ เป็นการถ่ายจากจุดที่ใกล้เคียงกับรูปข้างบนในอีกวันหนึ่งที่ผมขึ้นไปที่วัดในหน้าฝน จะแลเห็นแต่เมฆหมอกปกคลุมปกคลุมภูเขาไฟอากุงไว้ทั้งลูก

หลังจากชมว้ด ชมภูเขาไฟลูกแรกกันแล้ว เราก็จะออกเดินทางไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของถูเขาไฟอากุงประมาณสามสิบกิโลเมตร มีภูเขาไฟลูกที่สองชื่อ “บาตู” เป็นภูเขาไฟที่ในอดีตมีขนาดใหญ่มหึมากว่าถูเขาไฟอากุงในปัจจุบันเสียอีก ก่อนที่จะมีการเกิดระเบิดครั้งใหญ่ ที่คาดว่าประมาณสองร้อยกว่าปีมาแล้ว ลองคิดดูก็แล้วกันครับ ว่าขนาดของภูเขาไฟจะใหญ่ขนาดไหน และการระเบิดจะรุนแรงเท่าไร โดยการคำนวนจากปากปล่องภูเขาไฟที่ระเบิดในตอนนั้นและทิ้งไว้ให้เห็นในปัจจุบันมีขนาดกว้างกว่าหกกิโลเมตร และอยู่สูงกว่า ๒๐๐๐ เมตร ส่วนปากปล่องที่เกิดจากการระเบิดครั้งสุดท้ายนั้นอยู่เตี้ยกว่าถูเขาไฟอากุงประมาณ ๑๑๐๐ เมตร และอยู่ในปล่องอันเก่า ถูเขาไฟลูกนี้เมื่อสามสี่ปีก่อนยังมีควันขึ้นกรุ่นๆอยู่เป็นการยืนย้นให้เห็นว่าฉันเป็นภูเขาไฟแน่ๆ ภูเขาไฟลูกนี้มีประวัติการระเบิดที่น่าสนใจมาก ครั้งแรกที่มีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ชาติคือปี ค.ศ. ๑๘๐๔ ประมาณ ๒๐๔ ปีมาแล้ว หรือตอนต้นยุคกรุงรัตนโกสินทร์ของบ้านเรา ก่อนหน้านั้นจะมีการระเบิดอีกกี่ครั้งไม่ทราบ ไม่ได้มีการบันทึกไว้ ถัดมาก็ระเบิดอีก ๔ ครั้งในปี ค.ศ.๑๙๒๖ ๑๙๖๓ ๑๙๗๔และล่าสุดในปี ๑๙๙๔ ไม่รู้ว่าครั้งต่อไปจะเป็นเมื่อไร?

รูปข่างล่างนี้ทั้งหมดถ่ายจากบนขอบปากปล่องที่เกิดจากการระเบิดในครั้งใหญ่นั้น หลังจากการระเบิดครั้งนั้นแล้ว บางส่วนของปล่องภูเขาไฟยุบลงกลายเป็นทะเลสาปที่มองเห็นอยู่ด้านขวามือ (โปรดดูรูปแผนที่ประกอบ) ถ้ามองในแผนที่ จุดที่เรายืนถ่ายรูปอยู่สูงประมาณ ๒๐๐๐ เมตร ตรงมุมที่ถนนหักเลี้ยวซ้าย(เส้นสีแดงในแผนที่หมายถึงถนน) และมีดาวแดง ก็คือปากปล่องของภูเขาไฟดั้งเดิมที่ระเบิดตอนนั้น ที่มีขนาดกว้างกว่า ๖ กิโลเมตร ส่วนพื้นที่ซึ่งยุบตัวลงก็กลายเป็นทะเลสาปขนาดมหึมา ครอบคลุมปากปล่องขนาดกว้างหกกิโลเมตรไว้ทั้งหมด กินอาณาเขตตามเส้นถนนสีแดงที่ต้ดโค้งไปทางซ้ายตามขอบปากปล่อง ส่วนทางขวาก็โค้งไปตามขอบทะเลสาปในปัจจุบัน อ้อมปากปล่องใหม่สองปล่องไปจดกับถนนสีแดงอีกด้าน มาตราส่วนในแผนที่คือ ๑ ซ.ม.= ๒ กิโลเมตร ต่อมาในการระเบิดครั้งหลังๆ เป็นการระเบิดขึ้นจากในทะเลสาปที่เป็นปากปล่องเก่า ลาวาที่พ่นขึ้นมาใหม่ กลายเป็นปากปล่องเล็กๆสองปล่องที่เห็นในรูปถัดไปนั้น และลาวาที่พ่นออกมาทำให้ทะเลสาปแคบลงเหลือเพียงส่วนคล้ายพระจันทร์เสี้ยวนิดเดียวเมื่อเทียบกับทะเลสาปเดิม (ที่เห็นในรูป) เรียกว่าฝีมือในการระเบิดไม่แม่นยำพอ ถ้าแน่จริงต้องระเบิดให้ตรงกลางทะเลสาปพอดี และต้องพ่นลาวาให้สวยงาม จนทำให้ปากปล่องอันใหม่เป็นเกาะอยู่กึ่งกลางทะเลสาป มีน้ำล้อมรอบทุกด้าน ถึงจะเรียกว่ามีฝีมือ

