เยี้องปี้-บาหลี๒ โอโก้-โอโก้ ปีศาจร้ายที่น่ารัก


เอาละครับพิธีในวันที่ ๔มีค. ก็จบลงแค่นั้น ต่อมาวันที่๕ มีค. แต่ละหมู่บ้านก็จะช่วยกันทำๆหุ่น ตัวโตๆขนาดสองสามเท่าตัวคนที่เรียกในภาษาบาหลีว่า “โอโก้-โอโก้” โดยใช้กระดาษและไม้ไผ่เป็นหลัก

ogoh1.jpg

หุ่นที่ทำนี้จะเป็นสัญญลักษณ์ตัวแทนของปีศาจ ความเลวร้ายต่างๆ ตอนนี้ก็สุดแล้วแต่หัวคิดและ ความสามารถในการสร้างสรรค์ที่แต่ละคนจะมีบรรเลงกันให้เต็มที่ ขั้นแรกก็จะทำ แคร่ด้วยไม้ไผ่ลำ ขนาดข้อเท้า เอามามัดให้ได้ขนาดประมาณ 4 เมตร คูณ 6เมตร ตรงกลางแคร่ก็ทำเป็นแท่นทึบไว้ติดตั้งหุ่น

0goh2.jpg

ถ้ามีตัวเดียวโดดก็มักจะทำเป็นสัญญลักษณ์ตัวแทนของความชั่วร้าย ถ้าสองตัวก็มักจะทำ ตัว หนึ่งเป็นสัญญลักษณ์ของความดีและอีกตัวหนึ่งเป็นสัญญลักษณ์ของความเลว กำลังต่อสู้กัน ที่น่าแปลก คือตัวเลวหรือปีศาจ มักจะมีขนาดใหญ่กว่า พระเอกหรือความดีเสมอ ลองดูจากรูปที่ถ่ายมาฝากก็แล้ว กันครับ

ogoh3.jpg

รูปนี้เป็นการสู้กันระหว่างหนุมานกับยักษ์ จำรูปนี้ไว้ดีๆนะครับ ผมจะมาอธิบายทีเด็ดของหุ่น นี้ในตอนท้าย

ogoh4.jpg

ปีนี้เป็นปีหมูเลยทำเป็นรูปปีศาจขี่หมู

ogoh5.jpg

งานนี้เป็นหน้าที่รับผิดชอบของวัยรุ่นครับ คนแก่ไม่เกี่ยว การทำหุ่นนี้ต้องไปทำกันที่วัด จะทำ กันที่บ้านไม่ได้เพราะเดี๋ยวความชั่วร้ายจะเข้าบ้าน ฝ่ายผู้ชายก็ช่วยกันทำในส่วนที่ต้องใช้แรง ส่วนผู้หญิง
ก็มีหน้าที่ทำงานเบาๆหรือฝ่ายจัดเสบียงเลี้ยงอาหาร ก็เป็นโอกาศที่หนุ่มสาวจะได้ใกล้ชิดกัน เพราะการ ทำหุ่นบางตัวซับซ้อนละเอียดมาก ต้องทำกันหลายๆวันล่วงหน้า ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด

ogoh6.jpg

หุ่นนั้นจะมีตัวเดียวโดดๆ หรือสองตัว สามตัว จนถึงห้าตัวก็ได้พอทำกันเสร็จเรียบร้อย ก็เอาออกมาตั้งหน้าวัดโชว์ไว้ก่อน และเตรียมไว้แห่ไปรอบๆเมืองในตอนเย็น วันที่ ๖ มีค.

 

ogoh7.jpg

ก่อนที่จะมีพิธีแห่ ก็จะเริ่มต้นด้วยพิธีบวงสรวง

ogoh8.jpg

ในรูปจะเห็นมีหนุ่มๆทูนศาลที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานไว้บนหัวยืนเรียงกันสามสี่คน และมีผู้ชาย อ้วนๆ ที่มีหนวดมีเครายืนอ่อนระโหยหมดแรง ต้องมีคนจับไว้นั้นเป็นร่างทรงและมีเจ้าประทับอยู่ ถัดมาอีกนิด จะเห็นคนมีผมขาวยาวและมีผ้าขาวคลุมหัวอยู่นั้น ก็เป็นเจ้าอีกองค์ชื่อ Mother of Hellองค์นี้มีฤทธิ์มาก ต้องเอาผ้าคลุมหัวไว้ก่อนogoh9.jpg

