บาหลี-บาหรู๒


สภาพภูมิประเทศที่นี่เป็นเกาะที่เป็นภูเขาไฟเก่า ถ้าจะให้เปรียบเทียบให้หลับตามองเห็น คงต้องบอกว่า รูปร่างของเกาะคล้ายกับรูปด้านข้างของนกกระทากำลังยืนยืดคอ และถ่ายมูลออกมาหนึ่งกอง เพราะตรงกันกับก้น ของนกนั้นมีเกาะเล็กๆอีกเกาะหนึ่งพอดี เกาะนี้ชื่อเกาะ ซานัว เป็นเกาะที่สวยมาก อากาศที่นี่มีสองฤดู คือหน้าแล้ง กับหน้าฝน หน้าแล้งก็ตั้งแต่เดือนเมษายนไปจนถึงเดือนตุลาคม อากาศจะเย็นสบายและมีลมและคลื่นแรงมาก ที่นี่จึงเป็นสววรค์ของนักเล่นกระดานคลื่นอีกแห่งหนึ่ง ไปทางไหน จะมีนักเล่นกระดานโต้คลื่นขี่มอเตอร์ไซค์ มีกระดานเสียบไว้ด้านข้าง ส่วนหน้าฝนจะเริ่มตั้งแต่ เดือนพฤศจิกายนไปจนถึงเดือนมีนาคม จะมีฝนตกทุกวัน บางวันก็ตกทั้งวันไม่มีหยุด ต้นไม้ที่นี่จึงงอกงามมาก โดยเฉพาะต้นลั่นทมที่นี่จะมีเต็มไปหมด และแทบจะทุกเรื่อง ก็จะใช้ดอกลั่นทมประดับประดาตกแต่ง พูดได้ว่าทุกบ้านต้องมีต้นลั่นทมนลั่นทม และมีดอกสีต่างๆ บางต้นมีอายุหลายๆสิบปี คาดไม่ถูกว่ากี่ปี เพราะต้นใหญ่ราว กับต้นจามจุรี ที่คนไทยพูดกันว่าใครปลูกต้นลั่นทมไว้ในบ้านแล้วจะระทมนั้น ผมว่าคงไม่จริง มิฉะนั้นคนบาหลีคงจะระทมกันไปทั่งเกาะแล้วละ ผมไม่เห็นคนบาหลีจะระทมทุกข์กันเลย สำหรับ นักแต่งสวนให้เศรษฐี ใครอยากได้ต้นลั่นทม stone.jpg

stone3.jpg

ใหญ่ๆลองมามองหาที่บาหลีดูบ้างก็น่าจะถูกใจ ผมได้แนบรูปตัวอย่าง ขนาดชินเดร็นท์ๆมาให้ดูด้วยถ้าจะเปรียนเทียบในด้าน

trees1.jpg

ภูมิประเทศก็คงจะบอกว่าเกาะบาหลี นั้นเหมือนกับเอาเกาะสมุยบวกกับเชียงราย เพราะบริเวณชายฝั่งรอบๆเกาะจะเป็นเนินเขาสูงๆต่ำๆทำให้ทิวทัศน์มีความหลากหลาย พอลึกเข้าไปกลางเกาะก็จะ มีการทำนา ทำสวนกัน แต่นาที่นี่จะเป็นนาแบบขั้นบันได (ไม่ใช่กระไดแบบที่ท่านส.ส.ใช้ในสภา) ทำให้มีทิวทัศน์ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวได้ตื่นตาตื่นใจไปอีกแบบ บางจุดนั้น สวยงามมากเพราะจะเป็นหุบเขาที่ภูเขาล้อมรอบนั้นเต็ม ไปด้วยนาข้าวแบบขั้นบันไดสุดลูกหูลูกตา พูดถึงข้าวต้องบอกด้วยความภูมิใจว่าข้าวไทยนั้นได้รับความนิยมมาก จัดไว้เป็นข้าวเกรดสูงกว่าข้าวพื้นเมืองและราคาแพงกว่ามาก ถุงบรรจุข้าวนั้นมีภาษาไทยพิมพ์กำกับไว้เลยว่าข้าวเกรด เอ คัดพิเศษ นอกจากข้าว แล้วคนบาหลีรู้จักเมืองไทยดีในอีกหลายๆเรื่อง ส่วนใหญ่แล้วเป็นฝีมือภาคเอกชนทั้งนั้น แล้วจะค่อยๆทะยอยเล่าให้ฟังต่อไป

คนบาหลีนั้นเป็นคนที่มีหัวทางศิลป์มาก และเป็นศิลปะที่เป็นของตนเองแตกต่างกับชนเผ่าอื่นๆโดยสิ้นเชิง สิ่งที่ขึ้นชื่อก็มี การจัดสวนแบบบาหลี บ้านไสตล์บาหลี งานแกะสลักไม้ งานแกะสลักหิน วันนี้ได้ถ่ายรูปงานแกะหิน

