ไปเที่ยวหาดทรายดำ ตอนที่๑


ปเที่ยวหาดทรายดำ ตอนที่๑

ผมหาเรื่องเครียดๆมาให้ท่านอ่านหลายครั้งแล้ว วันนี้ผมจะพาท่านไปเที่ยวไกลๆกันบ้างสักสามสี่ตอน เมืองที่ผมจะพาท่านไปเที่ยวชื่อว่าเมือง สานัว เป็นเมืองที่มีหาดทรายสีดำอยู่ ทางทิศตะวันออกของเกาะบาหลีให้เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง หาดทรายดำที่ว่านี้อยู่ห่างออกไปจากตัวเมืองประมาณ ๔๐ ก.ม. ในเมืองไทยเรามีแต่คุยกันว่าหาดทรายที่ไหนขาวกว่าที่ไหนสมัยผม เด็กๆก็พูดกันว่าหาดทรายที่บางแสนนั้นขาว หยุดเทอมทีไรเราต้องหาทางไปเที่ยวบางแสนกัน การไปบางแสนแต่ละทีก็เป็นเรื่องตื่นเต้นผจญภัย และต้องเตรียมตัวกันมากมาย เราต้องออกเดินทาง โดยรถยนตร์กันแต่เช้ามืด ไปตามถนนสุขุมวิทย์สายเก่าผ่านโรงเรียนนายเรือที่ปากน้ำ แล้วเลี้ยวไปตามถนนบางปูสายเก่าจนถึงแม่น้ำบางปะกง กว่าจะถึงตอนนั้นก็ใกล้เวลาเที่ยงแล้ว เราต้องเอารถ ไปเข้าคิวรอลงแพข้ามแม่น้ำบางปะกง เพราะสมัยนั้นไม่มีสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง คนที่อายุน้อยๆอ่านมาถึงตอนนี้ อาจจะแทบไม่เชื่อว่าสมัยก่อนเมืองไทยล้าสมัยถึงขนาดนั้น ระหว่างนั้น พวกเราก็เอาสเบียงอาหารที่เตรียมกันมาตั้งแต่เมื่อวาน ออกมาตั้งวงกินอาหารกลางวันกันไปพลางๆ สเบียงอาหารที่เตรียมมาก็ไม่มีอะไรมาก ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นผัดพริกขิงกับไข่พะโล้ แค่นั้น เราก็กินกันอร่อยสุดๆแล้ว ถ้าโชคดีพอเรากินอิ่มก็ได้คิวเอารถลงแพข้ามแม่น้ำบางปะกง แล้วขับกันต่อไปเข้าเมืองชลซึ่งยังไม่มีถนนเลี่ยง เมืองทั้งสายในสายนอก กว่าจะถึงบางแสนก็บ่ายสามโมง ถึงสี่โมงเย็น พอถึงบางแสนเด็กๆก็ดีใจวิ่งลงน้ำทะเลกันทันที ผมมีความรู้สึกว่าทรายมันขาวสะอาดดีจิรงๆ เราต้องพักค้างคืนกันที่บางแสนไม่สามารถกลับได้ในวันเดียวกัน เมื่อไปแต่ละทีมันลำบากกัน ขนาดนั้น เราก็มักจะไปค้างกัน๒-๓วันเป็นอย่างต่ำ ต่อมามีคนชวนไปพัทยาต่อระหว่างที่เราพักค้างคืนที่บางแสน พอไปถึงพัทยาถึงกับร้องว่า “โอโห ทำไมทรายมันขาวอย่างนี้” ตอนนั้นทั้งหาดพัทยา มีคนกรุงเทพมาปลูกบ้านอยู่สองหลังแถวพัทยาเหนือเท่านั้นเอง

ต่อมาพอสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกงสร้างเสร็จ คนไปเที่ยวบางแสนกันมากขึ้นๆจนหาดเริ่มดำ คนก็ย้ายไปเที่ยวพัทยากัน ต่อมาพัทยาทรายก็ดำขึ้นๆ คนก็ย้ายไปเที่ยวระยองกัน แต่ที่บาหลีนี่

