สิบงานทำเงิน IV


อาชีพที่เจ็ด – นักฟุตบอล

          ฟุตบอลเป็นกีฬาอีกประเภทหนึ่งที่เป็นที่นิยมกันมากทั่วโลก โดยเฉพาะในยุโรปและอเมริกาใต้ ในเอเซียก็เริ่มนิยมกันมากเช่นกัน ในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน เวียดนาม มาเลเซีย

คนไทยก็มีการส่งเสริมการเล่นฟุตบอลมานานมากทีเดียว แต่แปลกวงการฟุตบอลของเราไม่ก้าวหน้าไปอย่างที่ควรจะเป็น ผมจำได้ตอนที่ประเทศไทยเป็นแชมป์เยาวชนแห่ง เอเซียครั้งแรก ตอนนั้นผมอายุ สิบห้า สิบหกปี ผมยังจำได้ถึงนักฟุตบอลที่ดังมากในช่วงนั้น ได้แก่ ดำรัส โรจนเสถียร ธัวชชัย สัจจะกุล  แต่ทั้งสองท่านก็ไม่ได้เอาดีทางฟุตบอลอาชีพ

ต่อมาที่ดังมากในประเทศไทยคือ คุณปิยะพงศ์ ผิวออ่น และท่านก็ออกค้าแข้งในประเทศต่างๆในเอเซียอยู่หลายปี และตามมาด้วยนักค้าแข้งคนไทยอีกหลายคน และตามมาด้วย เด็กไทยที่ไปค้าแข้งถึงอังกฤษเป็นรุ่นแรกๆ คือคุณลีซอ แต่ที่ผมเอามาจัดไว้เป็นอาชีพในระดับที่เจ็ดนั้นเป็นเพราะกีฬาชนิดนี้ ไม่เหมาะกับคนไทยที่มีรูปร่างเล็กและความสูงสู้ นักกีฬาฝรั่งไม่ได้ เพราะการเล่นฟุตบอลนั้นต้องใช้แรงปะทะสูง และความสูงนั้นจะทำให้ได้เปรียบมาก รวมทั้งประเทศไทยการเล่นฟุตบอลอาชีพนั้นยังไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร โอกาศที่จะทำเป็นอาชีพนั้นก็พอมีแต่มันไม่สดใสเหมือนกีฬาประเภทอื่นๆ ถ้าท่านมีใจรักจริงๆและมีความสามารถจิรงๆก็พอมีโอกาศอยู่บ้าง

 

 

คงไม่ต้องบอกว่าทั้งคู่เป็นนักฟุตบอลที่ดังมากของไทยขณะนี้ คนขวามือไปค้าแข้งที่อังกฤษตั้งแต่อายุยังน้อย ผมไม่มีข้อมูลว่าโกยมาเท่าไรแล้ว

(รูปจากนสพ. ไทยรัฐ)

 

 

อาชีพที่แปด – นักมวย

          ความจริงแล้วนักมวยหรือกีฬามวยนั้นคนไทยเราเก่งที่สุดมีแชมป์โลกมากที่สุดในกระบวนกีฬาต่างๆที่ผมกล่าวมาทั้งหมด แต่ที่ไม่ได้แนะนำขึ้นเป็นอันดับ แรก เพราะผมสงสารนักมวยทุกท่าน เพราะมันเป็นกีฬาที่ต้องเจ็บปวด เปลืองตัวมาก โดยเฉพาะเมื่ออายุมากๆมันจะมาออกผลให้เห็น ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นมาแล้ว ตั้งแต่ คุณจำเริญ ทรงกิตรัตน์ ที่เป็นนักมวยไทยคนแรกที่ขึ้นชิงแชมป์โลกจากฝรั่ง คุณพะเยาว์ พูลธรัตน์ นักมวยเหรียญทองโอลิมปิคคนแรกของไทย คุณโผน กิ่งเพชร แชมป์โลกคนแรกของไทย และเป็นแชมป์โลกที่มีฝีมือที่ต่างชาติยกย่องมาก ทุกท่านที่ผมกล่าวมานั้นตอนบั้นปลายของชีวิตท่านมีปัญหาเรื่องสุขภาพทั้งสิ้น หรือแม้แต่นักมวยที่ดังที่สุดในโลกคือ คุณโมหเม็ด อาลี นักมวยรุ่นยักษ์ชาวอเมริกัน ที่เป็นแชมป์โลกในรุ่นนี้อยู่ยาวนาน ในบั้นปลายก็ป่วยด้วยโรคสมองเสื่อม ผมจึงอยากจะให้ทุกท่านลองพิจารณากีฬาชนิดอื่นๆเป็นอันดับแรกๆก่อน ที่จะมาถึงการเป็นนักมวย ถ้าท่านคิดว่ากีฬาชนิดอื่นๆที่กล่าวมาข้างต้นมันไม่เหมาะกับท่านด้วยเหตุผลใดก็ตาม ท่านอยากจะเป็นนักมวยอาชีพ ผมขอบอกว่าอาชีพนักมวยนั้นเป็น อาชีพที่คนไทยทำมานมนานมากแล้ว  เชื่อหรือไม่ว่าในระดับโลกนั้นเราทำกันมายี่สิบสามสิบปีแล้ว  แพร่หลายและดังไปทั่วโลกพอๆกับอาหารไทยทีเดียว

