LowCost Wind Mill


ันนี้ผมขออนุญาตท่านผู้อ่านออกนอกเรื่องท่องเที่ยวไว้สักวันสองวัน  ความจริงแล้วผมได้เตรียมเรื่องที่จะนำเสนอไว้แล้วแต่ขอลัดคิว มาพูดเรื่องกังหันลมต้นทุนต่ำกันก่อน

สาเหตุที่ต้องขอลัดคิวออกนอกเรื่องท่องเที่ยว  ก็สืบเนื่องมาจากได้อ่านข่าวว่าน้ำมันนั้นราคามันพุ่งเกินกว่าหนึ่งร้อยเหรียญยูเอสดอลล่าร์ต่อบาเริลล์แล้ว และมีนักวิชาการออกมาพูด ว่ามันอาจจะเกิน สองร้อยเหรียญในไม่ช้านี้  อันนี้ละครับทำให้ผมเป็นห่วงชาวนาชาวไร่บ้านเรา  เพราะต้องผึ่งพาน้ำมันในการสูบน้ำเข้าไร่เข้านา เงินที่ขายผลผลิตมาได้ ก็ต้องจ่าย ไปเป็นค่าน้ำมันมากมาย มันจะเหลือเงินไว้กินไว้ใช้ไม่เท่าไร  ผมเลยต้องรีบขอลัดคิวออกมานำเสนอเรื่องนี้ให้เป็นแนวคิด เพื่อท่านที่ได้อ่านและมีความสามารถในเรื่องการประดิษฐ์ จะได้นำไปทดลองพัฒนาประดิษฐ์ขึ้นก่อนที่ราคาน้ำมันจะไปถึงจุดนั้น และนำออกจำหน่ายให้ชาวไร่ชาวนาต่อไป หากชาวไร่ชาวนาได้มีกังหันลมราคาถูกไว้ใช้ทดแทนน้ำมัน ก็จะทำให้ลดต้นทุนการผลิตลง  และที่สำคัญเราก็จะสามารถลดการนำเข้าน้ำมันได้อีกมาก

blade.jpg

ความจริงแล้วกังหันลมอันนี้ผมคิดมานานเกือบจะสามสิบปีแล้ว ตั้งแต่น้ำมันราคาบาเริลล์ละยี่สิบกว่าเหรียญ  แต่ไม่ได้พัฒนาขึ้นมาให้เป็นรูปเป็นร่างจนใช้งานได้ มันจึง อยู่ในแฟ้มตลอดสามสิบปีมาแล้ว ผมเคยนำเสนอให้กับอาจารย์และนักประดิษฐ์หลายท่าน แต่ก็ไม่มีใครไปพัฒนาต่ออย่างจริงจังเพราะเห็นว่าราคาน้ำมัน มันยังไม่สูงนัก แต่ตอนนี้ ผมเห็นว่ามันถึงจุดที่ผู้มีความรู้ นักประดิษฐ์ วิศวกร ต้องออกมาช่วยกันเรื่องนี้เป็นการด่วนแล้วละครับ เพราะถ้าขืนรอจนราคาน้ำมันขึ้นสูงกว่านี้แล้วค่อยตื่นตัวมันจะไม่ทันการ ผมขอร้องทุกท่านที่มีความสามารถ มีความคิดดีๆช่วยกันออกมาทำอะไรช่วยพี่น้องเกษตรกรกันหน่อย  อย่าไปรอข้าราชการหรือรัฐบาลอยู่เลยครับ ตอนนี้พวกเค้ายังไม่รู้เลยว่าใคร จะต้องไปติดคุกบ้าง  ผมถามหน่อยเถอะครับเศรษฐีที่มีเงินไปซื้อทีมฟุตบอลอังกฤษได้ทำอะไรเพื่อชาวนาชาวไร่บ้าง? ผมเลยตัดสินใจนำความคิดนี้ออกมาเผยแพร่ก่อนที่มันจะตาย ไปกับตัวผม  หวังว่าคงจะมีคนที่นำมันไปพัฒนาต่อไปจนใช้งานได้จริง ผมไม่สงวนสิทธิ์แต่ประการใด ใครจะนำไปพัฒนาอย่างไรก็ยินดีแต่ขอให้ดูเรื่องต้นทุนให้ดีอย่าให้สูงเกินไป        ความจริงแล้วกังหันลมนั้นไม่ได้เป็นของใหม่อะไรเลย