ไปเที่ยวหาดทรายดำ ตอนที่๒


หาดทรายดำตอนที่ ๒

ในตอนที่สองผมจะพาชมพื้นที่โดยรอบบ้านให้ทั่ว ก่อนที่จะพาชมในตัวบ้านชั้นล่างและชั้นบน หลังจากนั้นผมจะพาเที่ยวบริเวณชายหาดรอบๆบ้านที่เราพัก ซึ่งอาจจะเจอะไรแปลกๆ ที่เราพอจะเอาไปทำมาหากินได้บ้าง

รูปที่แปด ถ่ายใกล้ๆให้เห็นระเบียงริมหาด โต๊ะนั่งเล่นและรูปปั้นประดับสวน

รูปที่เก้า ถ่ายตามความยาวของระเบียงริมหาด เห็นศาลาแบบบาหลีอยู่หลังโต๊ะนั่งเล่น ศาลานี้ไว้นอนเล่นตอนกลางวัน หรือจะให้หมอนวดมานวดที่นี่ก็ได้

รูปที่สิบ ถ่ายจากศาลาเห็นทางลงหาด และชายหาดสีดำสนิทพร้อมคลื่นที่สูงกว่าสองเมตร ริมระเบียงมีต้นไม้ปลูกเป็นระเบียบเรียบร้อย พร้อมโอ่งใส่น้ำไว้ล้างเท้าเวลาขึ้นมาจากชายหาด

รูปที่สิบเอ็ด ถ่ายใกล้ๆให้เห็นชัดๆว่าต้นเขียวนั้นไม่ใช่ต้นไม้ที่มีราคาแพงแต่อย่างใด ความจริงแล้วคือต้นผักบุ้งทะเลที่ขึ้นอยู่ตามชายหาดในบ้านเราเต็มไปหมด ส่วนใหญ่คนไทยในบ้านเราไม่เห็น ความสวยของต้นผักบุ้งทะเล คอยถางทิ้งเพราะเห็นว่าเป็นวัชะพืชรกเกะกะ ยกเว้นแต่ตอนที่โดนแมงกระพรุนไฟจะวิ่งเก็บไปแก้พิษกันให้จ้าละหวั่น คนบาหลีเขาเก่งเรื่องเอาของที่คนอื่นไม่เห็นค่ามา ทำประโยชน์ และสอดคล้องกับสิ่งแวดล้อม ผมจะคอยชี้ให้เห็นไปเรื่อยๆในระหว่างที่ผมพาท่านไปเที่ยว อีกประเด็นหนึ่งริมทะเลที่มีแต่ทรายและความเค็มจะเอาดอกไม้อะไรมาปลูกก็ไม่ค่อยงาม แต่ต้นผักบุ้งทะเลกับขึ้นงอกงามดี ก็เอาต้นไม้ที่งอกงามอยู่ในพื้นที่นี่แหละมาใช้ให้เป็นประโยชน์ เมืองไทยน่าจะนำความคิดนี้ไปใช้ เพราะผักบุ้งทะเลนั้นนอกจากจะมีดอกสีสวยแล้ว ยังแก้พิษแมง กระพรุนไฟได้ผลเด็ดขาดที่สุด ผมพิสูจน์ด้วยตนเองมาแล้ว มีอยู่ครั้งหนึ่งไปเที่ยวระยองกับลูกๆ แล้วลงเล่นน้ำทะเลด้วยกัน กำลังเล่นกันสนุกๆทันใดนั้นเจ้าตัวเล็กซึ่งตอนนั้นอายุยังไม่ถึงสิบขวบดี ก็ร้องไห้จ้า บอกว่าโดนแมงกระพรุนไฟที่ขาออ่น ผมรีบเอาลูกขึ้นจากทะเลแล้วเอาน้ำจืดล้าง มีคนที่บังกโลบอกให้เอาน้ำส้มใส่ ผมก็ทำตาม ลูกก็ยังร้องไห้อยู่บอกว่าปวดแสบปวดร้อนมาก ผมตั้งสตินึกถึงว่า เคยมีใครบอกเรื่องการแก้พิษแมงกระพรุนไว้บ้าง นึกได้ว่ามีคนเคยบอกว่าผักบุ้งทะเลนั้นแก้พิษแมงกระพรุนได้ ผมรีบวิ่งกลับไปที่ริมทะเลมองหาต้นผักบุ้งทะเล โชคดีที่มีอยู่แถวนั้นพอดี รีบตรงไปรวบ มาสองสามเถา วิ่งกลับมาที่บังกโลระหว่างทางก็เด็ดเอาแต่ใบไปพลาง พอถึงบังกโลก็รีบเอาใบผักบุ้งทะเลมาล้างน้ำแล้วขยี้ๆกันทั้งกำมือ เสร็จแล้วโป๊ะลงตรงขาที่ลูกกำลังปวดแสบปวดร้อน พอเงยหน้า ขึ้นหอบเพราะความเหนื่อยได้สักสามสี่ครั้ง ไอ้เจ้าตัวเล็กหยุดร้องไห้ราวกับปิดสวิช สักพักเค้าก็บอกว่าไม่ปวดแสบปวดร้อนแล้วพ่อ ทุกคนที่มามุงดูถึงกับงงนึกว่าผมเล่นกล ผมเองยังงงเลย ผมบอกว่าเอาปิด ไว้ก่อนสักครึ่งชั่วโมง เพื่อความแน่ใจ ปรากฎว่าไม่มีแผลพุพอง ไม่มีร่องลอยใดๆให้เห็นเลยในบริเวณที่โดนแมงกระพรุน ถ้าท่านใดเจอกับเรื่องแมงกระพรุนไฟขอให้จำเรื่องนี้ไว้ให้ดี