       นักมวยผู้สร้างความดังในระดับนานาชาติเป็นท่านแรกนั้นได้แก่ นายขนมต้ม ที่ถูกพม่าจับเป็นเชลยตอนที่เราเสียกรุงให้กับพม่า และแสดงความสามารถในการต่อยเอาชนะ ทหารพม่าถึงสิบคนให้กษัตริย์ของพม่าดู  จนกษัตรย์พม่าถึงกับเอ่ยปากว่าคนไทยนั้นมีความเก่งกาจมาก เสียแต่ว่าคนไทยเรานั้นขาดผู้นำที่ดี  นั้นเป็นความดังของนักมวยไทยใน ระดับชาติเมื่อหลายร้อยปีก่อน  และความดังและความเก่งของนักมวยไทยก็ไม่เคยเปลี่ยนไป  พอๆกับการขาดผู้นำที่ดีของคนไทยที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเช่นกัน ปัจจุบันผู้นำของเรา ก็ยังไม่เปลี่ยนไปเช่นกันยังเลวเช่นเดิม ยังกัดกันราวกับไม่ได้เกิดมาเป็นคน   มันแปลกดีนะ

       หันมาเรื่องการเข้าสู่วงการของนักมวยอาชีพต่อดีกว่า ในเมืองไทยเรามีค่ายมวยที่ฝึกนักมวยอยู่ทั่วทุกหัวระแหง ท่านสามารถเข้าไปฝึกหัดเป็นนักมวยที่ค่ายที่ท่านสนใจ จากนั้นทางค่ายก็จะมีครูมวยสอนให้ พอท่านเรียนไปได้สักระยะหนึ่งทางค่ายมวยก็จะส่งท่านขึ้นชกตามเวทีในจังหวัดต่างๆ หากท่านหน่วยก้านดี มีฝีมือชกชนะเรื่อยๆ ท่านก็จะก้าวไปชกในเวทีที่ใหญ่ขึ้น จนกระทั่งก้าวเข้ามาชกในเวทีระดับชานเมืองรอบๆกรุงเทพฯ และถ้ายังชกชนะอยู่มากกว่าแพ้ ท่านก็จะได้ก้าวขึ้นเวทีลุมพินี หรือเวทีราชดำเนิน

ต่อไป นี่คือการก้าวเข้าสู่วงการมวยไทย หลังจากชกมวยไทยจนอาจจะหาคู่ชกลำบากแล้ว หรือไม่ครูมวยมองเห็นว่าถ้าท่านเปลี่ยนไปต่อยมวยสากลจะไปได้ดี ก็จะเปลี่ยนสไตล์และ สอนให้ท่านต่อยมวยสากลแทน จากนั้นถ้าท่านยังมีฝีมือชนะนักมวยสากลอยู่ต่อไปอีก โปรโมเตอร์ดังๆก็อาจจะรับท่านเข้าสังกัดและสั่งนักมวยต่างชาติเข้ามาให้ท่านชกอุ่นเครื่อง

ถ้าท่านยังไปได้สวยฝีมือพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ทางโปรโมเตอร์ก็จะส่งท่านขึ้นชกกับนักมวยต่างชาติเพื่อต่ายอันดับโลกต่อไปจนถึงชิงแชมป์โลก

       ฟังดูเหมือนง่ายๆแต่ในความเป็นจริงแล้ว ระยะเวลากว่าจะก้าวขึ้นสู่การชิงแชมป์โลกนั้นมันเป็นเวลาหลายปี และท่านต้องผ่านการต่อยมามากมายเป็นร้อยครั้ง นอกเหนือจากการลงนวมกับคู่ซ้อมอีกเป็นหลายร้อยยก การฝึกมวยกับค่ายมวยนั้นดีอยู่อย่างหนึ่งที่ทำให้ท่านต้องปฏิบัติตามระเบียบวินัยโดยเคร่งครัด ตอนเช้าต้องตื่นพร้อมกับ นักมวยคนอื่นๆ เพื่อออกวิ่งเอากำลังขา และในช่วงระหว่างวันก็มีตารางการฝึกซ้อมที่เข้มงวดตายตัวอยู่แล้ว

       อีกทางหนึ่งที่ท่านจะก้าวเข้าสู่วงการมวยแบบสากลได้ โดยท่านไปสมัครเข้าเรียนหนังสือในโรงเรียนมัธยมที่มีการส่งนักเรียนเข้าแข่งขันการชกมวยสมัครเล่นของ กรมพละศึกษา โรงเรียนที่เก่งๆในเรื่องปั้นนักมวยสมัครเล่นมาแล้วมากมายก็มีเช่น โรงเรียนผดุงศิษย์พิทยา โรงเรียนโยธินบูรณะเป็นต้น หากท่านเลือกเดินทางสายนี้ การขึ้นชก

การฝึกซ้อมจะเบากว่าการทางสายแรก และการต่อยมวยสมัครเล่นของนักเรียนนั้น เป็นเส้นทางที่โหดน้อยกว่าการต่อยมวยไทยมากมายนัก จากนั้นถ้าท่านมีฝีมือชกชนะคู่ต่อสู้อยู่ เรื่อยๆ ท่านก็อาจจะได้คัดเลือกให้เป็นตัวแทนทีมชาติขึ้นชกมวยสมัครเล่นในการแข่งขันระดับนานาชาติต่อไป ไม่ว่าจะเป็นซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ และการแข่งขันโอลิมปิก หากท่านสามารถทำชื่อเสียงในกีฬาระดับนานาชาติมาแล้ว ก็อาจจะมีโปรโมเตอร์ดังๆมาชักชวนท่านขึ้นต่อยมวยสากลอาชีพต่อไป ตัวอย่างแชมป์โลกที่ต่ายเต้าตามเส้นทางสายนี้ขึ้น มาก็มีหลายท่าน

       ขอให้ท่านรองพิจารณาเอาเองว่าเส้นทางไหนที่ท่านคิดว่าจะเหมาะกับตัวท่านมากกว่ากัน

 

อาชีพที่เก้าผู้ฝึกสอนนักกีฬา (โค๊ช์)