พอถึงเวลาเปิดผ้าคลุมหัวออก ก็จะออกฤทธิ์ทั้งเต้นทั้งร้อง สบัดผ้าที่คลุมหน้าไปมา รูปที่ถ่ายออกมาไหว ไม่ชัด เพราะท่านเต้นเร็วมาก

ogoh10.jpg

พอสบัดผ้าไปทางไหน สาวๆที่ยืนอยู่ดีๆดูพิธีอยู่ด้านนั้น หลายคนก็จะร้องกรีดๆ และหมดแรงยืนไม่ได้ หล่นลงไปกองกับพื้นกัน คนที่มาด้วยต้องช่วยกันประคองไว้ogoh11.jpg

จะเห็นความสับสนวุ่นวายไปหมด สาวน้อยคนที่เห็นในรูปอาการเธอหนักมาก นอกจากร้องกรีดๆแล้ว ยังอาเจียนออกมาด้วย เป็นเรื่องแปลกแต่จริง

จากนั้นก็มีพิธีถวายเครื่องบวงสรวงต่างๆ สุดท้ายก็มีการเอาลูกหมูดำเป็นๆตัวขนาดแมว คาดว่าอายุคงประมาณสองสามอาทิตย์ ขึ้นมาเชือดคอสังเวย เป็นอันจบพิธีบวงสรวง

ogoh12.jpg

ระหว่างที่ทำพิธีก็มีวงดนตรีบรรเลงเพลงพื้นเมืองประกอบไปด้วย ในภาพจะเห็นมีเครื่องดนตรีคล้ายๆ ระนาดของไทย แต่ลูกระนาดทำด้วยเหล็ก อยู่หลายชิ้น

ogoh13.jpg

ทุกคนจะเล่นโน๊ตตัวเดียวกันพร้อมๆกันจน เหมือนกับเป็นเครื่องดนตรีชิ้นเดียว แบบเดียวกับการสีไวโอลินของวงออเชสตร้าของฝรั่งogoh14.jpg

พอเสร็จพิธีบวงสรวงตกประมาณทุ่มหนึ่งพอเริ่มมืด ขบวนแห่โอโก้-โอโก้ที่ตั้งโชว์ไว้ก็จะเริ่มขึ้นด้วย การเดินแห่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทำพิธีบวงสรวงเมื่อกี้นำขบวนไป

ogoh15.jpg

จากนั้นก็ตามด้วยหุ่นรุ่นเล็ก ที่ตัวขนาดเล็กและทำด้วยเด็กๆอายุสิบกว่าขวบยังไม่ถึงวัยทีนเอช เรียกว่า เป็นการฝึกกันไว้ก่อน เวลาแบกหุ่นก็ต้องช่วยกันแบกกันเอง

ogoh16.jpg

More Ogoh

ogoh17.jpg

จากนั้นก็ถึงรุ่นใหญ่ที่หุ่นก็มีขนาดใหญ่ขึ้น มีความสับส้อนมากขึ้น การแห่หุ่นก็ไม่ใช่แค่แบกเดินไปตาม ถนนเพียงอย่างเดียว พอถึงที่มีคนดูเยอะๆก็จะทำการเชิดด้วยการยกแคร่ไม้ขึ้น และโยกไปโยกมา โดยใช้ชายฉกรรจ์จำนวนสิบกว่าคนช่วยกันเชิดที่ต้องเป็นทีมเวอรค์และทำให้ดูว่าหุ่นสองตัวกำลังต่อสู้กันจริงๆ ส่วนสาวๆก็ถือคบไฟเดินนำหน้าขบวนและสองข้างขบวนแห่

ogoh18.jpg

ในรูป หุ่นสองตัวได้รับการออกแบบอย่างมหัศจจรย์มาก ทั้งหมดยึดติดอยู่กับแคร่ไม้อยู่จุดเดียวเท่านั้น คือตรงปลายหอกที่หุ่นฝ่ายธรรมะ แทงทะลุอกหุ่นฝ่ายอธรรมที่กำลังเหาะหนี เมื่อทำการเชิดหุ่นทั้งสอง ตัวในความมืด ที่มีแต่ไฟส่องไปที่ตัวหุ่น จะทำให้เหมือนกับว่าหุ่นทั้งสองเหาะลอยอยู่บนอากาศจริงๆหุ่นทั้งสองตัวออกแบบให้เห็นว่าเต็มไปด้วยแอ๊กชั่นตลอดจนหน้าตาที่แสดงให้เห็นความเจ็บปวด เสีย ดายที่ไม่มีรูปที่แสดงให้เห็นหน้าตาได้ชัดเจนกว่านี้