เขาทำเป็นรั้วต้นไม้ให้ผักบุ้งทะเลเลื้อยขึ้นเป็นบังตาสวยงาม เวลาออกดอกเยอะๆคงสวยมากกว่านี้ ตอนนี้มีอยู่แค่สองสามดอก

นี่ก็เช่นเดียวกัน เอาต้นไม้ที่เมืองไทยเรียกว่าต้นลำเจียก ที่ขึ้นอยู่ในพื้นที่มาปลูกประดับ และตัดแต่งใบให้สวยงาม โปรดสังเกตุการตัดใบที่บรรจงตัดให้เป็นลวดลาย ในบ้านเรามีต้นไม้พวกนี้ขึ้นอยู่ตามหาดเยอะแต่ถูกฟันทิ้งไปหมดเพราะรก

ถ่ายโต๊ะนั่งเล่นริมหาดออกสู่ทะเล จะเห็นบ่อปลาคร๊าฟอยู่ข้างหน้า ด้านขวาเป็ห้องอาหาร

พระเอกรูปหล่อคนนี้แหละครับ บัตเร่อร์ ประจำบ้านพักในชุดพื้นเมือง เขายกกาแฟมาให้เลยขอถ่ายรูปมาฝากแฟนๆทางเมืองไทยให้ชมกัน

ถ่ายให้เห็นห้องอาหารอย่างใกล้ๆ จากอีกมุมหนึ่ง

ถ่ายให้เห็นการตกแต่งภายในห้องอาหาร พรีเซ็นต์เต่อร์ นั่งการแขนเพื่อให้เห็นว่าห้องมันกว้างแค่ไหน

Next Picture

การจัดดอกไม้บนโต๊ะอาหาร ที่ใช้ดอกไม้ธรรมดาที่เก็บจากในสวนไม่ต้องไปซื้อดอกกุหลาบหรือดอกไม้นอกมา

จัด มีดอกลั่นทมและดอกภู่ระหงษ์ แต่วิธีการจัดนั่นออกมาดูดี ใครจะเอาตัว อย่างไปจัดบ้างที่บ้านเราจะได้ประหยัดสตางค์ บ้านเรานั้นผมยังไม่เคยเห็นใครเอาดอกภู่ระหงษ์มาจัดแจกันมาก่อน

หลังจากพาชมรอบบ้านชั้นล่างจนทั่วแล้ว ตอนนี้จะพาชมในตัวบ้านบ้าง เริ่มที่ห้องนั่งเล่นที่ติดกับอ่างน้ำวน ประตูที่เห็นแกะสลักอย่างสวยงามนั้นเป็นประตูทางเข้าห้องนอนชั้นล่าง

Next Picture

Next Picture

ถัดมาเป็นบรรไดขึ้นชั้นบนที่ออกแบบได้สวยงามมาก หน้าบรรไดมีตุ๊กตาไม้แกะสลักตั้งประดับ รอต้อนรับอยู่ จะเห็นราวบรรไดที่มีอยู่ด้านเดียว อีกซีกของบันไดเป็น โต๊ะกินข้าวภายในตัวบ้าน สำหรับในกรณีที่ฝนตกท่านไม่อยากเดินตากฝนไปกินข้าวที่ห้องกินข้าวริมหาด

