<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Travelandgetrich's Weblog</title>
	<atom:link href="http://travelandgetrich.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://travelandgetrich.wordpress.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Sat, 24 Oct 2009 16:32:58 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<cloud domain='travelandgetrich.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://www.gravatar.com/blavatar/b9d40486f3b1e83e1fe3020c4d10ed1c?s=96&#038;d=http://s.wordpress.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>Travelandgetrich's Weblog</title>
		<link>http://travelandgetrich.wordpress.com</link>
	</image>
			<item>
		<title>นวตกรรมที่ทำเงิน ( MAKE MONEY FROM INNOVATION)</title>
		<link>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/10/03/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-make-money-from-innovation/</link>
		<comments>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/10/03/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-make-money-from-innovation/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 03 Oct 2009 04:21:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>travelandgetrich</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Flower]]></category>
		<category><![CDATA[Food]]></category>
		<category><![CDATA[Handicraft]]></category>
		<category><![CDATA[Innovation]]></category>
		<category><![CDATA[คนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกไม้]]></category>
		<category><![CDATA[นวตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ผลไม้,]]></category>
		<category><![CDATA[พันธุ์พืช]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แนวทางทำธุระกิจ,]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกนมสวรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกปทุมมา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://travelandgetrich.wordpress.com/?p=775</guid>
		<description><![CDATA[นวตกรรมที่ทำเงิน ( MAKE MONEY FROM INNOVATION)
 นานแล้วที่ผมไม่ได้เขียนเรื่องยาวๆลงในบล็อก ตั้งแต่ผมกลับเมืองไทยมาเกือบปี สาเหตุเพราะไม่มีเวลาว่างมากเหมือนตอนอยู่ต่างประเทศ มาอยู่เมืองไทยเที่ยวนี้ก็มีโอกาศได้เดินทางไปทั่วประเทศอีกครั้งหนึ่ง รู้สึกว่าเป็นรอบที่สาม หรือที่สี่แล้วในชีวิตของผม เที่ยวนี้ได้มีโอกาศพูดคุยกับผู้คนจำนวนมากกว่าทุกๆครั้ง ได้เห็นประเทศไทยในยามเศรษฐกิจตกต่ำ ได้เห็นความลำบากของผู้คน ได้แลกเปลี่ยนความทุกข์ในการทำธุรกิจ ไปทางไหนผมได้ยินแต่คำถาม “จะทำอะไรกินกันดี” ผมลองมานั่งรวบรวมประสบการณ์ที่ผ่านมาจากทุกๆประเทศและวิเคราะห์ความสามารถของคนไทยแล้ว เห็นของดีของเมืองไทยมากมายจากการที่ได้เดินทางมาหลายรอบประเทศ มองเห็นลู่ทางที่เราจะช่วยกันคิด ช่วยกันทำ เพื่อสร้างรายได้ให้กับตัวเราได้โดยไม่ต้องพึ่งต่างประเทศเป็นหลัก แต่คนส่วนใหญ่มองไม่เห็น หรือไม่ทราบว่าของเหล่านั้นมันทำเงินได้
สิ่งนั้นก็คือเราต้องสร้าง “นวตกรรม” ของเราเอง นวตกรรมที่ภาษาฝรั่งเรียกว่า INNOVATION หรือแปลเป็นถาษาลูกทุ่งตามแนวของผม คือ”การคิดค้นอะไรใหม่ๆ”ขึ้นมาเพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ ความจริงแล้วคนไทยเราเป็นนักค้นคิดประดิษฐ์อะไรมากมายมาตั้งแต่สมัยโบราณ จากประวัติศาสตร์จะเห็นได้ว่า พ่อขุนรามกำแหงท่านได้คิดด้นประดิษฐ์อ้กษรไทยให้เราใช้กันมาจนถึงวันนี้ โดยที่อีกหลายชาติไม่มีตัวอักษรของตนเอง ต้องยืมเอาดัวอักษรภาษาอังกฤษมาใช้  หรือการทอผ้าลายน้ำไหล ที่ถือว่าเป็นการคิดค้นที่ซับซ้อนมาก ตั้งแต่ขั้นตอนการย้อมเส้นไหม หรือจากการคิดค้นทำรายลดน้ำปิดทอง การหล่อปีนใหญ่สมัยกรุงศรีอยุธยา  การหล่อพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ฯลฯ แต่ไม่ทราบว่าการเป็นนักประดิษฐ์ในจิตวิญญาณของคนไทยมันหายไปในยุคไหน ที่ทำให้การคิดค้นประดิษฐ์ใหม่ๆขาดหายไปจากเมืองไทยในยุคนี้

จากที่เคยพูดคุยกับคนไทยจำนวนมากในเรื่องนี้จึงพบว่า คนไทยเราจำนวนมากยังไม่เข้าใจถึงเรื่องของนวตกรรมดีนัก และมักจะพบกับข้อโต้แย้งกับแนวความคิดนี้มากมาย กว่าจะชี้แจงกันเข้าใจก็หมดน้ำลาย และน้ำเหล้าไปเยอะ ก่อนที่ผมจะพูดในรายละเอียดต่อไป ผมขอสรุปประเด็นที่ได้จากข้อโต้แย้งมาให้ท่านเข้าใจเสียก่อน มิฉะนั้นท่านจะไม่อ่านเรื่องนี้ต่อและหนักกว่านั้นอาจจะแอบด่าว่าผมเพ้อเจ้อ ว่าประเทศไทยจะไปคิดอะไรใหม่ๆหรือสร้างนวตกรรมอะไรได้ ขอให้อ่านต่อไปสักสองสามย่อหน้าก่อนที่จะด่าว่าผม
ประเด็นที่หนึ่ง [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=775&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p align="center"><span style="color:#0000ff;"><span style="text-decoration:underline;"><strong>นวตกรรมที่ทำเงิน </strong><strong>( MAKE MONEY</strong><strong> </strong><strong>FROM INNOVATION)</strong></span></span></p>
<p><strong> </strong>นานแล้วที่ผมไม่ได้เขียนเรื่องยาวๆลงในบล็อก ตั้งแต่ผมกลับเมืองไทยมาเกือบปี สาเหตุเพราะไม่มีเวลาว่างมากเหมือนตอนอยู่ต่างประเทศ มาอยู่เมืองไทยเที่ยวนี้ก็มีโอกาศได้เดินทางไปทั่วประเทศอีกครั้งหนึ่ง รู้สึกว่าเป็นรอบที่สาม หรือที่สี่แล้วในชีวิตของผม เที่ยวนี้ได้มีโอกาศพูดคุยกับผู้คนจำนวนมากกว่าทุกๆครั้ง ได้เห็นประเทศไทยในยามเศรษฐกิจตกต่ำ ได้เห็นความลำบากของผู้คน ได้แลกเปลี่ยนความทุกข์ในการทำธุรกิจ ไปทางไหนผมได้ยินแต่คำถาม “จะทำอะไรกินกันดี” ผมลองมานั่งรวบรวมประสบการณ์ที่ผ่านมาจากทุกๆประเทศและวิเคราะห์ความสามารถของคนไทยแล้ว เห็นของดีของเมืองไทยมากมายจากการที่ได้เดินทางมาหลายรอบประเทศ มองเห็นลู่ทางที่เราจะช่วยกันคิด ช่วยกันทำ เพื่อสร้างรายได้ให้กับตัวเราได้โดยไม่ต้องพึ่งต่างประเทศเป็นหลัก แต่คนส่วนใหญ่มองไม่เห็น หรือไม่ทราบว่าของเหล่านั้นมันทำเงินได้</p>