คงต้องคุยกันว่าหาดทรายที่ไหนดำกว่าที่ไหน ที่นี่มีหาดทรายที่ดำปิ๊ดปี๊ ดำสนิทไปเลย แต่ไม่ได้ดำเพราะความสกปรก มันดำอยู่ในเมล็ดทรายเลย ดำไปทั้งหาดเป็นหลายๆกิโลเมตรไม่มี ทรายขาวเลย สักเมล็ด เป็นเรื่องที่แปลกไปอีกอย่างจากเมืองไทย สาเหตุที่ทรายเป็นสีดำเพราะเกิดจากหินที่พ่นออกมาจากภูเขาไฟ และตกไปในทะเลเมื่อหลายร้อยหลายพันปีก่อน หินเหล่านี้มีสีดำสนิท เมื่อถูกคลื่น ในทะเลซัดไปซัดมาก็มีเศษหินที่หลุดออกมา และกลายเป็นทรายสีดำอยู่เต็มชายหาด โปรดดูรูปที่ถ่ายมาให้ดูว่าหาดยาวสุดลูกหูลูกตาเป็นสีดำทั้งหมด และถ้าดูให้ดีๆจะเห็นภูเขาไฟที่ดับแล้วสูงตระหง่าน อยู่ไกลลิบๆทางด้านซ้ายของรูป นั้นคือภูเขาไฟที่พ่นหินออกมาเมื่อหลายพันปีก่อน อยู่ห่างจากหาดที่ผมถ่ายรูปมาให้ดูประมาณ ๖๐-๗๐ กิโลเมตร ความจริงแล้วหาดทรายของบาหลีไม่ได้ดำไปทั้งเกาะ ทางด้านชายฝั่งตะวันตกของตัวเกาะนั้นเปิดออกสู่มหาสมุทรอินเดีย ไม่ได้อยู่ใกล้ภูเขาไฟ ชายหาดนั้นก็มีทรายเป็นสีขาวเหมือนเมืองไทย

More Picture

ตอนแรกๆผมไม่ค่อยกล้าลงไปเดินบนหาดเพราะความรู้สึกเก่าๆสมัยเด็กๆมันยังติดอยู่ว่า หาดดำนั้นต้องสกปรก พอลงไปดูใก้ลๆจึงเห็นว่ามันไม่ได้ดำเพราะความสกปรก ในระหว่างเดินสำรวจ

ชายหาดอยู่ ก็เห็นสิ่งประหลาดโผล่มาจากขอบฟ้าไกลๆ มองดูคล้ายๆกับนักดิ่งพสุธากำลังร่อนมาในทะเล แต่สงสัยว่าทำไมร่อนมาเร็วกว่าปกติที่เคยเห็นมา พอเข้ามาใกล้ๆถึงเห็นว่าเป็นกีฬาชนิดใหม่ที่ นิยมเล่นกันในแถบนี้คือเอาร่มชูชีพแบบที่นักดิ่งพสุธาใช้นั้นมาติดเครื่องยนตร์พร้อมใบพัด ทำให้ร่อนไปมาได้ในระยะไกลๆ เลยถ่ายรูปมาฝากให้ดูกัน ไม่ทราบว่าทางเมืองไทยมีเล่นกันหรือยัง? ผมเคยเห็นเล่นกันมากแถบประเทศสวิสตามยอดเขาสูงๆ แต่ที่นั้นมีลมแรงพอไม่ต้องติดเครื่องยนตร์สามารถร่อนได้เอง ตามหาดที่ผมไปเที่ยวมีกีฬาทางน้ำแปลกอีกอย่าง ที่ผมยังไม่เคยเห็นที่ไหนเรียกว่า “ฟลาย-ฟิชส์” แปลเป็นไทยว่าปลาบิน ไม่ทราบที่เมืองไทยมีเล่นกันหรือยัง ผมเลยถ่ายรูปมาฝากให้ดูกันก่อนที่จะลงน้ำ และรูปโป๊สเตอร์ที่เห็นขึ้นจากน้ำ ส่วนของจริงที่กำลังบินขึ้นจากน้ำนั้นได้พยายาม ถ่ายมาแล้วแต่มันไกลมาก มองดูไม่เห็นอะไรมากจากรูปคงเห็นได้ชัดๆว่าเป็นลักษณะแพยางบวกบานาน่าโบ๊ต และมีที่ให้คนขึ้นไปนอนได้สองคน จากนั้นก็ใช้เรือเร็วลากไปบนทะเล ตอนแรกๆ ก็จะมีความรู้สึกคล้ายๆกับเล่นบานาน่าโบ๊ตพอเรือเร็วลากไปด้วยความเร็วสูงขึ้น แพยางก็จะลอยขึ้นจากน้ำบินขึ้นไปในอากาศ ให้ความรู้สึกอีกอย่างกันผู้เล่น ไม่ทราบเมืองไทยมีเล่นกันหรือยัง? ถ้ายังไม่มี น่าจะรีบสั่งเข้ามาให้คนไทยเล่นบ้างน่าจะทำเงินได้ดี ใครทราบช่วยบอกมาด้วยครับ ที่นี่กำลังนิยมเล่นกันมาก