เกษตรกรของเรามีการใช้มานมนานตั้งแต่สมัยผมเด็กๆ ไม่ว่าชาวนา ชาวไร่ แต่ชาวนาเกลือจะมีการใช้กันมากที่สุด แต่นั่นละครับมันไม่สะดวกทันใจเหมือน ใช้เครื่องยนตร์ มันก็เลยถูกทดแทนด้วยเครื่องยนตร์ที่ใช้น้ำมันจนแทบจะหมดสิ้น ในเมืองไทยเรามีบริษัทชื่อ อุศาพัฒนา ทำกังหันลม สำหรับสูบน้ำออกมาขายอยู่บ้างแต่มันเป็นแบบหอคอยสูง และทำด้วยเหล็กมีราคาสูงมากเคยได้ยินว่าราคาเหยีบแสน ทำให้เกษตรกรไม่มีเงินพอที่จะลงทุนซื้อ  กังหันลมที่ผมออก แบบไว้นี้คำนึงถึงข้อจำกัดต่างๆของบ้านเราไว้ด้วยในการออกแบบดังนี้๑)   กังหันลมต้องสามารถทำงานได้ในที่มีแรงลมต่ำอย่างเช่นในประเทศไทย ที่ผมเคยเก็บข้อมูลไว้แรงลมบ้านเรานั้นอยู่ระหว่าง ๕-๑๕ กม. ต่อชั่วโมงเท่านั้น และสามารถ ปรับใช้กับฤดูการหรือบริเวณที่มีลมแรง และฤดูการหรือบริเวณที่มีลมน้อยได้โดยสะดวก๒)  ต้องมีต้นทุนในการผลิตต่ำ เกษตรกรสามารถลงทุนซื้อหาได้โดยง่าย๓)  เกษตรกรต้องสามารถติดตั้งและซ่อมบำรุงได้ด้วยตนเอง และค่าซ่อมบำรุงต้องไม่สูงในต่างประเทศนั้นมีการผลิตกังหันลมกันมากมายมานมนาน มีการออกแบบและผลิตไว้เยอะแยะมากมายหลายแบบหลายชนิด แต่ไม่เหมาะกับข้อจำกัดสามข้อข้างต้น ที่อเมริกามีการ ใช้กังหันลมมาผลิตไฟฟ้าจำนวนมาก มากว่า๒๐ ปีแล้ว แต่การออกแบบนั้นเหมาะกับสภาพแวดล้อมของบ้านเขาและมีต้นทุนสูง เฉพาะตัวใบกังหันที่มีลักษณะเหมือนใบพัดเครื่อง บินนั้น ทำจากแกรไฟต์ที่มีน้ำหนักเบา ราคาใบละเป็นแสนกว่าบาท  ราคาทั้งหมดต่อกังหันลมหนึ่งชุดเหยีบล้านบาท  เกษตรกรบ้านเราต้องขายข้าวกี่ร้อยเกียวนกว่าจะซื้อได้หนึ่งอัน         กังหันลมที่ผมออกแบบไว้นั้น เป็นแบบง่ายๆ เริ่มต้นที่ใบกังหันนั้นผมเอาความคิดมาจากเครื่องวัดแรงลมที่กรมอุตุฯใช้อยู่ ที่จะหมุนแม้กระทั่งมีแรงลมมาเพียงเล็กน้อย ลักษณะเป็นเหมือนลูกปิงปองผ่าครึ่งและมาเสียบไว้กับแกน ใบพัดแบบนี้จะกินลมดีมาก เรียกว่าลมพัดมาจะปะทะเต็มๆไม่หลุดลอดไปไหน ถ้าที่ไหนมีลมอ่อน ก็สามารถขยายเส้นผ่าศูยน์กลางของใบพัดให้ใหญ่ขึ้นจะได้รับลมมากขึ้น  จะมีข้อเสียเวลาที่เกิดมีลมแรงๆจะทำเอาใบพัดเสียหายได้ แต่ไม่ต้องกังวล ผมคิดแก้ปัญหาไว้แล้ว เดี๋ยวจะอธิบายต่อไป ตอนนี้ขอ ให้ทำความเข้าใจกับการทำใบกังหันลมก่อน        ประเด็นแรกเส้นผ่าศูยน์กลางนั้นขยายและลดลงตามความแรงของลมได้ตามความเหมาะสม