<p>สิ่งนั้นก็คือเราต้องสร้าง “นวตกรรม” ของเราเอง นวตกรรมที่ภาษาฝรั่งเรียกว่า INNOVATION หรือแปลเป็นถาษาลูกทุ่งตามแนวของผม คือ”การคิดค้นอะไรใหม่ๆ”ขึ้นมาเพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ ความจริงแล้วคนไทยเราเป็นนักค้นคิดประดิษฐ์อะไรมากมายมาตั้งแต่สมัยโบราณ จากประวัติศาสตร์จะเห็นได้ว่า พ่อขุนรามกำแหงท่านได้คิดด้นประดิษฐ์อ้กษรไทยให้เราใช้กันมาจนถึงวันนี้ โดยที่อีกหลายชาติไม่มีตัวอักษรของตนเอง ต้องยืมเอาดัวอักษรภาษาอังกฤษมาใช้  หรือการทอผ้าลายน้ำไหล ที่ถือว่าเป็นการคิดค้นที่ซับซ้อนมาก ตั้งแต่ขั้นตอนการย้อมเส้นไหม หรือจากการคิดค้นทำรายลดน้ำปิดทอง การหล่อปีนใหญ่สมัยกรุงศรีอยุธยา  การหล่อพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ฯลฯ แต่ไม่ทราบว่าการเป็นนักประดิษฐ์ในจิตวิญญาณของคนไทยมันหายไปในยุคไหน ที่ทำให้การคิดค้นประดิษฐ์ใหม่ๆขาดหายไปจากเมืองไทยในยุคนี้</p>
<p><span id="more-775"></span></p>
<p>จากที่เคยพูดคุยกับคนไทยจำนวนมากในเรื่องนี้จึงพบว่า คนไทยเราจำนวนมากยังไม่เข้าใจถึงเรื่องของนวตกรรมดีนัก และมักจะพบกับข้อโต้แย้งกับแนวความคิดนี้มากมาย กว่าจะชี้แจงกันเข้าใจก็หมดน้ำลาย และน้ำเหล้าไปเยอะ ก่อนที่ผมจะพูดในรายละเอียดต่อไป ผมขอสรุปประเด็นที่ได้จากข้อโต้แย้งมาให้ท่านเข้าใจเสียก่อน มิฉะนั้นท่านจะไม่อ่านเรื่องนี้ต่อและหนักกว่านั้นอาจจะแอบด่าว่าผมเพ้อเจ้อ ว่าประเทศไทยจะไปคิดอะไรใหม่ๆหรือสร้างนวตกรรมอะไรได้ ขอให้อ่านต่อไปสักสองสามย่อหน้าก่อนที่จะด่าว่าผม</p>
<p><strong><span style="text-decoration:underline;">ประเด็นที่หนึ่ง</span></strong> คนไทยไปเข้าใจว่านวตกรรม หรือสิ่งประดิษฐ์ที่คิดค้นขึ้นมาใหม่ๆนั้นต้องเป็นของไฮเท็คเท่านั้น</p>
<p>จากความเข้าใจแบบนี้ทำให้คนจำนวนมากคิดว่าประเทศไทยเราไม่มีเทคโนโลยี่อันก้าวหน้า เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องบินไฮเทค หุ่นยนตร์ ฯลฯ เราจะไปประดิษฐ์คิดค้นสู้กับต่างประเทศได้อย่างไร?</p>
<p><strong><span style="text-decoration:underline;">คำตอบคือ </span></strong><strong> </strong></p>
<p>“นวตกรรม” หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆไม่จำเป็นต้องของไฮเท็คเท่านั้น มันอาจจะเป็น:</p>
<p>1 ) พันธุ์พืชใหม่ๆ เช่นพันธุ์กล้วยไม้ที่คนไทยเราผสมขึ้นมาใหม่ ดอกสวยงามที่ไม่เคยมีมาก่อน</p>
<p>หรือพันธ์มะม่วงใหม่ๆ เช่นเขียวเสวย ฟ้าลั่น หรือทุเรียนหมอนทอง ดอกกระเจียวลูกผสม สีแปลกๆ ส้มโอพันธุ์ทองดี ต้นโป๊ยเซียนดอกสวยๆ</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-787" title="24690_20_2" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/10/24690_20_2.jpg?w=401&#038;h=240" alt="24690_20_2" width="401" height="240" /></p>
<p>นี่คือรูปดอกกระเจียวหลากสีที่แต่เดิมเป็นดอกไม้ป่าไร้ค่าไม่มีคนสนใจ แต่ปัจจุบันทำเงินจากการส่งออกปีละหลายร้อล้านบาท</p>
<div id="attachment_788" class="wp-caption aligncenter" style="width: 411px"><img class="size-full wp-image-788" title="001746_m" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/10/001746_m.jpg?w=401&#038;h=515" alt="นี่เป็นรูปเดี่ยวชัดๆ ของกระเจียวสายพันธ์ที่ ชื่อว่า &quot;ปทุมมา&quot; ที่มีประวัติที่เหลือเชื่อยิ่งกว่านิยาย" width="401" height="515" /><p class="wp-caption-text">นี่เป็นรูปเดี่ยวชัดๆ ของกระเจียวสายพันธ์ที่ ชื่อว่า &quot;ปทุมมา&quot; ที่มีประวัติที่เหลือเชื่อยิ่งกว่านิยาย ผมจะเล่าให้ท่านฟังในโอกาศต่อไป</p></div>
<p>แม้กระทั่งดอกไม้ป่าหลายชนิดที่คนมองไม่เห็นคุณค่า เช่น ดอกนมสวรรค์ (ดอกนมสาว) แถวจังหวัดสุราษฎ์ นครศรีธรรมราช  ดอกเอื้องดิน สีขาว ที่แหลมสิงห์ ฯลฯ</p>
<p style="text-align:center;">
<div id="attachment_778" class="wp-caption aligncenter" style="width: 584px"><img class="size-large wp-image-778" title="Hotel Yajai &amp; SC Park 049" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/10/hotel-yajai-sc-park-0492.jpg?w=574&#038;h=430" alt="เอื้องแหลมสิงห์" width="574" height="430" /><p class="wp-caption-text">เอื้องแหลมสิงห์</p></div>
<p>2) พันธ์สัตว์ใหม่ๆ เช่น ปลาทับทิม ปลานิลกระเทย ที่คนไทยพัฒนาต่อยอด</p>
<p>3) อาหารแปลกๆ เช่น ก๋วยเตี๋ยวผัดโทย วุ้นที่เกิดจากการนำน้ำมะพร้าวไปหมัก ข้าวกล้องงอก น้ำข้าวกล้องงอก น้ำมังคุด</p>
<p>4) เครื่องจักรกลอย่างง่ายๆ เช่น รถสามล้อถีบ รถตุ๊กตุ๊ก เรือหางยาว รถไถนา กระดานไม้ที่พ่วงกับรถไถนาสำหรับให้คนไถขึ้นไปยืนไม่ต้องเดินตาม เครื่องดูดน้ำออกจากขวดแกลอนโดยไม่ต้องยกเท</p>
<p>5) กระบวนการผลิต หรือกระบวนการจัดการใหม่ๆ เช่น ลายทอผ้าแปลกๆ การผลิตกระดาษจากมูลช้าง  กระบวนการปิดทองลงรัก กระบวนการผลิตไข่ปลอม น้ำมันมะพร้าวกลั่นเย็น  การนวดแผนไทยแบบล้านนา หรือตัวอย่างของต่างประเทศ เช่น SIX SIGMA, LEAN WAY OF TOYOTA, 7-WASTES.</p>
<p>6) ยาใหม่ๆที่ได้จากสมุนไพร เช่น ยาข้บลมทำจากขมิ้นชัน ยาแก้โรคกระเพาะจากต้นเปล้าน้อย ยาสมานแผลและแก้สิวจากเปลือกมังคุด ใบมะรุมอบแห้ง</p>
<div id="attachment_785" class="wp-caption aligncenter" style="width: 489px"><img class="size-full wp-image-785" title="Khaoyai027ss" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/10/khaoyai027ss.jpg?w=479&#038;h=360" alt="นี่แหละดอกนมสวรรค์ ที่เป็นวัชพืชแถบภาคใต้ที่กำลังจะกลายมาเป็นไม้ประดับในอนาคต" width="479" height="360" /><p class="wp-caption-text">นี่แหละดอกนมสวรรค์ ที่เป็นวัชพืชแถบภาคใต้ที่กำลังจะกลายมาเป็นไม้ประดับในอนาคต</p></div>
<div id="attachment_789" class="wp-caption aligncenter" style="width: 478px"><img class="size-full wp-image-789" title="Clerodendrum_paniculatum_Alba_1MKh" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/10/clerodendrum_paniculatum_alba_1mkh.jpg?w=468&#038;h=515" alt="นี่คือดอกนมสววรค์สีขาว ที่อยากให้ผู้อ่านช่วยติดตามหาในแถบภาคใต้" width="468" height="515" /><p class="wp-caption-text">นี่คือดอกนมสววรค์สีขาว ที่อยากให้ผู้อ่านช่วยติดตามหาในแถบภาคใต้</p></div>