หน้าประตูทางเข้าห้องนอนชั้นบน มีรูปวาดขนาดใหญ่ของสาวน้อยบาหลีในชุดอยู่กับบ้าน รอต้อนรับอยู่ อย่าคิดว่านี่เป็นรูปอนาจาร ในสมัยก่อน (๒๐-๓๐ ปีมานี้เอง) ผู้หญิงบาหลี ทั้งสาวทั้งแก่จะไม่ใส่เสื้อกันเป็นปกติ เดี๋ยวผมจะมีรูปถ่ายของจริงมายืนยัน

ภายในห้องนอนจะจัดไว้อย่างสวยงามมากและไม่ลืมที่จะมีดอกลั่นทมวางประดับเพื่อความสวยงามและ

ทำให้ห้องมีกลิ่นหอม

Next Picture

Next Picture

ภายในห้องนอนมีรูปภาพเก่าๆของสาวชาวบาหลีในชุดปกติประดับอยู่ในห้อง ซึ่งจะยืนยันประเพณีดั่งเดิมที่ผู้หญิงที่นี่ไม่ใส่เสื้อ ในเมืองไทยเมื่อสมัยก่อน สงครามโลกครั้งที่สอง คือประมาณเจ็ดสิบปีมาแล้ว ตอนนั้นผมยังไม่เกิดแต่เคยได้ยินผู้ใหญ่เล่าให้ฟังว่า สาวไทยก็ไม่ค่อยชอบใส่เสื้อกันนัก โดยเฉพาะตามต่างจังหวัดไกลๆจากกรุงเทพฯ จนกระทั่งสมัยหลังสงคราม จอมพลป.พิบูลสงครามต้องออกกฎหมายมาควบคุม หากผู้หญิงไม่ใส่เสื้อออกจากบ้านถือว่ามีความผิด จะถูกตำรวจจับไปเสียค่าปรับ

ถ่ายจากถาพเก่าๆที่ประดับอยู่ในห้องนอนเป็นการเต้นระบำของชาวพื้นเมือง ที่มีแต่ผู้ชายล้วน วันหลังผมจะเล่าเรื่องการเต้นระบำนี้โดยละเอียดอีกครั้ง


ผมไปเจอความคิดเด็ดๆในการแก้ปัญหาเรื่องน้ำฝนที่ไหลลงมาตามท่อจากรางน้ำฝน ส่วนใหญ่ในเมืองไทยถ้าไม่ตั้งโอ่งลองน้ำฝนไว้ใช้ ก็มักจะปล่อยให้น้ำฝนไหลออก มาลงพื้น น้ำฝนก็จะชะดินบริเวณนั้นไปกับน้ำด้วย บางบ้านแก้ด้วยการเอากรวดโรยไว้ที่ดิน เพื่อไม่ให้น้ำชะดิน แต่ก็แก้ปัญหาได้บ้าง เพราะเวลาฝนตกหนักๆ ดินก็ยังถูกชะออกไปบ้าง พอนานๆเข้าก็ไม่ สวยงาม ผมเห็นที่นี่เขาทำเป็นอ่างปลูกต้นไม้น้ำมารอง (โปรดดูรูป ก.และรูป ข.) แต่ตรงกลางของอ่างเจาะเปป็นรูทะลุลงไปถึงถังชั้นล่างที่ไม่มีก้นวางอยู่บนดิน (ดูรูป ค.) พอน้ำล้นอ่างชั้นบนน้ำก็จะไหล ลงไปตามท่อที่เจาะไว้ตรงกลางอ่างลงไปที่ถังชั้นล่าง ดินก็ไม่ถูกชะออกไปเพราะแรงของน้ำที่ตกลงมาจากหลังคานั้นได้ถูกรับไว้ด้วยอ่างชั้นบนเกือบทั้งหมด ท่านที่มีปัญหาเรื่องน้ำฝนชะดินพัง จะลองเอาไอเดียนี้ไปทำดูก็ได้

พาเที่ยวยังไม่ทั่วบ้านเลยครับหมดเวลาทำบล็อกซะอีกแล้ว ต้องขอมาต่อตอนที่สามในเร็วนี้ สัญญาว่าจะพยายามพาไปเที่ยวให้จบในตอนหน้า

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s