ogoh19.jpg

นี่ก็อีกแบบหนึ่ง เป็นหุ่นสีส้มกับสีแดงกำลังสู้กัน หุ่นสีแดงฝ่ายธรรมะจับหุ่นสีส้มฝ่ายอธรรมทุ่มลงกับพื้น อาวุธที่ฝ่ายสีส้มถืออยู่ทิ้มลงกับพื้น นอกนั้นลอยอยู่บนอากาศทั้งหมด เรียกว่าครีเอตีบจริงๆ

bali-new-year-18a.jpg

นี่รูปเดียวกันแต่ถ่ายในอีกมุมหนึ่งมาให้ดูกันชัดๆ

ogoh20.jpg

หุ่นนี้เป็นรูปสไปเดอร์แมน พ่นใยไปจับปีศาจไว้ ปีศาจกำลังต่อสู้ดิ้นรน ในขณะเดียวกันใยแมลงมุมนั้น กับกลายเป็นโครงสร้างที่รับน้ำหนักตัวสไปเดอร์แมนไว้ หุ่นอันนี้ผมถือว่าสุดยอดของครีเอตีฟเลยทีเดียว ในหุ่นทั้งหมดที่เห็น เป็นทั้งความคิดสร้างสรรค์แล้วยัง เป็นการออกแบบทางโครงสร้างที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย

ogoh22.jpg

 

นี่ก็เป็นการออกแบบที่สุดยอดอีกคู่หนึ่ง หุ่นตัวล่างจับแค่ผ้าที่หุ่นตัวบนนุ่งอยู่เท่านั้น รวมทั้งเวลาเชิดหุ่น

ผ้าก็จะอ่อนไหวแกว่งไปมา หุ่นตัวไหนที่เชิดได้สวยงามคนดูก็จะส่งเสียงเชียร์กันด้วยความสนุกสนาน

ogoh23.jpg

หุ่นคู่นี้ติดอยู่ได้ตรงที่หุ่นตัวบนเหยีบอยู่บนตัวล่าง

ogoh24.jpg

คู่นี้ก็ใช้เทคนิคการเหยีบเช่นเดียวกัน ถ้าท่านยังจำหุ่นหนุมานกำลังสู้กับยักษ์ในตอนแรกๆที่ผมบอก ว่าให้จำไว้ให้ดีนั้น ออกแบบให้หัวเข่าของหุ่นหนุมานติดกับข้อศอกของยักษ์ ถ้าพิจารณาดีๆจะเห็นแขน ของยักษ์กับขาของหนุมานเป็นเส้นตรงเดียวกัน นั่นเพราะโครงไม้ที่อยู่ด้านในที่เป็นตัวรับน้ำหนักไว้ ที่ถ่ายรูปมาให้ดูเฉพาะตัวที่เด็ดๆเท่านั้น นอกจากนั้นยังมีหุ่นรูปมังกร รูปครุฑอีกมากมาย การแห่หุ่น เฉพาะจุดที่ผมไปดูก็มีเป็นร้อยๆตัว เรียกว่าแห่กันแทบทั้งคืนเลยทีเดียว


ส่วนที่เมืองอื่นๆในเกาะบาหลีก็มีแห่หุ่นจำนวนมากเช่นเดียวกัน เมื่อแห่ไปรอบๆเมืองแล้วก็เอาไปที่ วัดเดิม และทำพิธีเผาหุ่นทั้งหมด เพื่อขับไล่ความชั่วร้ายที่ในว่าทำพิธีเรียกมาไว้ในหุ่น โอโก้-โอโก้ หมดแล้ว เมื่อเผาเสร็จเรียบร้อยแล้ว คาดว่าความชั่วร้ายทั้งหมดคงจะถูกเผาตายหมด หรือไม่ก็หนี เตลิดเปิดเปิงไปเกาะอื่นๆหมดแล้ว