ประเด็นที่สองที่จะทำให้กังหันลมทำงานได้ดีในสถานที่มีแรงลมอ่อนก็คือ ความยาวของแกนที่เสียบใบ ตามหลักการของฟิสสิกซ์นั้นแรงหมุนที่จะเกิดขึ้นที่แกนกลางของกังหันลมจะเท่ากับผลคูณของแรงดันของลมที่ใบกังหันกับความยาวของ ก้านใบ ที่อาจจะเขียนเป็นสูตรได้ง่ายๆคือ                         แรงหมุน =  แรงดันของลมที่ใบกังหัน X ความยาวของก้านใบกังหัน จากจุดนี้ หากเราเพิ่มเส้นผ่าศูยน์กลางของใบกังหันขึ้นไปเรื่อยๆเราก็จะได้แรงดันของลมมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันถ้าเราเพิ่มความยาวของก้านใบกังหันออกไปเราก็จะได้ แรงหมุนมากขึ้น แต่นั่นละครับทุกอย่างนั้นมีข้อจำกัดในด้านความแข็งแรง และขนาด ดังนั้นเราจะขยายขนาดความใหญ่ของใบกังหัน และความยาวของก้านใบกังหันได้จนถึงจุดที่ เหมาะสมและไม่สามารถขยายต่อได้อีก        เมื่อถึงจุดนั้นเราก็เพิ่มจำนวนใบกังหันขึ้นไป แทนที่จะมีสองใบ เราเพิ่มเป็นสี่ใบ หกใบ แปดใบได้ไม๊? นี่แหละครับจุดที่สำคัญในการออกแบบกังหันของผม ที่สามารถปรับ เพิ่ม ลด จำนวนใบกังหันได้ตามแรงของลม ตามพื้นที่และตามฤดูกาลได้โดยสะดวก เพราะได้ออกแบบมาให้ผู้ใช้สามารถเสียบและถอดก้านใบที่ติดตั้งกับแกนกลางของกังหันได้เอง โดยง่าย โปรดดูรูปสเก็ช        ทีนี้มีปัญหาที่ต้องแก้ไขในเรื่องใบกังหันเล็กน้อยที่ผมจะต้องอธิบายในการทำใบกังหันโดยละเอียดให้เข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจโปรดดูรูปประกอบและส่งคำถามมาถึงผมได้เสมอ ก่อนอื่นผมขออธิบายถึงวัสดุที่จะใช้ในการทำใบกังหันก่อน  อย่างที่ข้อกำหนดของผมว่ากังหันลมต้องมีต้นทุนต่ำและซ่อมบำรุงด้วยตนเองได้ เพราะฉะนั้นวัตถุดิบในการทำกังหัน ต้องเป็นวัสดุที่หาได้ตามธรรมชาติ และเกษตรกรทำเองได้  จริงๆแล้วคนเฒ่าคนแก่ ผู้หญิง เด็กสิบกว่าขวบก็ทำได้ครับ        ใบกังหันของผมจะทำด้วยไม้ไผ่นำมาสาน  ท่านสานฝาชีที่ใช้ครอบอาหารกันแมลงวันที่ทำจากไม้ไผ่เป็นไม๊ครับ? ชาวบ้านในต่างจังหวัดสานฝาชีกันเป็นแทบทั้งนั้น ถึงยังทำไม่เป็นก็หัดไม่อยาก  วิธีการทำนั้นให้เริ่มต้นจากว่าจะเอาวัสดุอะไรมาทำก้านใบกังหัน จะเอาไม้ไผ่ แป๊ปน้ำ หรือไม้เนื้อแข็ง? เมื่อกำหนดวัสดุได้แล้ว ก็กำหนดความยาวของ ก้านใบ และขนาดของใบกังหัน (ฝาชีที่จะสาน) ตามความแรงลมในบริเวณที่จะตั้งกังหันลม  จากนั้นก็เจาะรูจากปลายก้านใบ และรูที่จะเอาขอบฝาชีสอดเข้ากับก้านใบกังหัน  