       ผมได้แนะนำการเป็นนักกีฬาอาชีพประเภทต่างๆที่เห็นว่าจะเหมาะกับคนไทยและในอนาคตมีแนวทางทำเงินทำทองได้มากมาแล้ว  ห้าประเภทกีฬา แต่ลำพังตัวนักกีฬาเอง จะขยันฝึกซ้อมมากมายแค่ไหนก็ตามโอกาศที่จะเก่งได้ระดับโลกนั้นจะอยากและใช้เวลามากกว่าการที่ได้รับคำชี้แนะจากผู้รู้ การได้รับคำแนะนำสั่งสอนจากผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญในกีฬา ประเภทนั้นๆ จะทำให้นักกีฬาพัฒนาความสามารถไปได้รวดเร็วยิ่งขึ้น  ดังนั้นการมีผู้สอนที่ดีนั้นจำเป็นมากสำหรับนักกีฬาไทย กีฬาหลายอย่างคนไทยเรามีความสามารถและความ เชี่ยวชาญสะสมมายาวนานอยู่แล้ว เช่น มวย ฟุตบอล สนุกเกอร์ ดังนั้นท่านที่มีประสพการณ์และเชี่ยวชาญอยู่แล้ว หรือเป็นอดีตนักกีฬาประเภทนี้ แต่ตอนนี้ร่างกายและสุขภาพไม่

เอื้ออำนวยในการลงแข่งขัน ท่านอาจจะหันมาประกอบอาชีพเป็นผู้ฝึกสอนนักกีฬาในประเภทที่ท่านถนัด อย่างเป็นเรื่องเป็นราว เปิดเป็นโรงเรียนหรือเปิดตัวกันอย่างเป็นทางการ ไปเลย ค่าฝึกสอนจะคิดกันยังไงก็ไปตกลงกันเอง

       ส่วนกีฬาที่ผมเป็นห่วงว่าเราไม่ค่อยมีประสบการณ์มากนัก คือกีฬา กอลฟ์และเทนนิส หลายท่านอาจจะไม่เห็นด้วยกับผม ผมขออธิบายความคิดของผมให้ทุกท่านฟัง เพื่อที่ทุกท่านจะนำไปพิจารณาและตัดสินกันเองก็แล้วกัน เอาทีละประเภทกีฬาก็แล้วกัน ขอเริ่มที่กีฬากอลฟ์ก่อน

       กีฬาประเภทนี้จะเรียกว่าเป็นกีฬาที่ค่อนข้างใหม่สำหรับคนไทยก็ไม่ผิด เพราะเริ่มมีเล่นกันในประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่เจ็ดนี้เอง ในสมัยนั้นมีสนามอยู่สองสนามเท่านั้น

คือสนามกอลฟ์ของรถไฟที่หัวหิน กับสนามสปอรต์คลับ แต่ผมจำไม่ได้ว่าสนามไหนเกิดก่อนกัน ในสมัยนั้นกีฬาประเภทนี้เล่นกันอยู่ในวงจำกัด ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนนอก ที่ไปเล่าเรียนต่างประเทศมา และได้วิชาตีกอลฟ์ติดตัวมาด้วย ซึ่งผมเดาเอาว่าคงเรียนกันแบบเบื้องต้นจากโรงเรียนที่ไปเรียนหนังสือนั่นแหละ และก็ตีกันแบบสมัครเล่นเวลาว่างๆ ก็ตีกันแบบเข้าสังคม คงจะหาผู้เชี่ยวชาญที่เก่งจริงๆนั้นน้อยมาก อีกพวกหนึ่งคือพวกฝรั่งที่มาทำมาหากินในอาชีพอย่างอื่นอยู่ในเมืองไทยในสมัยนั้น และที่พอเล่นกอลฟ์เป็นซึ่ง ไม่ใช่โปร์กอลฟ์  ในสมัยนั้นก็มีผู้ที่เริ่มเล่นกันอยู่สองกลุ่มนี้เป็นหลัก ต่อมาก็มีการถ่ายทอดสอนให้กับเพื่อนฝูงที่อยู่ในเมืองไทยกันต่อๆมา  ดังนั้นส่วนใหญ่ก็เป็นการสอนกัน จากความชำนาญและประสบการณ์ของตนเอง เมื่อตีพอได้แล้วก็ไปฝึกฝนกันเอาเอง นักกอลฟ์พวกนี้เป็นนักกอลฟ์ที่ตีกันในวันเสาร์อาทิตย์เป็นส่วนใหญ่ ท่านก็คงพอเดาออกว่า ฝีมือจะขนาดไหน แต่มีคนไทยอีกพวกหนึ่งที่เป็นคนแบกถุงกอลฟ์ให้กับผู้เล่นกอลฟ์ในสมัยนั้น ที่เรียกว่าแค๊ทดี้” (ในสมัยนั้นยังไม่มีแค๊ทดี้ผู้หญิงอย่างในสมัยนี้) ได้แอบเรียนรู้การ เล่นกอลฟ์จากผู้เล่นในสมัยนั้นไปด้วยแบบครูพักลักจำ เวลาว่างๆที่ไม่มีคนมาเล่น แค๊ทดี้พวกนี้ก็ซ้อมตีเล่นกันเอง บางคนไม่มีเงินซื้อไม้กอลฟ์ก็ทำไม้เอาเอง บางคนขอไม้เก่าๆ ที่ไม่ใช้แล้วจากผู้เล่นในสมัยนั้น แค๊ทดี้พวกนี้บางคนมีไม้แค่อันเดียว สองอันก็เล่นกันได้แล้ว จากการฝึกฝน จากการที่ได้เห็นวงสวิงของคนที่ตีดีๆ ก็จำเอามาใช้ มีแค๊ทดี้ที่ตีกอลฟ์เก่งๆขึ้นมามาก ส่วนใหญ่แล้วในแต่ละสนามก็จะมีนักกอลฟ์ที่มาจากแค๊ทดี้ประจำอยู่ทุกสนาม