<div id="attachment_790" class="wp-caption aligncenter" style="width: 510px"><img class="size-full wp-image-790" title="Clerodendrum_paniculatum_Yellow_2MKh" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/10/clerodendrum_paniculatum_yellow_2mkh.jpg?w=500&#038;h=334" alt="ส่วนดอกนมสววรค์ สีเหลือง มีผู้บอกว่าพบแถวจังหวัดยะลา ผมยังไม่เคยเจอ ฝากท่านที่อยู่ยะลาลองสืบหาด้วย และรีบนำมาขยายพันธ์" width="500" height="334" /><p class="wp-caption-text">ส่วนดอกนมสววรค์ สีเหลือง มีผู้บอกว่าพบแถวจังหวัดยะลา ผมยังไม่เคยเจอ ฝากท่านที่อยู่ยะลาลองสืบหาด้วย และรีบนำมาขยายพันธ์</p></div>
<p>เห็นไม๊ครับ แค่ตัวอย่างหกหมวดที่ผมยกมาให้เห็นก็ทำให้เรามีเรื่องไปคิดต่อได้อีกมากมายทีเดียวละครับโดยไม่ต้องอาศัยเทคโนโลยี่ที่ซับซ้อน และไม่ต้องพึ่งของไฮเท็คอีกด้วย ท่านสามารถจะเลือกเอาเรื่องที่ท่านถนัด และชำนาญอยู่แล้ว มาต่อยอดเป็นนวตกรรมใหม่ๆได้ ถ้าท่านยังไม่เห็นภาพช้ดเจน ผมจะขอนำต้วอย่างการคิดสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดขึ้นมาแล้วที่ผมได้เห็น ได้ทราบมาเล่าให้ท่านฟังเพื่อให้ท่านเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น ในอันดับต่อไป</p>
<p><strong><span style="text-decoration:underline;">ประเด็นที่สอง</span></strong><strong> </strong>เมื่อคิดได้แล้วไม่รู้ว่าจะนำไปทำเป็นเงินได้อย่างไร?</p>
<p><strong><span style="text-decoration:underline;">คำตอบคือ</span></strong><strong> </strong></p>
<p>ปัจจุบันมีหน่วยงานของรัฐหลายแห่งที่ตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยให้นักประดิษฐ์ที่คิดค้นนวตกรรมขี้นมานั้น สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นเชิงพาณิชย์ทำเงินได้ หรือแม้กระทั่งช่วยสนับสนุนให้เกิดการซื้อขายนวตกรรมนั้นให้กับผู้ผลิตนำไปสร้างต่อไป หน่วยงานเหล่านั้นได้แก่</p>
<p>สำนักงาน นวตกรรมแห่งชาติ</p>
<p>กรมทรัพย์สินทางปัญญา</p>
<p><strong><span style="text-decoration:underline;">ประเด็นที่สาม</span></strong><strong> </strong>แล้วเราจะคิดสิ่งประดิษฐ์ได้อย่างไร?</p>
<p><strong><span style="text-decoration:underline;">คำตอบคือ</span></strong><strong> </strong></p>
<p>ประเด็นที่ว่าเราจะค้นคิด นวตกรรม หรือสิ่งประดิษฐ์นั้นขึ้นมาได้อย่างไรนั้น ผมขอเสนอแนะตามประสบการณ์และประสบเกิน ที่ผมได้เห็นมา อาจจะไม่เหมือนกับที่นักวิชาการเค้าว่ากัน ผมได้ยินว่า แค่คำว่า “นวตกรรม” ก็ยังเถียงกันไม่จบว่าหมายถึงอะไร แทนที่จะเอาเวลาไปคิดสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ผมขอจัดหมวดหมู่สิ่งที่ผลักดันให้เกิดการคิดค้นเรื่องใหม่ๆของคนไทยเราที่ผ่านมาดังนี้:</p>
<p><strong>1) </strong><strong>คิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา </strong><strong> </strong></p>
<p>ความลำบากในวิถีชีวิตของเราทำให้เราต้องขวนขวายหาวิธีการต่างๆมาช่วยให้การดำเนินชีวิตของเราสดวกยิ่งขึ้น ผมขอยกตัวอย่างสิ่งประดิษฐ์ของไทยที่เกิดขึ้นในหมวดนี้ เรื่องนี้เกิดขึ้นในสมัยพระร่วง สมัยนั้นชนเผ่าไทยเพิ่งอพยพเข้ามาตั้งรกรากในแผ่นดินสุวรรณภูมิ และอยู่ใต้การปกครองของขอม ในฐานะของผู้ถูกปกครอง จำเป็นต้องนำเครื่องราชบรรณาการไปส่งให้ขอมทุกปี พระร่วงถูกกำหนดให้ต้องนำน้ำในทะเลชุบศร (เค้าว่าอยู่แถวจังหวัด ลพบุรื) ไปส่งให้ขอมในประเทศเขมรจำนวน ๑๐๐ โอ่ง ทุกปี ให้ท่านรองหลับตานึกภาพภูมิประเทศของจังหวัดลพบุรีไปยังประเทศเขมรเมื่อเจ็ดร้อยกว่าปีก่อน ว่ามันเต็มไปด้วยป่าเขาสูง และถนนหนทางก็ไม่มี ยานพาหนะก็มีแค่เกวียนที่ใช้วัว ควาย ลากไปตามทางเกียวนที่เต็มไปด้วย หลุม บ่อ ขึ้นเขา ลงหว้ย ในขณะเดียวกันต้องบันทุก โอ่งที่มีน้ำหนักมากและเมื่อมีน้ำเต็ม ก็ยิ่งหนักเข้าไปอีก</p>
<p>ดังนั้น จากการเดินทางระยะไกลหลายร้อยกิโลเมตร ทำให้เกวียนที่ทำจากไม้ เกิดการหักพังเพราะบันทุกของหนัก โอ่งที่บันทุกมาก็ตกแตกน้ำที่บันทุกมาก็หกหมด บางครั้งโอ่งที่ทำจากดินเผา กระแทกกันเองแตกเสียหายน้ำที่บรรจุอยู่ก็ไหลไปหมด จากปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น ทำให้การนำน้ำไปส่งไม่ครบถ้วน โดนทำโทษอยู่เป็นประจำ ความยากลำบากที่เกิดขึ้นปีแล้วปีเล่า ทำให้พระร่วงมานั่งคิดหาทางแก้ปัญหาอุปสรรคในการนำน้ำไปส่งให้ขอมให้สะดวกยิ่งขึ้น</p>
<p>ในที่สุดท่านก็คิดหาทางแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ด้วยการ สร้างกระออมใส่น้ำแทนการใช้โอ่งที่ทำจากดินเผามาบรรจุน้ำ (กระออมบรรจุน้ำ จะเป็นการนำไม้ไผ่มาจัก แล้วสานเป็นรูปทรงกลมๆคล้ายโอ่ง จากนั้นก็จะเอายางไม้ที่เรียกว่า “ชัน” มาทาทั้งด้านนอกและด้านใน เมื่อใส่น้ำๆก็ไม่รั่วออก ) ตัวกระออมก่อนบรรจุน้ำจะมีน้ำหนักเบากว่าโอ่งมาก การสานก็ออกแบบให้มีรูปทรงที่เมาะสมกับรูปทรงของเกวียนที่บันทุก ทำให้มีน้ำหนักเบาและสามารถบันทุกน้ำได้มากขึ้นโอกาศที่เกีวยนจะหักพังก็มีน้อย ที่สำคัญที่สุดกระออมไม่แตกจากการกระแทกกระทบกัน การบันทุกน้ำไปส่งขอมก็ครบถ้วนและทำได้ง่ายขึ้นเยอะ</p>
<p>นี่ละครับ ตัวอย่างการคิดค้นที่เกิดจากการที่เราต้องแก้ปัญหาความยากลำบากในการดำรงชีพของเรา</p>
<p>ผมขอเล่าเพิ่มเติมอีกนิด พอกษัตรย์ขอม เห็นกระออมที่พระร่วงใส่น้ำมาก็ทรงตรัษว่า คนไทยนั้นมีคนดีมาเกิดแล้ว และขอมคงจะปกครองต่อไปลำบากแล้ว จากนั้นมาไม่นาน ไทยก็ประกาศตัวเป็นเอกราชจากขอม</p>