เป็นรูปต่างๆมาให้ดูก่อนผมจะค่อยๆทะยอยเล่าให้ฟังทีละเรื่อง (อีกแล้ว) โปรดติดตามกันต่อไป (ท่านจะได้เข้ามาอ่าน เรื่องของผมกันเรื่อยๆไงละครับ) เอางานแกะสลักไม้ก่อนก็แล้วกัน เพราะผมเห็นช่องทางทำมาหากินอีกเยอะ บางท่าน จะได้รีบนำไปดำเนินการต่อได้เลย ที่นี่มีต้นไม้เยอะมากเพราะจัดอยู่ในเขต Rain Forest มีฝน ตกชุก และยังมีต้นไม้ ตามเกาะต่างๆอีกมากมาย คนบาหลีจะแกะสลักไม้เป็นลวดลายต่างๆประดับตาม ช่องลม ฝาบ้าน เชิงชาย ประตูบ้าน ฯลฯ มานมนาน ก็มีการไปซื้อบ้านไม้เก่าของชาวพื้นเมือง แล้วเอา มาแยกส่วนงานไม้แกะสลักออกมาขาย ทำนอง เดียวกับเมืองไทยไปซื้อหน้าบันเก่าๆตามโบสถ์ทางเหนือแล้วเอามาขายนั่นแหละครับ นอกจากงานแกะสลักไม้แบบ นั้นแล้ว ยังมีการแกะเป็นรูป คน รูปสัตว์ต่างๆ ตั้งแต่ขนาดเล็กๆไปจนถึงขนาดใหญ่มากๆ งานแกะที่ขึ้นชื่ออีกอันหนึ่ง ที่สวยงามและละเอียดมากได้แก่รูป การูด้า หรือครุฑของบาหลี โปรดดูรูปที่ส่งมาด้วย ถ้าอยากจะดูตัวอย่างที่ในเมือง ไทย ให้ไปที่แบ๊งค์ชาติสำนักงานใหญ่บางขุนพรหม ไปที่อาคารสำนักงานใหญ่ จะมีตั้งอยู่หนึ่งตัว ขนาดสูงใหญ่กว่า ตัวคนอีกเป็นของขวัญจากธนาคารกลางประเทศอินโดนีเซีย ลองไปถามเจ้าหน้าที่ต้อนรับ ที่โถงกลางแบ๊งค์ชาติก็แล้ว กันว่าครุฑจากประเทศอินโดอยู่ที่ไหน ผมเคยเห็นตั้งอยู่ตรงแถวล็อปปี้นั้นละครับ หวังว่าคงยังอยู่ แต่ขอบอกว่าของ ที่นี่ราคาถูกมาก เพราะค่าของเงินบาทต่อเงินรูปีของ อินโดนีเซียนั้นตกอยู่ที่ 1 บาท แลกได้ 260-280 รูปี ถ้าแลกเงิน ไทยเป็นดอลล่าร์เสียก่อน แล้วมาแลก เป็นเงินรูปี ยิ่งดีใหญ่ เพราะ 1 US$ แลกได้ = 8800-9500 รูปี เวลาซื้อของที่นี่ อย่าตกใจเพราะจะบอกราคาไว้เป็นแสนๆ ล้านๆรูปี ที่นี่ของทุกอย่างถูกกว่าประเทศไทยแทบทั้งนั้น ยกเว้นอาหาร เท่านั้นที่แพงกว่าน้ำมันเบ็นซินที่นี่ ราคาลิตรละ 4500 รูปี คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณลิตรละ 16-18 บาท รถแทกซี่ที่นี้ พอขึ้นปุ๊บเปิดมิเตอร์ปั๊บตัวเลข เริ่มต้นอยู่ที่ 5000 รูปี เท่ากับ 18-20 บาท ถ้าเหมาแทกซี่วิ่ง กันทั้งวันตั่งแต่เช้าจดหัวค่ำ ก็แค่ 300,000 – 400,000 รูปีรวมค่าน้ำมันและคนขับ เสร็จแล้วทิบไปอีก 30,000-40,000 รูปี คนขับก็แฮบปี้แล้วละครับแล้ว

 

 

 

stone2.jpg

4 responses to “บาหลี-บาหรู๒

  1. สนุกดีค่ะ รูปสวยด้วย แต่ตัวหนังสือเล็กจังค่ะ😉

  2. เรื่องตัวหนังสือเล็กผมกำลังคลำหาวิธีแก้อยู่ครับ ตอนพิมพ์ด้วยเวอธก็ใช้ฟ่อนส์
    ๑๖ แล้ว พออัพโหลด์เสร็จมันกลายเป็นตัวนิดเดียว ไม่ทราบทำไม
    ตอนนี้ผู้อ่านต้องใช้วิธีขยายเอาเอง ด้วยการไฮไลด์ข้อความที่จะอ่าน แล้วไปคลิก
    ที่ วิว บนทูลบาร์ แล้วเลื่อนไปที่ Character size แล้วคลิคที่ Increase ครับ ต้องขออภัยในความไม่สะดวกด้วย
    แซม

  3. ชอบการจัดสวนสไตล์นี้ค่ะ ดูเป็นธรรมชาติดี

    ตัวหนังสือเล็กจริง ๆ ค่ะ อ่านยาก ต้องเปลี่ยนฟ้อนค่ะ ให้เป็น คอเดีย นิว แล้วเซ็ต ขนาดตัวอักษร แบบ normal ค่ะ
    ลองทำดูนะคะ

  4. ขอบคุณ คุณburnsugar มาก ผมได้ลองพยายามทำตามที่แนะนำมาและวิธีอื่นๆอีกหลายวิธี ก็ยังไม่ได้ผล ขอให้ใช้วิธีไปคลิกที่ เมนูบาร์ด้านบนซ้ายมือตรงคำว่า View จะมีป๊อบอัพเมนูโผล่ออกมา ให้เลื่อนลูกศรไปที่ Text size ก็จะมีป๊อบอัพเมนูโผล่ออกมาอีกที ให้ไปคลิกที่ Increase ตัวหนังสือจะขยายใหญ่ขึ้น ถ้ายังใหญ่ไม่พอ ก็ขอให้ทำซ้ำอีกจนได้ขนาดตัวหนังสือที่พอใจ ยังไงว่างๆแวะมาคุยกันอีกนะครับ

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s