ต่อมาในสมัยเมื่อประมาณ สี่ห้าสิบปีมานี่เอง ที่คนไทยมีการตื่นตัวกันในการเล่นกอลฟ์ ส่วนหนึ่งก็สืบเนื่องมาจากมีคนไทยที่ไปเรียนเมืองนอกมากขึ้น มีฝรั่งที่เข้ามาอยู่ใน เมืองไทยมากขึ้นโดยเฉพาะทหารอเมริกันในสมัยสงครามเวียดนาม มีการสร้างสนามกอลฟ์มากขึ้นอีกสามสี่สนาม ในบริเวณรอบๆกรุงเทพ คนไทยที่ยังตีกอลฟ์ไม่เป็นก็ไปเรียน จากครูประจำสนามกอลฟ์ต่างๆที่มาจากอดีตแค๊ทดี้เป็นส่วนใหญ่ พอตีเป็นแล้วก็มาฝึกหัดต่อเอาเอง ซื้อตำราฝรั่งมาอ่านเอาเองบ้าง อ่านเทคนิคคำแนะนำจากนักกอลฟ์อาชีพที่เป็น ฝรั่งบ้าง สมัยนั้นไม่มีวีดีโอเทป ไม่มีการถ่ายทอดสดการแข่งขันกอลฟ์ทางทีวีในเมืองไทย ดังนั้นการตีกอลฟ์หรือการสอนการตีกอลฟ์ในเมืองไทยนั้นมักจะไม่มีการสอนหลัก การเบสิกเบื้องต้นของการตีกอลฟ์ ส่วนใหญ่แล้วครูผู้สอนในเมืองไทยเองก็แทบไม่รู้ว่าส่วนไหนคือเบสิคเบื้องต้นจริงๆที่ถูกต้อง ส่วนไหนคือเทคนิคขั้นสูงที่เป็นเคล็ดลับของนัก กอลฟ์อาชีพ ที่แต่ละคนค้นพบขึ้นมาสำหรับทำให้ตีไกลขึ้น ตีให้ตรงขึ้น ทั้งนี้เพราะการเรียนการถ่ายถอดการตีกอลฟ์ นั้นมีความเป็นมาอย่างที่ผมเล่าให้ฟัง จนกระทั่งไม่กี่ปีมา นี้เองจึงมีคนไทยที่ไปเรียนเรื่องการตีกอลฟ์มาโดยเฉพาะจากเมืองนอกและมาเปิดสอนการตี กอลฟ์อยู่บ้าง ซึ่งจะทำให้การสอนการตีกอลฟ์สำหรับเป็นโปร์กอลฟ์นั้นได้มาตรฐานขึ้น ท่านต้องเข้าใจเสียก่อนว่าการเรียนเพื่อให้ตีกอลฟ์เป็น กับการเรียนตีกอลฟ์ให้เป็นโปร์นั้น มันแตกต่างกัน

สาเหตุที่ผมพูดเรื่องนี้ยาวมากเพราะกีฬากอลฟ์นั้นถ้าหัดไม่ถูกต้องในตอนเริ่มต้นแล้ว แก้ไขยาก และจะพัฒนาฝีมือให้ขึ้นสู่ระดับโลกก็ยาก ถ้าท่านเกี่ยวพันกับนักกอลฟ์ ไทยทั้งประเภทสมัครเล่น และประเภทที่พยายามจะขึ้นเป็นโปร์อยู่บ้าง ท่านมักจะได้ยินคำพูดว่าวันนี้ตีได้ไม่ดีเลย ไม่รู้วง(สวิง)มันหายไปไหนสาเหตุที่เป็นแบบนั้นเพราะนัก กอลฟ์ไทย มักจะได้รับการสอนเทคนิคพลิกแพลงภาคพิศดารจากโปร์ชื่อดังต่างๆมาใช้ผสมปนเปไปหมด ดังนั้นถ้าวันไหนไม่มีสมาธิในการตี หรือมีความกดดันในการเล่นมากๆ ไอ้เจ้าเทคนิคต่างๆที่เคยทำได้ มันกลายเป็นทำไม่ได้ มันก็เกิดความหงุดหงิดขึ้นมา ยิ่งหงุดหงิดก็ยิ่งหลุด จะพยายามตีแบบเบสิคก็ไม่รู้ว่าตรงไหนคือเบสิค  ด้วยเหตุนี้ถ้าเราติด ตามดูการแข่งขันนานาชาติระดับใหญ่ๆ บางครั้งเราจะเห็นโปร์ไทยทำคะแนนได้ดีขึ้นมาอยู่แถวหน้าๆในวันแรกๆ แต่พอวันหลังตกหายไปอยู่ไหนก็ไม่รู้ ก็เพราะสาเหตุนี้แหละครับ