<p>(ยังมีต่อภาคสอง)</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/travelandgetrich.wordpress.com/775/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/travelandgetrich.wordpress.com/775/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/travelandgetrich.wordpress.com/775/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/travelandgetrich.wordpress.com/775/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/travelandgetrich.wordpress.com/775/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/travelandgetrich.wordpress.com/775/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/travelandgetrich.wordpress.com/775/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/travelandgetrich.wordpress.com/775/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/travelandgetrich.wordpress.com/775/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/travelandgetrich.wordpress.com/775/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=775&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/10/03/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-make-money-from-innovation/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/1daf7e1558294ff6eca013c3a40f8cc6?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">พาไปเที่ยว--พาไปรวย</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/10/24690_20_2.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">24690_20_2</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/10/001746_m.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">001746_m</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/10/hotel-yajai-sc-park-0492.jpg?w=1024" medium="image">
			<media:title type="html">Hotel Yajai &#38; SC Park 049</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/10/khaoyai027ss.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Khaoyai027ss</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/10/clerodendrum_paniculatum_alba_1mkh.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Clerodendrum_paniculatum_Alba_1MKh</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/10/clerodendrum_paniculatum_yellow_2mkh.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Clerodendrum_paniculatum_Yellow_2MKh</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>นิสัยที่คนไทยควรพิจารณา</title>
		<link>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/04/15/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93/</link>
		<comments>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/04/15/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 15 Apr 2009 16:19:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>travelandgetrich</dc:creator>
				<category><![CDATA[คนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ความสามัคคี]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กไทย]]></category>
		<category><![CDATA[นิสัยคนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เก่งยกห้อง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://travelandgetrich.wordpress.com/?p=758</guid>
		<description><![CDATA[นิสัยที่คนไทยควรพิจารณา
ช่วงนี้ผมได้กลับมาเที่ยวอยู่ในเมืองไทย ได้เห็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงต่างๆในเมืองไทยที่ดีๆหลายอย่างๆ ผมจะไม่พูดถึงเรื่องเลวๆทางการเมืองของเมืองไทย แต่จะพูดถึงเรื่องที่ผมสังเกตุเห็น ในอีกมุมมองหนึ่ง ท่านอื่นๆอาจจะอยู่ในเมืองไทยมาตลอดก็อาจจะไม่เห็นในส่วนนี้ ผมถ้าอยู่ในเมืองไทยตลอดเวลาไม่ได้จากประเทศไทยไปนานๆก็อาจจะมองไม่เห็นประเด็นนี้
ผมกลับมาอยู่เมืองไทยเที่ยวนี้ได้เห็นรายการใหม่ๆที่ดีๆทางทีวีหลายรายการ แทนละครน้ำเน่าปัญญาอ่อนที่มีแต่การร้องกรีดๆของนางตัวอิจฉา รายการละครน้ำเน่านั้นก็แสดงให้เห็นภูมิปัญญาของคนเขียนบทละคร ผู้กำกับและเจ้าของรายการด้วยว่าปัญญามีแค่ไหน
รายการที่ดีๆนั้นผมขอชมเชยรายการสหเฮด รายการของกระทรวง วิทยาศาสตร์ และรายการเก่งยกห้อง รายการเก่งยกห้องนั้นเป็นการเอาเด็กๆประมาณชั้น ป๓-ป๔ ทั้งห้องจำนวนยี่สิบคน จากโรงเรียนเดียวกันมาทำกิจกรรมร่วมกันเป็นการแข่งขันกับตัวเอง สามกิจกรรม ว่าจะทำได้ทั้งสามกิจกรรมหรือไม่? กิจกรรมทั้งสามก็จะประกอบด้วย


กิจกรรมที่หนึ่ง เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวพันกับการร่วมกันใช้ความคิดสร้างสรรคทำงานร่วมกันทั้งชั้นเช่น เอาดินน้ำมันหลากสีมาให้เด็กทั้งยี่สิบคนปั้นให้มีความหมายว่า &#8220;น้ำมาปลากินมด น้ำลดมดกินปลา&#8221; แล้วให้ผู้ใหญ่สามคนมาทายว่าจะทายถูกหรือไม่? ถ้าทายถูกสองจากสามคนแปลว่าเด็กๆทำได้ หรือเอาใบตองกล้วยมาทำเตาไมโครเวป ดังในรูปข้างต้น
กิจกรรมที่สองจะเป็นกิจกรรมที่ต้องวางแผนร่วมกัน แล้วให้แต่ละคนมาทำซึ่งทุกคนต้องทำให้ได้ทั้งห้องจึงจะผ่าน เช่นเอาปากขวดมาคว่ำวางลงบนแท่น ทับแผ่นกระดาษเล็กๆไว้ แล้วให้เด็กๆทุกคนดึงกระดาษออกโดยขวดไม่ตกจากแท่น เอากระป๋องมาซ้อนต่อกันยี่สิบใบโดยไม่ล้ม
กิจกรรมที่สามเป็นกิจกรรมที่ต้องวางแผนร่วมกันและให้ทำพร้อมๆกันทุกคนเช่นการเดินตะขาบที่ทุกคนต้องทำโดยพร้อมเพรียงกัน หรือการให้เด็กที่แข็งแรงที่สุดลากกล่องไม้สี่เหลี่ยมไปบนพื้นที่มีเพื่อนๆเข้าไปยืนอยู่ในกล่องสิบเก้าคน โดยมีไม้กระบอก ลูกก๊อฟและลูกเทนนิสให้เด็กๆเลือกเอามาเป็นตัวช่วย

ที่ผมขอพูดถึงรายการนี้เพราะผมชอบความคิดของผู้จัด ที่แปลกแหวกแนวในการเอาเด็กๆมาทำงานร่วมกัน คนไทยเรานั้นได้ชื่อว่าเก่งคนเดียว เช่นชกมวยเก่ง ตีกอล์ฟเก่ง แต่เล่นฟุตบอลเป็นทีมละก็ไม่ได้เรื่องเลย จนมีคนเอามาเปรียบเปรยไว้ ผมไม่แน่ใจว่าเป็นคนญี่ปุ่นหรือคนไทย เค้าว่า &#8220;ถ้าเอาคนญี่ปุ่นหนึ่งคนมาแข่งกับคนไทยคนหนึ่ง คนไทยจะชนะ  แต่ถ้าเอาคนไทยยี่สิบคนมาแข่งกับญี่ปุ่นยี่สิบคน ญี่ปุ่นจะชนะ&#8221;
รายการนี้เอาเด็กๆที่ไร้เดียงสามาแสดงเพื่อให้เห็นนิสัยแท้ๆของคนไทยที่ซึมซับไปยังเด็ก จากเด็กๆที่ได้ดูตัวอย่างมาจากพ่อ แม่ และครูๆที่โรงเรียน เป็นเหมือนกระจกเงาสะท้อนให้เราได้เห็นนิสัยของคนไทยเอง จากที่ผมได้ดูรายการนี้มาหลายหนสรุปได้ว่านิสัยของเด็กๆที่มาจากหลายๆโรงเรียน ซึ่งอาจจะเป็นกระจกเงาสะท้อนนิสัยของคนไทยนั้นสรุปได้ดังนี้