ทีนี้ก็ถึงตอนสำคัญทุกๆคนทั้งคนดูและคนเชิดหุ่นต้องรีบกลับเข้าบ้านก่อนหกโมงเช้าของวันที่ ๗ มีค. โดยไม่มีการยกเว้น เพราะต่อจากหกโมงเช้าไป ๒๔ ชั่วโมงจนถึงหกโมงเช้าของวันที่ ๘ มีค. เป็นช่วงเวลาที่ทุกๆคน บนเกาะนี้ ไม่ว่าลูกเล็กเด็กแดง ชาวต่างชาติไม่ว่าฝรั่ง เจ็ก ไทย ญี่ปุ่น จะต้องมีส่วนร่วมแสดงและอยู่ในความตื่น เต้นตลอด ๒๔ ชั่วโมงโดยไม่มีการยกเว้น

 

หมดเวลาสำหรับวันนี้แล้ว พรุ่งนี้ถ้าสามารถมีชีวิตผ่านความตื่นเต้น ๒๔ ชั่วโมงนี้ไปได้ จะกลับมาเล่าประสพการณ์ให้ฟังตอนต่อไป เยื้องปี้-บาหลี ๓ ช่วงเวลาอันมหัศจรรย์

 

4 responses to “เยี้องปี้-บาหลี๒ โอโก้-โอโก้ ปีศาจร้ายที่น่ารัก

  1. โห…เล่าได้บรรยากาศมากเลยค่ะ รูปภาพและการบรรยายน่าตื่นเต้นจัง การเข้าร่วมพิธีกรรมนี้คงทำให้ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ และเป็นการท่องเที่ยวแบบมีส่วนร่วม จริงๆค่ะ

  2. มีวงกลม (คล้ายองค์จตุคามหลายรูปจังค่ะ)

  3. ขอบคุณ คุณขวัญมากที่พูดถึงดวงไฟที่ถ่ายติดมา ผมลืมเรื่องนี้ไปสนิทเลย ดูรูปแล้วนึกว่าเล็นซ์กล้อง ถ่ายรูปสกปรก เลยเอากล้องมาทำความสะอาดอยู่เป็นนาน ผมเคยเห็นรูปถ่ายของจตุคาม- รามเทพที่ คุณว่าแล้ว อันนี้เห็นของจริงๆเลย มีเพื่อนผมที่ชิคคาโก้ได้เหรียญจตุคาม-รามเทพมาหนึ่งองค์ ก็เอาห้อย คอไว้ ต่อมาไปทำบุญวันเกิดตัวเองที่วัด เพื่อนถ่ายรูปพระที่กำลังสวดมนตร์ ในระหว่างการทำบุญ ด้วยกล้องดิจิตตัล ปรากฎว่าติดแสงเป็นดวงมาด้วย ด้วยความสงสัยจึงเอาโหลดใส่คอมพิวเตอร์แล้วซูมดู ปรากฎว่าเห็นภาพชัดเจนในดวงไฟนั้นเป็น รูปเหรียญจตุคามรามเทพ เห็นลวดลายชัดเจนเลย ผมเห็นมาด้วยตาตัวเอง
    พอคุณบอกผมก็ลองขยายดูจากต้นฉบับ ปรากฎว่าเห็นลวดลายในดวงไฟชัดเจนเป็นรูปคล้ายองค์พระ พิฆเนศบ้าง เป็นรูปลายวงกลมก้นหอยสีเขียวบ้าง ทุกดวงจะเป็นสองรูปนี้เท่านั้น ผมไม่แน่ใจว่ารูปที่อยู่
    ในบล็อกจะขยายเห็นหรือไม่ เพราะผมcompress รูปให้เล็กลงตอนส่งไป
    ผมลองย้อนกลับไปดูว่าเล็นซ์มีอะไรติดอยู่หรือไม่? ผมไล่ดูจากรูปต้นฉบับ พบว่ารูปตั้งแต่ 285 ถึง 300 ไม่มีดวงไฟเลย พอรูป 301มีเต็ม 302ไม่มี 303มีเห็นไกลๆหนึ่งดวง 304มีใกล้หนึ่งดวง 305ไม่มี 306มีเต็มไปหมด นี่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเล็นซ์กล้องไม่ได้สกปรก

  4. เป็นที่น่าประหลาดใจว่าเป็นดวงอะไรกันแน่ ….สังเกตุเวลาถ่ายติดแบบนี้จะต้องใช้แฟลชนะคะ ตอนไปถ่ายที่เจดีย์ชเวดากองก็ติดวงกลมนี้เยอะมาก

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s