ผมจะขอเล่าประสพการณ์การฝึกโปร์กอลฟ์ในอเมริกา ที่ผมมีโอกาศไปเห็นมานั้น วิธีการสอนของเขานั้นเขาจะสอนให้ตีแบบเบสิคเท่านั้น ไม่ให้ใช้เทคนิคพิเศษลูกเล่น ใดๆเลย หากมีการตีไม่ตรง ตีฮุค ตีสไลด์ เขาจะมาแก้ไขดูว่าทำไม่ถูกต้องตรงไหน และแก้ไขจนทำได้ถูกต้อง ไม่มีการมาปรับวงสวิงเฉพาะตัวคนนั้น เช่นต้องเปลี่ยนตำแหน่งยืน ให้แก้การตีฮุค หรือสไลด์ เป็นต้น เมื่อท่านทำได้ถูกต้องตามเบสิคแล้วลูกมันจะตรงของมันเอง จากนั้นเขาจะปล่อยให้ฝึกไดรฟ์ ด้วยไม้ขนาดต่างๆ เหล็กเบอร์ต่างๆ จนกระทั่ง แม่นยำทุกลูกได้ทั้งระยะที่คงที่และความแม่นยำ ซึ่งใช้เวลาฝึกฝนหลายๆเดือนกว่าโปร์จะเห็นว่า วงสวิงของท่านคงที่ใช้ได้แล้ว นั่นแหละเขาถึงจะเริ่มสอนเทคนิคลูกเล่นพิเศษให้ ทีละเรื่อง สมมุติว่าเมื่อท่านตีตามเบสิคแล้ว หัวไม้หนึ่งท่านตีได้ไกลแค่ ๒๐๐ หลาเท่านั้น พยายามตีอย่างไรก็ได้มาอีกห้าหกหลาเท่านั้น ไม่ไกลกว่านี้แล้ว โปร์เขาจะสอนเทคนิค ให้อย่างหนึ่งเพิ่มให้ แล้วให้ท่านไปฝึกตีตามเทคนิคใหม่นั้นจนชำนาญและคงที่ ซึ่งด้วยเทคนิคใหม่นี้ท่านอาจจะสามารถเพิ่มระยะทางได้อีก ๕๐๖๐หลา จากนั้นโปร์เขาก็จะสอน เท็คนิคพิเศษเพิ่มให้อีก ซึ่งจะทำให้ท่านตีได้ระยะเพิ่มขึ้นอีก ๕๐๖๐ หลา ในขั้นนี้ท่านจะตีได้ไกลถึง ๓๐๐๓๒๐ หลา ซึ่งจัดว่าไกลมาก ทีนี้เกิดวันร้ายคืนร้ายเทคนิคพิเศษที่ท่านเคย ทำได้มันเกิดทำไม่ได้ขึ้นมา หรือที่เรียกว่าวงมันหลุด ท่านรู้แล้วว่าขืนดันทุรังตีไปแบบนี้พังแน่ ไม่เอาดีกว่า ขอแค่ประคองตัวไปก่อนสำหรับวันนี้ ท่านก็จะรู้ว่าต้องกลับมาตีแบบเบสิค ที่ท่านทำได้แบบสบายๆถึงแม้ว่าระยะทางจะลดมาเหลือแค่ ๒๐๐ หลา แต่ก็ยังดีกว่าเข้ารกเข้าพง นี่แหละครับเบสิคที่ผมพูดถึงมันช่วยตรงนี้  เวลาท่านดูการแข่งขันกอลฟ์ระดับโลก ท่านจะเห็นนักกอลฟ์ระดับโลกที่ดังๆ ไม่ว่าแจ๊ค นิครอส์ หรือ ไทเกอร์ วูด ก็มีวงหลุดเหมือนกัน เขาอาจจะตีเสียแค่หลุมหรือสองหลุมแต่วงเขาจะกลับคืนมาเร็ว และหยุดตีเสียได้  เพราะเขารู้ว่าเบสิกของเขาอยู่ตรงไหน และเมื่อเขาหยุดตีเสียลงได้เขาก็มีความมั่นใจที่จะแข่งขันต่อไป

ออกนอกเรื่องไปไกลจนเกือบหาทางกลับไม่ถูกว่ากำลังจะพูดถึงการเปิดการสอนการเล่นกีฬาเป็นอาชีพ เมื่อมีความต้องการในการเรียนเพื่อเป็นนักกีฬาอาชีพมีมากขึ้น ท่านที่มีความรู้ความชำนาญในกีฬาชนิดใดก็จะสามารถเปิดการสอนในกีฬาชนิดนั้น เป็นอาชีพใหม่ต่อไป นอกจากนั้นก็จะทำให้การสร้างนักกีฬารุ่นใหม่ของเราเร็วขึ้น หรือท่านจะรับเป็นโค๊ชประจำตัวนักกีฬาคนนั้นไปเลยก็ได้

 

อาชีพที่สิบผู้จัดการนักกีฬา

       อาชีพนี้เท่าที่เห็นมีในเมืองไทยก็เฉพาะกีฬามวย ที่ไม่ได้เรียกว่าผู้จัดการนักกีฬา แต่เรียกว่าโปรโมเตอร์มวย สำหรับกีฬาชนิดอื่นๆนั้นการทำหน้าที่ผู้จัดการนักกีฬาจะเบา กว่าโปรโมเตอร์มวย เพราะท่านไม่ต้องจัดการแข่งขัน เนื่องจากมีผู้อื่นจัดการแข่งขันอยู่แล้ว อาชีพนี้เมืองไทยขาดแคลนมาก เพราะเราไม่เคยมีนักกีฬาอาชีพมาก่อน และผู้จัดการนัก กีฬานั้นจะสำคัญมากสำหรับนักกีฬาไทยด้วย เพราะนักกีฬาของเราไม่มีประสบการณ์ในการเดินทางไปแข่งขันต่างประเทศ หลังจากเดินทางไปถึงประเทศนั้นแล้ว จะไปพักที่ไหน จะไปฝึกซ้อมที่ไหน สนามแข่งขันอยู่ที่ไหน จะไปกันยังไง อาหารจะกินอะไรที่ไหน ฯลฯ มีเรื่องจุกจิ๊กที่จะต้องวางแผนให้มีปัญหาน้อยที่สุด ที่สำคัญคือจะได้ตัดเรื่องกวนใจออก ไปจากนักกีฬา นักกีฬาจะได้ไม่เหนื่อย จะได้มีสมาธิในการแข่งขันอย่างเดียว