 การทำงานไม่มีการทำงานอย่างจริงจัง [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=758&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p align="center"><strong><span style="text-decoration:underline;">นิสัยที่คนไทยควรพิจารณา</span></strong><strong></strong></p>
<p>ช่วงนี้ผมได้กลับมาเที่ยวอยู่ในเมืองไทย ได้เห็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงต่างๆในเมืองไทยที่ดีๆหลายอย่างๆ ผมจะไม่พูดถึงเรื่องเลวๆทางการเมืองของเมืองไทย แต่จะพูดถึงเรื่องที่ผมสังเกตุเห็น ในอีกมุมมองหนึ่ง ท่านอื่นๆอาจจะอยู่ในเมืองไทยมาตลอดก็อาจจะไม่เห็นในส่วนนี้ ผมถ้าอยู่ในเมืองไทยตลอดเวลาไม่ได้จากประเทศไทยไปนานๆก็อาจจะมองไม่เห็นประเด็นนี้</p>
<p>ผมกลับมาอยู่เมืองไทยเที่ยวนี้ได้เห็นรายการใหม่ๆที่ดีๆทางทีวีหลายรายการ แทนละครน้ำเน่าปัญญาอ่อนที่มีแต่การร้องกรีดๆของนางตัวอิจฉา รายการละครน้ำเน่านั้นก็แสดงให้เห็นภูมิปัญญาของคนเขียนบทละคร ผู้กำกับและเจ้าของรายการด้วยว่าปัญญามีแค่ไหน</p>
<p>รายการที่ดีๆนั้นผมขอชมเชยรายการสหเฮด รายการของกระทรวง วิทยาศาสตร์ และ<strong>รายการเก่งยกห้อง </strong>รายการเก่งยกห้องนั้นเป็นการเอาเด็กๆประมาณชั้น ป๓-ป๔ ทั้งห้องจำนวนยี่สิบคน จากโรงเรียนเดียวกันมาทำกิจกรรมร่วมกันเป็นการแข่งขันกับตัวเอง สามกิจกรรม ว่าจะทำได้ทั้งสามกิจกรรมหรือไม่? กิจกรรมทั้งสามก็จะประกอบด้วย</p>
<p><span id="more-758"></span></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-763" title="e0b980e0b881e0b988e0b8871_resize" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/04/e0b980e0b881e0b988e0b8871_resize.jpg?w=500&#038;h=375" alt="e0b980e0b881e0b988e0b8871_resize" width="500" height="375" /></p>
<p>กิจกรรมที่หนึ่ง เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวพันกับการร่วมกันใช้ความคิดสร้างสรรคทำงานร่วมกันทั้งชั้นเช่น เอาดินน้ำมันหลากสีมาให้เด็กทั้งยี่สิบคนปั้นให้มีความหมายว่า &#8220;น้ำมาปลากินมด น้ำลดมดกินปลา&#8221; แล้วให้ผู้ใหญ่สามคนมาทายว่าจะทายถูกหรือไม่? ถ้าทายถูกสองจากสามคนแปลว่าเด็กๆทำได้ หรือเอาใบตองกล้วยมาทำเตาไมโครเวป ดังในรูปข้างต้น</p>
<p>กิจกรรมที่สองจะเป็นกิจกรรมที่ต้องวางแผนร่วมกัน แล้วให้แต่ละคนมาทำซึ่งทุกคนต้องทำให้ได้ทั้งห้องจึงจะผ่าน เช่นเอาปากขวดมาคว่ำวางลงบนแท่น ทับแผ่นกระดาษเล็กๆไว้ แล้วให้เด็กๆทุกคนดึงกระดาษออกโดยขวดไม่ตกจากแท่น เอากระป๋องมาซ้อนต่อกันยี่สิบใบโดยไม่ล้ม</p>
<p>กิจกรรมที่สามเป็นกิจกรรมที่ต้องวางแผนร่วมกันและให้ทำพร้อมๆกันทุกคนเช่นการเดินตะขาบที่ทุกคนต้องทำโดยพร้อมเพรียงกัน หรือการให้เด็กที่แข็งแรงที่สุดลากกล่องไม้สี่เหลี่ยมไปบนพื้นที่มีเพื่อนๆเข้าไปยืนอยู่ในกล่องสิบเก้าคน โดยมีไม้กระบอก ลูกก๊อฟและลูกเทนนิสให้เด็กๆเลือกเอามาเป็นตัวช่วย</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-759" title="mo-1234098523" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/04/mo-1234098523.jpg?w=60&#038;h=60" alt="mo-1234098523" width="60" height="60" /></p>
<p>ที่ผมขอพูดถึงรายการนี้เพราะผมชอบความคิดของผู้จัด ที่แปลกแหวกแนวในการเอาเด็กๆมาทำงานร่วมกัน คนไทยเรานั้นได้ชื่อว่าเก่งคนเดียว เช่นชกมวยเก่ง ตีกอล์ฟเก่ง แต่เล่นฟุตบอลเป็นทีมละก็ไม่ได้เรื่องเลย จนมีคนเอามาเปรียบเปรยไว้ ผมไม่แน่ใจว่าเป็นคนญี่ปุ่นหรือคนไทย เค้าว่า &#8220;ถ้าเอาคนญี่ปุ่นหนึ่งคนมาแข่งกับคนไทยคนหนึ่ง คนไทยจะชนะ  แต่ถ้าเอาคนไทยยี่สิบคนมาแข่งกับญี่ปุ่นยี่สิบคน ญี่ปุ่นจะชนะ&#8221;</p>
<p>รายการนี้เอาเด็กๆที่ไร้เดียงสามาแสดงเพื่อให้เห็นนิสัยแท้ๆของคนไทยที่ซึมซับไปยังเด็ก จากเด็กๆที่ได้ดูตัวอย่างมาจากพ่อ แม่ และครูๆที่โรงเรียน เป็นเหมือนกระจกเงาสะท้อนให้เราได้เห็นนิสัยของคนไทยเอง จากที่ผมได้ดูรายการนี้มาหลายหนสรุปได้ว่านิสัยของเด็กๆที่มาจากหลายๆโรงเรียน ซึ่งอาจจะเป็นกระจกเงาสะท้อนนิสัยของคนไทยนั้นสรุปได้ดังนี้</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-760" title="mo-1236545321" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/04/mo-1236545321.jpg?w=60&#038;h=60" alt="mo-1236545321" width="60" height="60" /></p>
<ul class="unIndentedList">
<li> การทำงานไม่มีการทำงานอย่างจริงจัง ขณะที่กลุ่มหนึ่งกำลังวางแผนงานที่เหลือกลับไม่สนใจฟัง ทำให้เวลาทำงานจริงๆไม่ค่อยได้ผลเกิดการต่างคนต่างทำ</li>
<li> ขาดความสัมมัคคีในการทำงานร่วมกัน</li>
<li> เวลาทำงานไม่มีการวางแผนให้รัดกุมหรือบอกกล่าวให้ทุกคนรู้เรื่อง เมื่อถึงเวลาทำแล้วท่าทางจะมีปัญหากลัวจะไม่สำเร็จก็ช่วยกันพนมมือสวดมนตร์ขอคุณพระคุณเจ้าช่วยให้สำเร็จ ทีแรกผมดูแล้วก็เฉยๆ ดูๆแล้วก็น่ารักดี มองดูว่า เรื่องความเชื่อในคุณพระคุณเจ้า ในเรื่องอภินิหารนั้นมันฝังอยู่ในสายเลือดของเด็กๆได้ดีมาก</li>
</ul>
<p>แต่มาสะดุดใจเมื่อสองสามวันก่อน ตอนที่มีเหตุการไม่สงบเกิดขึ้นที่พัทยาก่อนที่จะยกเลิกการประชุมหนึ่งวัน เมื่อมีนักข่าวไปสัมภาษณ์ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงเรื่องที่ฝ่ายเสื้อแดงมาประทวงในวันแรก ว่าท่านได้เตรียมการป้องกันในไว้ที่สองไว้อย่างไร ท่านบอกว่าท่านได้เตรียมการอย่างเต็มที่แล้ว และ &#8220;ภาวนาว่าอย่างให่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้เลย&#8221;</p>
<p>ผมฟังแล้วใจมันย้อยกลับมานึกถึงเด็กๆในรายการเก่งยกห้องทันที ขนาดผู้ใหญ่ระดับนี้ยังขอเอา คุณพระคุณเจ้ามาช่วยในเรื่องใหญ่เรื่องโตขนาดนี้เชียวหรือ? เรื่องที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องน่ารักสำหรับเด็กๆนั้น มันชักจะไม่ใช่เรื่องน่ารักอีกต่อไปแล้ว ถ้านิสัยอย่างนี้มันฝังลึกลงไปมากๆแล้วชาติไทยคงจะมีปัญหาในอนาคตแน่ๆ</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-766" title="187708_91144" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/04/187708_91144.jpg?w=264&#038;h=184" alt="187708_91144" width="264" height="184" /></p>