More Picture

More Picture

More Picture

หลังจากที่พาเที่ยวชายหาดทรายดำมาแล้าตอนนี้ก็ถึงตอนพาชมบ้านพักที่ผมจะพักคืนนี้ บ้านแบบนี้จะออกแบบสไตล์บาหลี มีพนักงานประจำบ้านสามคน คือบัตเร่อร์หนึ่งคน คนทำความสะอาด หนึ่งคน พ่อครัวหนึ่งคน ทั้งหมดมีสามห้องนอน สี่ห้องน้ำและสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ยาวตั้งแต่ริมหาดจนโผล่เข้ามาในห้องนั่งเล่น ที่นี่เรียกบ้านพักแบบนี้ว่า “วิลล่าส์” สนนราคาค่าเช่าต่อหนึ่งคืนก็หลาย ร้อยเหรียญยูเอส ผมไม่ทราบว่าเท่าไรแน่เพราะลูกสาวผมเป็นสปอนเซ่อร์ เลยไม่กล้าไปซักถามมากเดี๋ยวเลยต้องช่วยจ่าย ผมเลยถือโอกาศถ่ายรูปมาฝากท่านผู้อ่านให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อจะมี ท่านใดสนใจนำไปปลูกไว้นอนเล่นริมหาดที่เมืองไทยบ้าง ผมก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์ เริ่มตั้งแต่ทางเข้าบ้านเลยนะครับ

More Picture

More Picture

รูปแรกเป็นทางเดินเข้าบ้านจากลานจอดรถ สองข้างรั้วจะปลูกต้นโกศลสีสวยๆแน่นขนัด

More Picture

รูปแรกเป็นทางเดินเข้าบ้านจากลานจอดรถ สองข้างรั้วจะปลูกต้นโกศลสีสวยๆแน่นขนัด

More Picture

รูปที่สองพอถึงประตูทางเข้าบ้านหลังที่เรามาพัก เขามีบานประตูปิดเปิดอยู่ชั้นหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันเวลาเปิดประตูไว้ก็ยังมีเหมือนบังตา ทำเป็นหลืบพนังซ้อนกันมองไม่เห็นข้างในเวลาเดินผ่าน เพื่อความ เป็นส่วนตัวของผู้ที่อยู่ภายใน

More Picture

รูปที่สาม เมื่อเดินผ่านหลืบผนังบังตาเข้ามาก็จะเห็นบ้านพักอันร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นมะพร้าวที่ปลูกไว้อย่างมีจังหวะ ต้นมะพร้าวทุกต้นจะนุ่งผ้าโสร่งตาหมากรุก และมีเปลญวนผูกไว้ใต้ต้นมะพร้าวให้ นอนเล่น

More Picture

รูปที่สาม เมื่อเดินผ่านหลืบผนังบังตาเข้ามาก็จะเห็นบ้านพักอันร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นมะพร้าวที่ปลูกไว้อย่างมีจังหวะ ต้นมะพร้าวทุกต้นจะนุ่งผ้าโสร่งตาหมากรุก และมีเปลญวนผูกไว้ใต้ต้นมะพร้าวให้ นอนเล่น

More Picture

รูปที่สี่ กลางสนามจะมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ทะลุเข้าไปถึงห้องนั่งเล่นในตัวบ้าน ซึ่งทำเป็นอ่างซากุชชี่ไว้ให้นอนแช่เล่นได้อีกต่างหาก

More Picture

รูปที่ห้า ถ่ายจากตัวบ้านผ่านอ่างซากุชชี่ในห้องนั่งเล่นสองอ่างออกไปเห็น ด้านขวามือเป็นห้องกินข้าวอยู่ริมทะเล ด้านซ้ายมือเป็นโต๊ะสำหรับนั่ง กินอาหารเช้า หรือนั่งดริ๊งค์ยามแดดร่มลมตก

More Picture

รูปที่หก อีกมุมหนึ่งจากตัวบ้าน

More Picture

รูปที่เจ็ด ถ่ายจากชั้นบนให้เห็นสระว่ายน้ำ ห้องกินข้าว และทะเล


เสียดายครับยังเที่ยวบริเวณบ้านยังไม่ทั่งเลย ต้องขอพาเที่ยวต่อในตอน๒ ในอีกสองสามวันข้างหน้า

2 responses to “ไปเที่ยวหาดทรายดำ ตอนที่๑

  1. บ้านพักสวยมากเลยค่ะ เห็นแล้วอยากนอนทั้งวัน

  2. This is only some part of it. Wait until you see the second part of the house you would like to sleep all week.
    Kai

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s