       ดังนั้นคนไทยที่มีความชำนาญในเรื่องพวกนี้ ภาษาดี ชำนาญการเดินทางต่างประเทศ หรืออดีตนักกีฬาที่เคยเดินทางไปแข่งขันกีฬาประเภทนั้นๆในต่างประเทศอยู่บ่อยๆ

ที่ผมว่าน่าจะทำอาชีพนี้ได้ดี เมื่อท่านมีอายุมากขึ้นหรือเลิกเล่นกีฬาเป็นอาชีพแล้ว ท่านจะทำงานนี้ได้ดีมาก ตัวอย่างเช่น คุณต๋อง ศิษย์ฉ่อย ที่กินนอนอยู่ในอังกฤษเป็นสิบปี แทบจะ เรียกได้ว่าเป็นบ้านที่สอง และตระเวนแข่งขันในอังกฤษจนทะลุปรุโปร่งทุกเมืองในอังกฤษมาแล้ว หรือเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการโอลิมปิคที่เคยพาคณะนักกีฬาไทย ไปแข่งขัน ในต่างประเทศอยู่เป็นประจำ อาจจะหันมาทำอาชีพนี้หรือเปิดบริษัทจัดการนักกีฬา  ที่จะเป็นการช่วยสร้างนักกีฬาอาชีพของไทยให้เกิดขึ้นโดยเร็วยิ่งขึ้นและสร้างงานสร้างรายได้ ให้กับท่านอีกด้วย ตัวอย่างอีกคนหนึ่งที่ผมเห็นว่าน่าจะทำได้ดีเช่นคุณพ่อของคุณ วิรดา ที่ตั้งรกรากอยู่ในอเมริกาอยู่แล้ว แต่ว่ารายได้จะดีกว่าร้านอาหารไทยที่ทำอยู่หรือเปล่าไม่ทราบ

 

       นี่แหละครับ สิบยอดอาชีพที่ผมเห็นว่าจะเป็นอาชีพทำเงินให้คนไทยในอนาคต คนไทยเราจำเป็นต้องรีบสร้างรายได้จากทรัพยากรมนุษย์ ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และ   ให้เร็วที่สุดด้วย เรามีประชากรอยู่ ๖๓ ล้านคน ถ้าเราสามารถผลิตบุคลากรที่เก่งๆในด้านต่างๆออกมา ทั้งนักบิน นักกีฬาอาชีพ ผู้บริหารระดับนานาชาติ เราก็จะสามารถผลักดันให้ ประเทศของเราเจริญก้าวหน้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ประเทศเกาหลีใต้ประเทศเดียวมีโปรกอลฟ์หญิงในอเมริกาถึง ๔๕ คน ในขณะที่คนไทยมีแค่ คน ประเทศสิงคโปร์มีพลเมือง แค่สามล้านกว่าคน ซึ่งเป็นเด็กและเป็นคนแก่อีกหลายล้านคน เหลือที่เป็นพลังของชาติเพียงล้านกว่าคน เขายังสามารถพัฒนาประเทศของเขาขึ้นสู่แนวหน้าได้ภายในเวลา สามสิบกว่าปีมานี้เอง ถ้าเราตั้งเป้าว่าจะสร้างนักบินพาณิชย์ให้ได้ปีละ ๑๐๐ คน สร้างพนักงานต้อนรับบนเครื่งบินสักปีละ ๓๐๐๐๕๐๐๐ คน สร้างพ่อครัว/แม่ครัว ทำอาหารไทย สักปีละ ๕๐๐๐ คน  สร้างนักกอลฟ์อาชีพปีละ ๒๐๓๐ คน สร้างนักเทนนิสอาชีพสักปีละ ๒๐ คน สร้างนักสนุกเกอร์อีกปีละ ๓๐๕๐ คน สร้างนักมวยสากลอาชีพปีละ ๕๐๘๐คน

คนไทยเราจะสามารถกวาดเงินเข้าประเทศเพิ่มขึ้นอีกมหาศาล นอกเหนือจากการส่งสินค้าออก กับหวังรายได้จากการท่องเที่ยว ถ้าท่านหันมามองดูอาชีพต่างๆที่ผมแนะนำ แล้วนำไป พิจารณาวางแผนชีวิตของท่านก่อนล่วงหน้า ไม่ใช่ว่าถึงเวลาเรียนจบแล้วหางานทำไม่ได้จึงค่อยมาคิดแก้ไข มันไม่ทันการครับ ทุกอย่างต้องวางแผนล่วงหน้าทั้งนั้นแม้กระทั่งชีวิตของท่าน การปล่อยชีวิตไปตามยะถากรรมนั้นมันหมดสมัยแล้วครับ