<p>เพราะชาติอื่นๆเค้าจะไม่เอาแค่ภาวนา เค้าจะสมมุติสถานะการณ์ว่า ถ้าแผนที่วางไว้ขั้นที่หนึ่งไม่ได้ผล จะมีแผนแก้ไขหรือป้องกันอย่างไร แล้วก็วางแผนสำรองอันที่สองเพื่อป้องกันหรือแก้ไขต่อ แล้วก็สมมุติต่ออีกว่าถ้าแผนสองพลาด จะมีแผนแก้ไขต่อไปอย่างไร แล้วก็ถ้าแผนสองพังอีกจะมีแผนสามอย่างไร ถ้าเป็นเรื่องสำคัญๆระดับโลกก็อาจจะมีการวางแผนไว้เป็นขั้นๆถึงสี่ห้าชั้น เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะไม่มีทางพลาดแน่ๆ โดยเฉพาะแผนรักษาความปลอดภัย</p>
<p>ในกรณีนี้ถ้าเราไม่ปรับเปลี่ยนความคิดที่มันฝังรากลึกลงไปถึงเด็กๆแล้ว เมืองไทยคงไปไม่รอดแน่ โอกาศที่จะเป็นประเทศที่ร่ำรวยก้าวพ้นจากความลำบากยากจนคงจะเป็นไปไม่ได้ ถ้าเราเอาแต่ภาวนาขอให้แต่สิ่งศักดิ์สิทธิช่วยอยู่ตลอด</p>
<p><strong>&#8220;แล้ววันรุ่งขึ้นสิ่งที่คุณสุเทพภาวนาไว้ก็ช่วยไม่ได้ กลุ่มเสื้อแดงบุกเข้าพังประตูโรงแรมและทำลายการประชุมสุดยอดลงได้อย่างง่ายดาย&#8221; </strong><strong></strong></p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/travelandgetrich.wordpress.com/758/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/travelandgetrich.wordpress.com/758/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/travelandgetrich.wordpress.com/758/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/travelandgetrich.wordpress.com/758/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/travelandgetrich.wordpress.com/758/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/travelandgetrich.wordpress.com/758/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/travelandgetrich.wordpress.com/758/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/travelandgetrich.wordpress.com/758/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/travelandgetrich.wordpress.com/758/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/travelandgetrich.wordpress.com/758/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=758&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/04/15/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/1daf7e1558294ff6eca013c3a40f8cc6?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">พาไปเที่ยว--พาไปรวย</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/04/e0b980e0b881e0b988e0b8871_resize.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">e0b980e0b881e0b988e0b8871_resize</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/04/mo-1234098523.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">mo-1234098523</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/04/mo-1236545321.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">mo-1236545321</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/04/187708_91144.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">187708_91144</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>มะรุม-ต้นไม้กายสิทธิ์ พิชิตความจน &#8211; MORINGA TREE 2</title>
		<link>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/03/25/753/</link>
		<comments>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/03/25/753/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 25 Mar 2009 14:52:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>travelandgetrich</dc:creator>
				<category><![CDATA[Ben Oil]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Moringa]]></category>
		<category><![CDATA[Moringa Oil]]></category>
		<category><![CDATA[Tree]]></category>
		<category><![CDATA[drumstick tree]]></category>
		<category><![CDATA[แนวทางทำธุระกิจ,]]></category>
		<category><![CDATA[ชลอความแก่]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันมะรุม]]></category>
		<category><![CDATA[มะรุม]]></category>
		<category><![CDATA[สารต้านมะเร็ง]]></category>
		<category><![CDATA[business idea]]></category>
		<category><![CDATA[business opportunity]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://travelandgetrich.wordpress.com/?p=753</guid>
		<description><![CDATA[ตอนที่สองผมจะมาเล่าต่อถึงน้ำมันมะรุม
น้ำมันมะรุมนี้เหมาะต่อการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมเสริมสวย ทำเครื่องสำอางค์ ใช้ในการบำรุงผิว บำรุงผม นอกจากนั้นยังมีสารฆ่าเชื้อและสมานแผล มีสรรพคุณในการแก้ผื่นคัน แมลงกัดต่อยและแผลถลอกนอกจากนั้นยังมีไวตามิน เอ และ ซี ที่มีประโยซน์ในด้านเสริมสวย ในขณะเดียวกันก็สามารถนำไปปรุงอาหารเช่นเดึยวกับน้ำมันมะกอกและมีคุณสมบัติพอฟัดพอเหวี่ยงกับน้ำมันมะกอกเลยทีเดียว ดูรายละเอียดคุณสมบัติด้านล่างนี้

1. ช่วยบำรุงรักษาผิวที่แห้งให้ชุ่มชื้น อ่อนนุ่ม และช่วยชะลอความแก่ก่อนวัยของผิว
2. ช่วยบรรเทาการเกิดสิวบนใบหน้า
3. ช่วยลบรอยจุดด่างดำของผิวอันเป็นผลจากการโดนแดด หรือการเสื่อมตามวัย
4. ช่วยรักษาโรคเชื้อราตามผิวหนัง เช่น โรคน้ำกัดเท้า เชื้อราตามซอกเล็บ และผิวแห้งเพราะเชื้อรา
5. ช่วยรักษาแผลถูกมีดบาด หรือแผลสดเล็ก ๆ น้อย ๆ
6. ลดอาการผื่นคันตามผิวหนัง และอาการแพ้ผ้าอ้อมของเด็กอ่อน
7. ลดอาการปวดบวมของโรคไขข้ออักเสบ โรคเก๊าท์
8. ช่วยรักษาแผลในปาก หรือแผลของโรคปากนกกระจอก
9. ใช้ปรุงอาหารเช่นเดียวกับน้ำมันมะกอก แต่ดีกว่าเพราะไม่มีกลิ่นเหม็นหืนภายหลัง
10. ใช้นวดกระชับกล้ามเนื้อและบรรเทาอาการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี
11. ใช้นวดศรีษะ รักษาโรคเชื้อราบนหนังศรีษะ บรรเทาอาการผมร่วงง่าย และอาการคันศรีษะ
12. ช่วยถอนพิษแมลงสัตว์กัดต่อย อาการปวดและอาการบวมจะลดลงอย่างรวดเร็ว
13. บรรเทาอาการปวดเมื่อยตามบั้นเอวและขา เนื่องจากการยืนนาน ๆ อาการปวดตามไหล่ และปวดศรีษะ
14. ใช้เป็นน้ำมันหล่อลื่นต่าง ๆ ประจำบ้าน ทำให้สิ่งของไม่เป็นสนิม