เสร็จแล้วก็ให้ท่านสานฝาชีขนาดใหญ่ติดกับก้านใบกังหันไปเลย ฝาชีที่สานก็ไม่ต้องสานให้โปร่งเป็นรูเหมือนฝาชีครอบกับข้าว แต่สานให้แข็งแรงยิ่งฝาชีมีขนาดใหญ่ก็ต้องใช้ ไม้ไผ่หนาเป็นโครงและมีแกนค้ำยันยึดปากฝาชีที่ติดกับก้านใบให้แข็งแรง โปรดดูรูป  ไม่ต้องกังวลกับมันมากนัก หากทำแล้วไม่ดีครั้งต่อไปก็ปรับปรุงใหม่ได้ เพระาเราทำได้เอง ไม้ไผ่ก็ไปหาตัดมาจากหัวไร่ปลายนาได้  เอาละครับ ผมคิดว่าทุกท่านคงเข้าใจวิธีทำใบกังหันแบบเบื้องต้นกันแล้ว  ทีนี้มาถึงขั้นผลิกแผลงที่เรียกว่าพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอีกขั้นหนึ่ง        ผมขออธิบายการหมุนของกังหันลมที่ผมออกแบบไว้เล็กน้อยก่อน ว่ากังหันลมของผมนั้นมีแกนกลางกังหันอยู่ในแนวดิ่ง ตั้งฉากกับพื้นดิน ใบกังหันมีก้านขนานกับพื้นดิน ดังนั้นไม่ว่าลมจะมาจากทิศทางไหน ใบกังหันจะกินลมทั้งนั้นและจะหมุนรอบแกนกลางกังหัน  เวลาที่ลมพัดมาที่ปากฝาชี แรงลมก็จะดันให้ใบกังหันหมุน ดังนั้นในกังหันลมควร มีใบกังหันอย่างน้อยสองใบ เสียบติดกับแกนกลางกังหันคนละด้าน หันปากฝาชีไปในด้านตรงกันข้ามกัน กล่าวคือเวลาลมพัดมาจะพัดไปที่ปากฝาชีอันหนึ่ง และพัดไปที่ด้านหลัง ของฝาชีอีกใบหนึ่ง ด้านหลังของฝาชีจะไม่ค่อยกินลมเนื่องจากมีความโค้ง ส่วนด้านปากฝาชีจะกินลมมากกว่าและมีแรงผลักมากกว่า กังหันก็จะหมุนไปตามด้านที่มีลมพัดมา  แรงต้านที่เกิดจากแรงลมที่ปะทะด้านหลังของฝาชีแม้ว่าจะน้อยกว่าด้านหน้าแต่จะเกิดแรงต้านทำให้กังหันลมมีประสิทธิภาพต่ำลง  ดังนั้นจึงจำเป็นต้องแก้ไขเพื่อลดแรงต้าน ส่วนนี้ลง  วิธีแก้ก็ไม่ยาก ในตอนตั้งโครงสานฝาชี ก็ให้ทำโครงเปิดช่องตรงกลางของฝาชีเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ให้มีด้านยาวเกือบตลอดความกว้างของฝาชี และด้านกว้างของ สี่เหลี่ยมเท่ากับครึ่งหนึ่งของด้านยาว  เวลาสานฝาชีก็เหลือช่องว่างตรงสี่เหลี่ยมผืนผ้านี้ไว้ให้ว่างไว้  เมื่อสานใบกังหันเสร็จแล้ว ให้เอาผ้าใบหนาๆมาตัดให้มีขนาดใหญ่กว่าช่อง สี่เหลี่ยมผืนผ้านี้สักด้านละหนึ่งนิ้ว จากนั้นให้เอาผ้าใบนี้มาเย็บติดกับฝาชีด้านในเพื่อปิดช่องว่างสี่เหลี่ยมผืนผ้านี้  แต่ให้เย็บติดเฉพาะด้านบนของสี่เหลี่ยมผืนผ้าเท่านั้น  เมื่อเย็บ เสร็จแล้วผ้าใบก็จะห้อยอยู่ ให้เอาไม้ไผ่เล็กๆมีความยาวกว่าผ้าใบสักด้านละสามนิ้ว มาเย็บติดกับผ้าใบด้านล่าง เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วน้ำหนักของไม้ไผ่ก็จะถ่วงผ้าใบให้เปิดอ้าอยู่  ก็เป็นเสร็จพิธีพัฒนาประสิทธิภาพใบกังหันลม เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วให้เอาชันที่ใช้ยาเรือมาทาที่ใบกังหันลมรูปฝาชีที่ทำด้วยไม้ไผ่ตลอดจนผ้าใบที่เย็บติดด้วย ทาให้หนาๆ เพราะ ชันที่ทาจะช่วยป้องกันไม้ไผ่ให้ผุช้าลง และลมไม่ลอดออกไปด้วย        ตอนนี้จะอธิบายว่าการปรับใบกังหันลมด้วยการเปิดช่องสี่เหลี่ยมช่วยลดแรงต้านอย่างไร  เวลาที่ลมพัดมาที่ด้านหลังของใบกังหันรูปฝาชีที่มีช่องเปิดอยู่  ลมก็จะพัดให้ผ้าใบอ้าเปิดออกมากขึ้น เพราะเราเย็บติดเฉพาะด้านบนเท่านั้น ลมส่วนใหญ่ก็จะพัดผ่านไปสบายๆ เกิดแรงต้านน้อยมากกว่าเดิมมากๆ ครั้นเมื่อใบกังหันลมหันด้านฝาชีเข้ารับลม  ผ้าใบที่ เย็บปิดไว้ ก็จะถูกลมดันให้ปิดช่องสี่เหลี่ยมผืนผ้านั้นเกือบสนิท ไม้ไผ่ที่เย็บติดอยู่ด้านล่างของผ้าใบจะทำหน้าที่เป็นตัวกันไม่ให้ผ้าใบหลุดออกจากช่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่เปิดไว้  ใครจะ เสริมแกนไม้ไผ่เข้าไปตรงกลางของช่องสี่เหลี่ยมที่เปิดไว้ให้แข็งแรงขึ้น  ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด การที่เราทำช่องเปิดสี่เหลี่ยมผืนผ้าไว้ ก็ยังเป็นการลดน้ำหนักของใบกังหันลมได้อีก ด้วย เพราะไม้ไผ่ย่อมจะหนักกว่าผ้าใบอยู่แล้ว  ตอนหลังผมจะอธิบายวิธีแก้ปัญหาเรื่องน้ำหนักโดยละเอียดcenter-core.jpg 

เอาละครับ เราว่าเรื่องทำใบกังหันลมเสร็จแล้ว ตอนนี้ผมจะอธิบายวิธีทำแกนกลางของกังหันลมที่จะเป็นพระเอกในเรื่องนี้  ขั้นแรกเราต้องมากำหนดว่า เราจะติดตั้ง ใบกังหันทั้งหมดกี่ใบ เพื่อกำหนดความสูงของแกนกลางกังหัน ถ้าเราจะติดแบบกังหันสองใบอยู่คนละด้านกัน แกนกังหันควรจะยาวกว่าความกว้างของใบกังหัน หรือเส้นผ่า ศูนย์กลางของฝาชีประมาณหนึ่งเมตร ถ้าท่านจะติดตั้งแบบสี่ใบซ้อนกันสองชั้น ชั้นละสองใบ แกนกลางของกังหันก็ควรจะมีความยาวกว่าความกว้างของใบกังหันสองใบบวกกัน ประมาณ หนึ่งเมตร