          บางท่านอาจจะสงสัยว่า อาชีพ หมอ อาชีพพยาบาล ที่เคยฮิตในอดีต และยังทำเงินได้ดีในปัจจุบันทำไมผมจึงไม่ได้นำมารวมไว้ในนี้ด้วย ผมขอตอบว่าอาชีพหมอหรือนายแพทย์นั้นยัง คงทำเงินเหมือนเดิม และนับวันจะทำเงินมากขึ้นเรื่อยโดยไม่ต้องไปทำงานต่างประเทศเสียด้วย แต่ที่ผมไม่ได้แนะนำไว้ในนี้เพราะเป็นอาชีพที่เข้าเรียนยาก ต้องสอบแข่งขันกันแบบสุดๆ การที่เราจะผลิตบุคคลากรประเภทนี้ออกมามากๆ คงจะลำบาก  แต่ที่จริงแล้วผมอยากจะให้หน่วยงานต่างๆทั้งทางราชการและภาคเอกชนหันมาพิจารณาเรื่องนี้กันดีๆ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยเอกชน เฉพาะที่เกรดดีๆ ( ไอ้ประเภทที่ไม่ต้องสอบโทเฟิ้ล ขาดเรียนก็มาก วิทยานิพนธ์ก็ไม่ผ่าน แต่กลับจบได้ด๊อกเตอร์ ไม่ต้องเสนอหน้าออกมา) ว่าเราจะเร่งมือกันผลิตแพทย์และพยาบาลที่ได้คุณภาพ    ออกมามากๆได้อย่างไร ั้งนี้เพราะบ้านเรากำลังดังมากๆในการให้บริการรักษาพยาบาลชาวต่างชาติ  ปีหนึ่งๆมีชาวต่างชาติบินมารับการรักษาพยาบาลที่เมืองไทยกว่าล้านคน และนับวันจะมากขึ้นๆทุกที จนเป็นอันดับหนึ่งของโลกไปแล้ว ทำให้เป็นที่อิจฉาตาร้อนของประเทศต่างๆทั่วโลก ขนาดเกาหลีใต้รัฐบาลออกมาประกาศอย่างเป็นทางการ และโจ๋งครึ่ม ว่าจะให้การสนับสนุนในทุกๆ ด้านเพื่อ ให้เกาหลีใต้ขึ้นก้าวมาเป็นผู้ให้บริการด้านการแพทย์เป็นอันดับหนึ่งของโลกแทนที่ประเทศไทยให้ได้ พร้อมทั้งบอกว่าเกาหลีใต้มีเครื่องไม้เครื่องมือ

ทางการแพทย์ที่ทันสมัยกว่าเมืองไทยมาก  ทำไมจะแย่งตลาดจากประเทศไทยไม่ได้

          ผมขออนุญาติตอบรัฐบาลเกาหลีใต้ไว้ ณ ที่นี้เลยว่ายากหน่อยนะพวก สาเหตุเพราะเมืองไทยโชคดีในหลายเรื่อง (แม้จะโชคร้ายที่มีนักการเมืองขายชาติ ขายประเทศก็ตาม)

เช่น สถานที่พักฟื้นที่สวยงามราคาถูกและอากาศที่สบาย เหมาะสำหรับคนไข้พักฟื้นหลังจากออกจากโรงพยาบาล  ผู้ช่วยพยาบาลที่มีอัธยาศัยที่น่ารักและพร้อมที่ จะดูแลคนไข้ระหว่าง พักฟื้น  มีสถานที่พักผ่อนท่องเที่ยวมากมายสำหรับให้ญาติมิตรของคนไข้ได้เที่ยวระหว่างว่างจากการเฝ้าไข้  มีอาหาร ผลไม้ที่อร่อยสำหรับคนไข้และญาติมิตรได้บริโภค ฯลฯ นี่คือตัวอย่างที่เกาหลีไม่มี ประเทศเกาหลีมีแต่อากาศที่หนาวมากๆเกือบตลอดปี ผู้ช่วยพยาบาลไม่ต้องพูดถึงหาไม่ได้ สถานที่เที่ยววันเดียวก็หมดแล้ว

          อีกสาเหตุหนึ่งก็ต้องขอขอบคุณบรรดา น้องๆผู้ชญิงทั้งหลายที่เอาตัวเองเป็นหนูตะเภาให้คุณหมอซ้อมมือผ่าตัดแปลงเพศให้จนหมอไทยดังกระฉ่อนโลกในเรื่องฝีมือการแปลงเพศ

ทั้งเหมือนของจริงมาก ทั้งราคาถูก เฉพาะบรรดาคนไข้ที่มาแปลงเพศในแต่ละปีก็เป็นแสนๆคนเข้าไปแล้ว จนมีข่าวลือว่าพัทยากำลังได้รับการเสนอชื่อให้เป็น เมืองหลวงของสาวประเภทสอง ของโลก

          อีกธุระกิจหนึ่งที่ผมอยากจะเสนอแนะให้โรงพยาบาลต่างๆลองพิจารณาคือการให้บริการรับจ้างอุ้มท้องให้พ่อแม่ที่ไม่สามารถมีบุตรได้  ที่เป็นธุระกิจที่กำลังมาแรง และประเทศอินเดียกำลังครองตลาดเรื่องนี้อยู่ โดยพ่อแม่ที่อยู่ในประเทศที่ร่ำรวยมาว่าจ้างผู้หญิงในอินเดียทำหน้าที่อุ้มทอ้งให้ โดยเอาตัวออ่นที่ผสมจากไข่และเชื้อของพ่อแม่แท้ๆในหลอดแก้ว มาใส่ให้ผู้หญิงอินเดีย เท่าที่ผมได้เห็นมานั้น ประเทศไทยน่าจะแย่งตลาดสำหรับคนรวย( ไฮเอ็น)มาได้ไม่ยากเย็น เพราะการไปทำการถ่ายฝากตัวออ่นให้ผู้หญิงอินเดียนั้นเป็นเรื่องที่พ่อ แม่เจ้าของไข่และเจ้าของสเปอร์มนั้นต้องเดินทางไปกลับในอินเดียหลายเที่ยว และเมืองที่ตั้งคลีนิคที่ให้บริการนี้ก็ไม่ได้อยู่ในเมืองใหญ่ๆ ที่มีสนามบิน พ่อแม่ต้องเดินทางด้วยรถยนตร์อีกเป็นวัน การเดินทางเข้า/ออกอินเดีย และเดินทางในประเทศอินเดียนั้นถ้าใครเคยไปอินเดียมาแล้วจะบอกได้ว่า “นรกนั้นมีจริง” ท่านจะลองพิจารณาดูไม๊ครับ? ไปจัดตั้งคลีนิคให้บริการประเภท นี้ที่เชียงใหม่ ลำปางหรือเชียงราย จังหวัดที่มีผู้หญิงที่พร้อมจะรับจ้างอุ้มท้อง การเดินทางในประเทศไทยสะดวกสบายกว่าในประเทศอินเดียหลายร้อยเท่า สดวก อากาศดี บริการทาง การแพทย์พร้อม หากเราเพิ่มบริการทางด้านนี้เพิ่มขึ้นรับรองว่าเราจะได้เงินเข้าประเทศอีกมหาศาล