วิธีการใช้ &#8211; ใช้ทาตามส่วนต่าง [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=753&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p align="center"><a name="OLE_LINK2"></a><a name="OLE_LINK1">ตอนที่สองผมจะมาเล่าต่อถึงน้ำมันมะรุม</a></p>
<p>น้ำมันมะรุมนี้เหมาะต่อการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมเสริมสวย ทำเครื่องสำอางค์ ใช้ในการบำรุงผิว บำรุงผม นอกจากนั้นยังมีสารฆ่าเชื้อและสมานแผล มีสรรพคุณในการแก้ผื่นคัน แมลงกัดต่อยและแผลถลอกนอกจากนั้นยังมีไวตามิน เอ และ ซี ที่มีประโยซน์ในด้านเสริมสวย ในขณะเดียวกันก็สามารถนำไปปรุงอาหารเช่นเดึยวกับน้ำมันมะกอกและมีคุณสมบัติพอฟัดพอเหวี่ยงกับน้ำมันมะกอกเลยทีเดียว ดูรายละเอียดคุณสมบัติด้านล่างนี้</p>
<p><span id="more-753"></span><img class="aligncenter size-full wp-image-737" title="spd_20081017220248_b" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/03/spd_20081017220248_b.jpg?w=192&#038;h=186" alt="spd_20081017220248_b" width="192" height="186" /></p>
<p>1. ช่วยบำรุงรักษาผิวที่แห้งให้ชุ่มชื้น อ่อนนุ่ม และช่วยชะลอความแก่ก่อนวัยของผิว<br />
2. ช่วยบรรเทาการเกิดสิวบนใบหน้า<br />
3. ช่วยลบรอยจุดด่างดำของผิวอันเป็นผลจากการโดนแดด หรือการเสื่อมตามวัย<br />
4. ช่วยรักษาโรคเชื้อราตามผิวหนัง เช่น โรคน้ำกัดเท้า เชื้อราตามซอกเล็บ และผิวแห้งเพราะเชื้อรา<br />
5. ช่วยรักษาแผลถูกมีดบาด หรือแผลสดเล็ก ๆ น้อย ๆ<br />
6. ลดอาการผื่นคันตามผิวหนัง และอาการแพ้ผ้าอ้อมของเด็กอ่อน<br />
7. ลดอาการปวดบวมของโรคไขข้ออักเสบ โรคเก๊าท์<br />
8. ช่วยรักษาแผลในปาก หรือแผลของโรคปากนกกระจอก<br />
9. ใช้ปรุงอาหารเช่นเดียวกับน้ำมันมะกอก แต่ดีกว่าเพราะไม่มีกลิ่นเหม็นหืนภายหลัง<br />
10. ใช้นวดกระชับกล้ามเนื้อและบรรเทาอาการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี<br />
11. ใช้นวดศรีษะ รักษาโรคเชื้อราบนหนังศรีษะ บรรเทาอาการผมร่วงง่าย และอาการคันศรีษะ<br />
12. ช่วยถอนพิษแมลงสัตว์กัดต่อย อาการปวดและอาการบวมจะลดลงอย่างรวดเร็ว<br />
13. บรรเทาอาการปวดเมื่อยตามบั้นเอวและขา เนื่องจากการยืนนาน ๆ อาการปวดตามไหล่ และปวดศรีษะ<br />
14. ใช้เป็นน้ำมันหล่อลื่นต่าง ๆ ประจำบ้าน ทำให้สิ่งของไม่เป็นสนิม</p>
<p>วิธีการใช้ &#8211; ใช้ทาตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายตามสรรพคุณดังกล่าวข้างต้น หรือใช้ทำอาหารได้ หรือจะใช้เป็น dat &amp; night cream ก็ได้</p>
<p>เห็นไม๊ครับมีประโยชน์ของมะรุมอีกมากที่เราคนไทยไม่เคยรู้ไม่เคยเห็นมาก่อนในอดีต เพราะไทยเราไม่มีคนสนใจในเรื่องมะรุม และเราไม่ได้ทำวิจัยในเรื่องมะรุม โดยเฉพาะการนำเมล็ดมะรุมมาหีบทำน้ำมัน ในปัจจุบันราคาน้ำมันมะรุมมีราคาขายปลีกสูงถึงลิตรละ 20,000. บาท ทีนี้ท่านอาจจะถามว่าแล้ว มะรุม-ต้นไม้กายสิทธิ์จะมาแก้วิกฤตเศรษฐกิจได้อย่างไร?</p>
<p>ต่อไปนี้คือสิ่งที่ผมมองเห็นหนทางที่ท่านจะได้เงินได้ทองจากมะรุม คือ</p>
<p>๑)    ท่านที่ถูกเลิกจ้างและต้องกลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัดและท่านมีที่มีทางที่พอจะปลูกต้นไม้ได้บ้าง ผมขอแนะนำให้ท่านรีบไปหาต้นมะรุมในแถวๆบ้าน และไปขอริดกิ่งขนาดเส้นผ่าศูยน์ กลางขนาดประมาณ ๑-๒ นิ้ว และนำมาตัดเป็นท่อนๆละยาวระหว่าง ๑-๒ เมตร และปักชำไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะหาได้</p>
<p>๒)    หากในระหว่างนั้นเจอฝักแก่ๆก็ให้นำมาแกะเมล็ดและนำมาเพาะในถุงดำไว้ด้วย</p>
<p>๓)    ส่วนใบสดที่ติดมาด้วยอย่าไปทิ้ง บางส่วนให้นำมาผัดมาแกงแบบเดียวกับผักโขมผักปวยเล้ง เค้าว่ารสชาติไม่ต่างกัน แต่โปรตีนและแคลอรี่ที่ได้นั้นสูงกว่าเยอะ หลายชาติในอินเดีย ฟิลิปปินส์และอาฟาริกา   เค้าบริโภคกันมานานแล้ว คนไทยเราไม่มีการบริโคใบมะรุมมาก่อน ตอนนี้มีคนจำนวนมากอยากจะทดลองกิน แต่หาซื้อไม่ได้</p>
<p>๔)     ส่วนใบสดที่เหลือกินไม่หมด อย่าไปทิ้งเอาไปพึ่งลมให้แห้ง ให้แน่ใจว่าแห้งจริงๆ ความชื้นไม่ควรเกิน 5% (อย่าตากแดดมิฉะนั้นไวตามินจะหายหมด) เมื่อแห้งสนิทจริงๆให้เอามาบดให้เป็นผง นำมารัปประทานได้เพราะในใบแห้งยังมีแคลอรี่สูง และยังมีแคลเซี่ยม ไวตามิน B1, B2, E และ C อยู่อีกมาก</p>
<p>๕)     ทีนี้พอต้นมะรุมทั้งที่เพาะชำจากกิ่งที่ปักไว้ และจากเม็ดที่เพาะไว้งอกเติบโตแข็งแรงดี ก็ถึงเวลาที่ท่านต้องตัดสินใจเลือกว่าท่านจะปลูกมะรุมขายใบหรือขายฝักและเมล็ด</p>
<p>ถ้าท่านมีที่ดินกว้างขวางพื้นที่เหลือเฟือ ผมแนะนำให้ปลูกทั้งสองแบบ คือปลูกแบบขายใบจะได้เงินเร็ว มีรายได้ไปพลางๆ ในขณะเดียวกันก็ปลูกแบบขายฝักไปด้วย เพราะกว่าที่ต้นมะรุมจะโตออกฝักและฝักแก่จะใช้เวลาประมาณ ๑๘ เดือน</p>
<p>ในการปลูกมะรุมเพื่อขายใบนั้นวิธีการปลูกก็ทำเช่นเดียวกับปลูกต้นกฐิน ปลูกเป็นแถวๆหรือปลูกเป็นแนวริมรั้วหรือริมทาง และตัดแต่งกิ่ง เก็บใบเช่นเดียวกับการเก็บใบกฐิน แต่การตัดก้านของมะรุมให้ตัดยาวกว่าก้านกฐิน</p>
<p>การปลูกแบบขายฝักและขายเมล็ดนั้นก็ปลูกเป็นแปลงเช่นเดียวกับการปลูกมะม่วง แต่ระยะห่างระหว่างต้นอาจจะลดลงเหลือ 5X5 หรือ 5X6 เมตร เมื่อออกฝักก็อาจจะเก็บฝักบางส่วนไปขายสด และปล่อยบางส่วนให้เป็นเมล็ดแก่ และเก็บเมล็ดแก่ไปขายหรือไปหีบเอาน้ำมัน</p>
<p>๖)     สำหรับที่ท่านไม่มีที่ดินที่จะปลูกทั้งแบบขายใบและขายต้นก็ให้เพาะชำไว้ขายต้นพันธุ์ ถ้าท่านรีบๆทำตอนนี้ พอเดือนมิถุนายนต้นมะรุมก็จะโตพอที่จะนำไปปลูกได้ ท่านก็จะมีรายได้อย่างรวดเร็ว พอประทังชีพไปพลางๆก่อนที่เศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัว ในขณะเดียวกันก็หาพื้นที่ปลูกแบบกินใบสักสิบยี่สิบต้นไว้ในบ้าน เอาไว้เก็บกินเอง รับรองว่าคุณค่าทางอาหารนั้นดีกว่ากิน บะหมี่มาม่า ไวไว หลายเท่าตัวนัก แต่มีคนเตือนไว้ว่า อย่ากินดอกมะรุมดิบ ต้องเอามาต้ม มาลวกเสียก่อน ผมเชื่อว่าในไม่ช้าทุกบ้านในประเทศไทยจะปลูกต้นมะรุมไว้ในบ้านกันคนละต้นสองต้นทุกบ้าน เพราะมันมีทั้งวิตามินและตัวยาต่อต้านมะเร็ง การที่ท่านมีต้นมะรุมไว้ในบ้านเท่ากับท่านมีตู้ยาประจำบ้านเลยทีเดียว แต่ที่แตกต่างออกไปก็คือ มะรุมนั้นท่านไม่ต้องเสียเงินซื้อ</p>