        เมื่อกำหนดความยาวของแกนกลางกังหันได้แล้ว ก็ให้เอาท่อเหล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางหกนิ้วมาทำเป็นแกน (ถ้าท่านจะใช้วัสดุอื่นก็ให้ดัดแปลงตามความเหมาะสม) ผมจะ อธิบายการทำแบบกังหันสองใบก่อนเพื่อความเข้าใจได้ง่าย  เอาท่อเหล็กมาเจาะรูตรงกลางของความยาวให้ทะลุตลอด โดยมีขนาดกว้างยาวพอดีๆกับก้านของใบกังหัน จากนั้นก็สอด ก้านของใบกังหันเข้ากับแกนกลางของกังหันจนทะลุโผล่ออกอีกด้านของแกนกลาง และใช้สลักร้อยก้านของใบกังหัน ทั้งสองด้านของแกนกลางของกังหันเพื่อยึดก้านใบให้ติดกับ แกนกลางของกังหันให้มั่นคง  ในทำนองเดียวกันให้เจาะรูแบบเดิมให้เหนือขึ้นไปกว่าแนวก้านของใบกังหันอันแรก  และสอดใบกังหันใบที่สองเข้าไปที่แกนกลางของกังหันแล้ว ร้อยสลักแบบเดียวกัน เป็นอันจบวิธีการติดตั้งก้าน ใบกังหันเข้ากับแกนกลางของกังหัน

 windmill.jpg

Next Picture

เอาละครับ ตอนนี้ก็มาถึงการติดตั้งแกนกลางของกังหันเข้ากับระบบกลไกขับเคลื่อน ระบบขับเคลื่อนที่ใช้จะเป็นแบบประหยัดอย่างที่ผมตั้งสมมุติฐานไว้ตอนแรก  ดังนั้น ผมจึงเลือกใช้กระปุกเพลาหลังที่ใช้แล้วของรถที่ใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง เช่นรถกระบะมาสด้าขนาดเล็กที่แทบไม่เหลือวิ่งอยู่แล้ว หรือรถเฟียตเบบี้ที่วิ่งอยู่ในเมืองนนท์ หรือรถ ตุ๊กๆก็ได้  กระปุกเพลาหลังนี้จะมีลักษณะเป็นสามแฉกรูปตัวที  กล่าวคือตรงกลางเป็นเพลากลางที่ต่อมาจากกระปุกเกียร์  และสองด้านซ้าย ขวา เป็นส่วนที่จะต่อไปหมุนลูกล้อด้าน หลังทั้งสองล้อ  ทีนี้ต้องตรวจดูให้ดีเพราะเพลาล้อหลังนั้นจะมีเฟืองทดไปขับลูกล้อเพียงด้านเดียว ลูกล้ออีกข้างนั้นหมุนฟรีไปเฉยๆ  เมื่อหาเจอแล้วว่าล้อด้านไหนเป็นด้านที่ทด กำลังมาจากเพลากลาง ให้เอาล้อด้านนั้นหันขึ้นมาติดกับแกนกลางของกังหัน ถอดเพลาล้ออีกด้านออก และหาแผ่นเหล็กมาปิดกระปุกเพลาให้สนิท วิธีติดแกนกลางของกังหันกับ ล้อรถนั้นก็ให้ เอาแผ่นเหล็กตัดให้เป็นวงกลมมีขนาดประมาณล้อรถยนตร์ เจาะรูสำหรับร้อยน็อตเข้ากับเพลาล้อหลัง จากนั้นก็เอาแผ่นเหล็กนั้นมาเชื่อมติดกับแกนกลางของกังหัน ให้แน่นหนาเสร็จแล้วก็เอาเพลาล้อหลังมาใส่กับรูที่เจาะไว้ขันน็อตให้ติดกับแผ่นเหล็กใต้แกนกลางของกังหัน        เมื่อเรายกกังหันลมขึ้นตั้ง จะเห็นว่ากังหันลมทั้งหมดตั้งอยู่บนกระปุกเพลาหลังของรถ ด้านที่เราถอดเพลาล้อที่หมุนฟรีออกและเอาแผ่นเหล็กปิดไว้ เหลือเพลากลางทำมุม 90 องศากับแกนกลางของกังหันลม  เวลาติดตั้งใช้งานเราจะทำแท่นลองเพลาหลังของรถให้สูงขึ้นจากพื้นดินตามความเหมาะสมต่อการใช้งานและยึดติดกระปุกเพลาให้ติดกับแท่น ให้แน่นหนาแข็งแรง  