          นี่คือประเด็นที่ผมว่า หมอ พยาบาลของเราไม่ต้องไปทำงานต่างประเทศอีกแล้ว ยุคนี้คนไข้เขาบินมารับบริการทางการแพทย์ถึงบ้านเรา เมื่อรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดทางการแพทย์ บวกค่าเดินทางของคนไข้และบวกกับญาติอีกหนึ่งคนแล้ว ค่าใช้จ่ายยังไม่ถึงครึ่งของการใช้บริการในประเทศอเมริกา หรือ ในประเทศยุโรปอีกหลายประเทศ อยู่ที่เราจะพัฒนาเรื่องนี้ ให้ก้าวหน้ามากขึ้นแค่ไหน อย่าลืมว่า หลายประเทศเขากำลังจ้องจะแย่งธุระกิจจากเราอยู่ เราต้องเร่งพัฒนาเรื่องนี้กันเร็วหน่อยเพื่อไม่ให้ประเทศอื่นตามเราทัน ประเทศที่กำลังเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวก็ไม่ใช่ใครที่ไหน มีประเทศสิงค์โปร์ มาเลเซีย และอินเดีย

          รัฐบาลไทยหรือข้าราชการไทยทำอะไรกันอยู่? คำตอบก็คงเป็นอย่างที่ทราบๆกันอยู่แล้ว นักการเมืองก็มองแต่ว่าทำอย่างไรตูถึงจะได้ครองประเทศไทย ทำอย่างไรตูถึงจะโกงได้ เยอะๆ ทำอย่างไรตูถึงจะได้เงินเจ็ดหมื่นล้านคืนมา …ฯลฯ ส่วนข้าราชการไทยส่วนหนึ่งก็มัวแต่เลียมือ เลียตีนนักการเมือง ขนาดลงไห้วที่อวัยะวะเพศของนักการเมืองต่อหน้าธาระกำนัล กลางวันแสกๆก็ยังหน้าด้านทำได้ โดยไม่อับอายชาวบ้าน ไม่มีศักดิ์ศรีของความเป็นลูกผู้ชายเหลืออยู่ยังทำได้ หนำซ้ำข้าราชการคนนั้นยังเป็นตำรวจเสียด้วย (ผมจะพยายามค้นรูปมาให้ดู )   ข้าราชการอีกส่วนหนึ่งก็ซื่อบื้อเพิ่งตื่น กำลังถามเพื่อนข้างๆว่าเขากำลังทำอะไรกันหรือ?

         

          กว่าจะจบครบทั้งสิบอาชีพ บวกกับอีกหนึ่งช่องทางที่จะทำธุระกิจได้ก็ว่าเข้าไปซะสี่ตอน เรื่องมันยาวจริงๆ ขอให้ทุกท่านโชคดี ประสบความสำเร็จและขอให้รวย ขอให้รวย เมื่อท่านรวย

ประเทศชาติก็รวยตามไปด้วย ส่วนพวกนักการเมือง พวกข้าราชการที่โกงกิน ผมก็ขอสาบแช่งให้มีอันเป็นไป ถ้าไม่เกิดขึ้นกับตัวมันก็ขอให้เกิดกับลูก กับหลานของมัน ขอให้มันลองไปสืบดูได้กับ ลูกหลานของอดีตนักการเมืองตั้งแต่สมัยพระยาทรงศุรเดชเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันไอ้หน้าหมูปาก….อดีตอธิบดีกรมป่าไม้ อดีตอธิบดีกรมศุลกากร อดีตผู้ว่าการรถไฟแทบทุกคนว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง แล้วมันจะรู้ว่ากรรมเวรนั้นมีจริงและพิสูจน์ได้ ผมเห็นมาแล้วเป็นสิบๆคนแล้วในช่วงชีวิตของผม แต่ไม่สามารถจะเขียนบอกไว้ ณ ที่นี้ได้ ใครอยากพิสูจน์ก็ไปสืบดูกันเอาเอง บางคนถูกรถยนตร์ ชนตายอย่างสุนัขข้างถนน บางคนพิการต้องขอทาน(กิตติมศักดิ์)เค้ากิน บางคนหมดเนื้อหมดตัว ผมรับรองว่าเป็นเรื่องจริงมีหลักฐานพิสูจน์ได้แต่พูดที่นี่ไม่ได้  คอยดูไอ้พวกลูกหลานตระกูล ช ิ.. น.

….. ก็ได้ ท่านจะได้เห็นในชั่วชีวิตของท่านแน่นอน ไม่ตัวมันก็ลูกมัน ไม่ลูกมันก็หลานมัน    นักการเมืองบางคนเกิดมาชาตินี้ก็มีกรรมที่ทำมาแต่ชาติบางก่อน ทำให้เกิดมาหน้าตาอัปลักษณ์เหมือนสัตว์เดรฉาน มันก็ยังไม่รู้สึกตัว มันยังมาสร้างกรรมใหม่ต่ออีกในชาตินี้  มันคงต้องเจอกรรมหนักที่สนองในไม่ช้านี้

สวัสดี

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s