ผมเคยไปดูภูเขาไฟลูกหนึ่งในประเทศฟิลิปปินส์ ชื่อภูเขาไฟตาไกไต ก็มีลักษณะคล้ายๆกับภูเขาไฟบาตูนี่แหละ คือตอนแรกก็เกิดปากปล่องภูเขาไฟขนาดประมาณหก เจ็ดกิโลเมตรเหมือนกัน พอเกิดการระเบิดครั้งที่สอง ปากปล่องใหม่อยู่กลางทะเลสาปพอดี ลาวาที่พ่นออกมาก็แม่นมากได้ปากปล่องที่สมดุลย์ กลายเป็นเกาะอันใหม่มีขนาดประมาณหนึ่งในสี่ของทะเลสาปเดิม และมีน้ำล้อมรอบที่ขนาดเท่ากันทุกด้าน ที่แน่ไปกว่านั้น ตรงกลางของเกาะอันใหม่ที่เป็นปากปล่องขนาดเล็กยังมีทะเลสาปอยู่ตรงกลางอีกด้วย นี่แหละที่เรียกว่าความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ทางประเทศฟิลิปปินส์เขาโฆษณาว่า Lake in the

middle of the island which is in the middle of the lake.

รูปข้างบนนี้ถ่ายจากในรถที่วิ่งอยู่บนถนนที่ตัดอยู่บนขอบปากปล่องของการระเบิดในสมัยโบราณ

ย้อนกลับมาที่ถูเขาไฟบาตู ถ้ามองทางด้านซ้ายของรูปก็ยังเห็นรอยไห้มของลาวาเป็นทางสีดำอยู่ บริเวณรอบๆภูเขาไฟนั้นไม่มีต้นไม้ขึ้นอยู่เลยเข้าใจว่าเป็นเพราะความร้อนจากภูเขาไฟส่วนหนึ่งและจากดินที่มีความเป็นกรดสูงอีกส่วนหนึ่ง ตามบริเวณรอบๆทะเลสาปที่เห็นอยู่ด้านขวามือ ก็มีคนไปปลูกบ้านให้คนไปพักผ่อนชมวิวกันเต็มไปหมด

นี่แหละครับทะเลสาปส่วนที่เหลืออยู่คล้ายรูปพระจันทร์เสี่ยวที่เห็นโผล่อยู่นิดเดียวในรูปบน เพราะปากปล่องเล็กๆสองปล่องที่เกิดขึ้นใหม่พ่นหินออกมาถมพื้นที่ทะเลสาปเดิมไปเกือบหมด

ผมพยายามซูมภาพให้เห็นปากปล่องใหม่ที่เกิดจากการระเบิดสองครั้ง ทั้งสองปล่องนั้นอยู่ห่างกันนิดเดียว

รูปนี้ซูมให้เห็นชัดยิ่งขึ้น ปัจจุบันมีผู้จัดรายการทัวร์จัดให้ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นเหนือปล่องภูเขาไฟบาตู โดยผู้ที่จะไปชมพระอาทิตย์ขึ้น ต้องมานอนพักแถวๆบ้านพักริมทะเลสาปพอราวๆตีสี่ก็จะออกเดินทางโดยรถยนตร์ที่จะพาลุยขึ้นไปบนปล่องภูเขาไฟ วิ่งไปบนหินลาวา จนไม่สามารถแล่นต่อไปได้ ผู้รักการลุยก็จะต้องลงเดินต่อไปในความมืด มีแค่ไฟฉายคนละกระบอกไว้ส่องดูทาง เดินกันไปจนถึงขอบๆปล่องภูเขาไฟที่เห็นในรูป ก็จะนั่งรอนอนรอเวลาที่พระอาทิตย์จะค่อยๆโผล่พ้นปากปล่องภูเขาไฟขึ้นมา ผมฟังแล้วก็ขอถอยอีกตามเคย เพราะตอนตีสี่ถึงหกโมงเช้าเป็นช่วงที่ขอสู้ตายคาเตียง เอาช้างมาฉุดก็ไม่อยากจะลุกจากที่นอน

ภูเขาไฟลูกที่สองนี้ ผมพาไปชมอย่างใก้ลชิดแบบถึงปากปล่องกันเลย หวังว่าคงถูกใจท่านผู้อ่าน หมู่นี้พาท่านไปเที่ยวซะหลายแห่ง จนเริ่มมีผู้อีเมลล์เข้ามาว่า ระยะนี้เรื่องทำมาหากินหายไปไหน เอาละครับเรื่องต่อไปผมจะพาท่านไปว่ากันเรื่องทำมาหากินบ้าง จะพาท่านไปดูคนบาหลีเขาทำเครื่องหวายกัน

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s