จากนั้นเพลากลางที่เหลือก็นำไปต่อเข้ากับระหัดวิดน้ำ หรือไปขับเคลื่อนอุปกรณ์อื่นใดก็แล้วแต่  การที่เรากลับด้านลักษณะนี้ก็เพื่อให้ได้การหมุนที่เร็วขึ้น เพราะเฟืองท้ายรถยนตร์นั้นมีการทดรอบหนึ่งต่อสี่ ตอนนี้เมื่อกังหันลมหมุนหนึ่งรอบ เพลากลางรถยนตร์จะหมุนสี่รอบ          จากนั้นด้านบนของแกนกลางของกังหันลมที่เป็นท่อเปิดอยู่ ก็เชื่อมติดเหล็กแกนกลางกลมๆขนาดประมาณหนึ่งนิ้วและติดตั้งแผ่นเหล็กสำหรับที่จะยึดกับโครงสร้างที่ใช้ ในการติดตั้งกังหันลมต่อไป  ตรงนี้คงไม่ใช้เรื่องยากสำหรับนักประดิษฐ์หรือช่างฝีมือระดับชาวบ้านในการดัดแปลงและออกแบบ ผมคำนวนราคาต้นทุนคร่าวๆแล้ว คิดว่าท่อเหล็ก ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางหกนิ้วพร้อมทั้งค่าแรงตัดเจาะ คงตกไม่กี่พันบาท  กระปุกเพลาหลังรถกระบะใช้แล้วซื้อจากเชียงกงก็คงไม่กี่พันบาท เมื่อรวมแล้วคงไม่ถึงหมื่นบาท การทำ ใบกังหันใช้วัสดุและแรงงานที่หาได้ในหมู่บ้านรวมๆแล้วคงจะอยู่ประมาณหนึ่งหมื่นบาท ท่านก็สามารถลดต้นทุนค่าน้ำมันที่ตอนนั้นอาจจะขึ้นไปเกินกว่า สี่สิบบาทต่อลิตรแล้วไม่กี่วันก็จะคุ้มค่ากับการลงทุนทำกังหันลม เป็นที่แน่นอนแล้วว่าราคาน้ำมันต่อไปจากนี้มีแต่จะขึ้นไปเรื่อยๆไม่มีวันลด หากราคาน้ำมันขึ้นไปถึงสองร้อยดอลล่าร์ต่อบาเริลล์จริงราคาน้ำมันก็ควรจะอยู่ใกล้เคียงแปดสิบบาทต่อลิตร ตอนนั้นเราคงต้องหาทางลดการใช้น้ำมันกันก่อนที่จะหมดตัว        ส่วนที่จะต้องดูแลซ่อมบำรุงบ่อยก็คือใบกังหันลม ถ้ากลัวความเสียหายก็ถอดออกเก็บเข้าไว้ในที่ร่มเวลาไม่ใช้งาน หรือเวลาที่มีลมพายุแรงๆอาจจะ แค่ม้วนเปิดผ้าใบในใบ กังหันขึ้น เปิดช่องสี่เหลี่ยมให้ลมผ่านไปมาได้ก็อาจจะยืดอายุใบกังหันไปได้ ถึงแม้ว่าจะเกิดความเสียหายเราก็สามารถทำเองได้โดยแทบไม่ต้องเสียเงินเลย สำหรับแกนกลางของ กังหันลมและเพลาถ้าเราทาสีกันสนิมให้ดีไม่ให้ขึ้นสนิม น่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่าห้าปี        สำหรับในพื้นที่ซึ่งมีลมอ่อน เราก็สามารทำกังหันแบบสี่ใบ โดยขยายแกนกลางของกังหันให้สูงขึ้นและเจาะช่องสำหรับเสียบใบกังหันเพิ่มขึ้นอีกสองใบ ก็จะได้แรงหมุน มากขึ้น หรือยังไม่พอเราก็เพิ่มความสูงของแกนกลางขึ้นไปอีกและติดใบกังหันขึ้นเป็นหกใบ ถ้ารอบการหมุนช้าไปก็อาจจะต้องทำอุปกรณ์ทดรอบติดตั้งเข้าที่เพลากลางที่เราทด กำลังออกมาจากกังหัน เวลาที่มีลมแรงก็สามารถถอดใบออกให้เหลือเพียง สี่ใบหรือสองใบทำให้มีความคล่องตัวในการใช้งานมากขึ้น          กังหันลมที่ผมออกแบบมานี้อาจจะมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง ดังนั้นต้องทำขึ้นมาและพัฒนาแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆให้ลดน้อยลง  อันหนึ่งที่ผมมองเห็นในขณะนี้คือเรื่องน้ำหนักของก้านใบกังหัน อาจจะมีน้ำหนักมากเกินไปจนทำให้เกิดปัญหา ผมได้ลองคิดในการลดปัญหาเรื่องน้ำหนักไว้สองทางคือ๑)   เปิดช่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าให้มากขึ้นและเอาผ้าใบมาปิดแทนตามที่อธิบายไว้ในตอนต้น๒)  ถ้ายังมีปัญหาด้านน้ำหนักอยู่ อาจจะแก้ไขได้โดยติดตั้งครีบโลหะเข้าที่ก้านใบพัด ทำให้เหมือนปีกเครื่องบิน โดยทำมุมเอียงยกขึ้น เวลาที่ใบกังหันหมุน ก้านใบก็จะได้ รับแรงดันจากอากาศยกตัวขึ้น ก็จะทำให้น้ำหนักกดของกังหันลงบนตัวกระปุกเพลาลดลง ยิ่งกังหันหมุนเร็วขึ้นน้ำหนักก็ยิ่งจะลดลงส่วนปัญหาด้านอื่นๆผมคงต้องรอให้ทำต้นแบบขึ้นมาสักอันหนึ่งก่อนจึงจะเห็นว่ามีปัญหาอะไรบ้าง        ท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วอาจจะคิดว่าแล้วท่านจะได้เงินจากตรงไหน  ท่านสามารถผลิตแกนกลางของเพลาที่ทำจากท่อขนาดหกนิ้วพร้อมเจาะรูเสียบก้านกังหันลม และ กระปุกเพลาหลังรถยนตร์ที่ดัดแปลงพร้อมติดตั้งกับแกนกลางของกังหันได้ทันที ท่านจะขายให้เกษตรกรนำไปติดใบกังหันและใช้งานต่อไปได้  หากท่านทำการผลิตแกนกลางของ กังหันจำนวนมากต้นทุนก็จะลดลงมาก ส่วนกระปุกเพลารถยนตร์ถ้าท่านสั่งซื้อจำนวนมากๆต้นทุนก็จะลดลงได้มากเช่นเดียวกัน ผมคิดว่าถ้าท่านขายให้กับเกษตรกร ชุดละเก้าพัน กว่าบาท ท่านน่าจะมีกำไรอยู่ที่ สามถึงสี่ พันบาทต่อชุด ในราคาขนาดนี้ท่านจะขายได้เป็นหมื่นๆชุด เพราะเกษตรกรต้องการลดค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันกันทั้งนั้น ลองคิดตัวเลขต้นทุน ดีๆอีกทีครับ เรากำลังพูดกันถึงยอดขายเป็นร้อยๆล้านบาทและกำไรเป็นหลายๆสิบล้านบาท และลดการนำเข้าน้ำมันอีกหลายร้อยล้านบาทต่อปี

3 responses to “LowCost Wind Mill

  1. ขวัญไม่มีหัวทางด้านนี้เลยค่ะ จะลองหาคนที่พอเข้าใจมาช่วยดูนะคะ

  2. ขอบคุณสำหรับข่าวสารนะครับ

  3. เยี่ยมมีประโยชน์มาก ขอบคุณ ๆ ๆ จากใจเกษตรกร

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s