<p>๗)   ขั้นต่อไปหากท่านที่ไม่ได้มีที่ทางจะปลูกต้นมะรุมได้ ท่านก็สามารถทำมาหากินกับต้นไม้กายสิทธินี้ได้ จากการเป็นผู้ค้า โดยการไปรับซื้อผลิตภัณฑ์จากมะรุมมาขายต่อ ตั้งแต่ต้นอ่อนมาขายให้คนในกรุงเทพและปริมณฑลนำไปปลูกตามบ้านไว้เก็บใบ เก็บฝักกิน</p>
<p>ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างนี้แม้กระทั่งคนอเมริกันยังหันมาปลูกผักกินกันมากมาย</p>
<p>นี่แหละครับหนทางทำมาหากินที่ท่านจะนำไปประกอบอาชีพหารายได้มาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องไปพลางๆ รวมทั้งท่านอาจจะปลูกมะรุมไว้กินเองอีกด้วย เป็นการลดการใช้เงินในการซื้ออาหารมาเลี้ยงครอบครัวอีกด้วย ท่านใดมีข้อสงสัยหรือมีความเห็นเพิ่มเติมส่งข้อความมาคุยกันได้</p>
<p align="center">ขอให้โชคดี ขอให้โชคดี</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/travelandgetrich.wordpress.com/753/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/travelandgetrich.wordpress.com/753/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/travelandgetrich.wordpress.com/753/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/travelandgetrich.wordpress.com/753/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/travelandgetrich.wordpress.com/753/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/travelandgetrich.wordpress.com/753/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/travelandgetrich.wordpress.com/753/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/travelandgetrich.wordpress.com/753/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/travelandgetrich.wordpress.com/753/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/travelandgetrich.wordpress.com/753/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=753&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/03/25/753/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>9</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/1daf7e1558294ff6eca013c3a40f8cc6?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">พาไปเที่ยว--พาไปรวย</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/03/spd_20081017220248_b.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">spd_20081017220248_b</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>มะรุม-ต้นไม้กายสิทธิ์ พิชิตความจน &#8211; MORINGA TREE</title>
		<link>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/03/18/%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c-%e0%b8%9e%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/03/18/%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c-%e0%b8%9e%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Mar 2009 11:39:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>travelandgetrich</dc:creator>
				<category><![CDATA[Ben Oil]]></category>
		<category><![CDATA[Moringa]]></category>
		<category><![CDATA[Moringa Oil]]></category>
		<category><![CDATA[Tree]]></category>
		<category><![CDATA[drumstick tree]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน,]]></category>
		<category><![CDATA[มะรุม]]></category>
		<category><![CDATA[แนวทางทำธุระกิจ,]]></category>
		<category><![CDATA[ต้นไม้]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันมะรุม]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร โปรตีน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://travelandgetrich.wordpress.com/?p=672</guid>
		<description><![CDATA[ตอนที่ ๑
ท่ามกลางความวิกฤตทางเศรษฐกิจ ความวุ่นวายทางการเมืองของประเทศไทย ประชาชนคนทำงานด้องถูกปลด ถูกเลิกจ้าง ไม่มีรายได้ ไม่รู้จะทำอะไรกิน นักท่องเที่ยวลดลง การท่องเที่ยวซบเซาฯลฯ ในท่ามกลางข่าวร้ายที่โหมกระหน่ำมาทุกวี่ทุกวัน ในท่ามกลางความหมดหวัง ความมืดมน ก็ยังมีแสงสว่างเหลืออยู่ ถึงจะไม่ส่องสว่างเท่าวันเก่าๆ แต่คาดว่าจะยังช่วยทำให้อีกหลายท่านได้เห็นลู่ทางทำมาหากิน เห็นช่องทางอยู่รอด ช่องทางหารายได้ รอดจากทางตัน เปิดไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น
หนทางที่ว่านี้ก็ต้องขอบคุณบรรพบุรุษของเราที่สละชีพ สละเลือดเนื้อ ไม่รู้กี่แสนกี่ล้านคนในช่วงเวลาเจ็ดร้อยกว่าปีที่ผ่านมา สู้รบกับข้าศึกสัตรูเพื่อรักษาแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์นี้ไว้ให้เรา ต้องขอบคุณภูมิปัญญาของท่านที่ช่วยกันศึกษาค้นคว้าพืชพันธุ์ที่มีคุณค่าและเก็บรักษาไว้ให้เรา ถึงแม้ว่าบางครั้งข้อมูลบางอย่างก็ขาดหายไปท่ามกลางศึกสงครามการต่อสู้เพื่อกู้บ้านกู้เมืองในอดีตที่ผ่านมา
ในวันนี้ วันที่วิกฤต สมบัติอันล้ำค่าของแผ่นดินก็เปิดเผยให้เห็นด้วยวิทยาศาสตร์อันก้าวหน้าในปัจจุบันได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ในแผ่นดินไทยอันอุดมสมบูรณ์นี้มีต้นไม้ที่มีประโยชน์อันประเมินค่าไม่ได้ อยู่มานมนานมาแล้ว และกำลังรอให้ลูกหลานไทยนำมาทำเงินทำทองจากต้นไม้นั้นต่อไป  ต้นไม้ที่ว่านั้นคือต้น
มะรุม
หลายท่านอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อ หรือไม่รู้จักต้นไม้นี้มาก่อน อีกหลายท่านอาจจะเคยได้ยินและคุ้นเคยรวมทั้งเคยกินผลิตผลจากต้นไม้นี้มาก่อน สำหรับผมคุ้นเคยกับต้นไม้นี้มาตั้งแต่ผมจำความได้ เพราะที่บ้านผมในสมัยนั้นจะปลูกต้นไม้ที่มีประโยชน์สารพัดอย่างไว้เต็มเนี้อที่สองไร่เศษ อย่างละสองสามต้น จนเป็นสิบๆต้นแล้วแต่ผลผลิตของต้นไม้ชนิดนั้น ต้นมะรุมก็จะปลูกไว้สาม สี่ต้น เวลาออกฝักก็จะเก็บฝักที่ขนาดกำลังดีมาแกงส้มกับปลาช่อนกินกันเป็นประจำ


ต้นมะรุมที่โตเต็มวัย
มะรุมนั้นชื่อทางวิทยาศสตร์ว่า Moringa oleifera เป็นต้นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ต้นขนาดต้นแค หรือขนาดต้นมะม่วงขนาดเล็กๆ ขึ้นได้ในประเทศไทยแทบทุกภาค ดั้งเดิมนั้นเป็นต้นไม้ที่มีอยู่ในอินเดีย แต่แพร่หลายไปทั่วแถบเอซีย และอาฟฟาริกา ในเมืองไทยนิยมกินฝัก แต่ในประเทศอื่นๆมีการกิน ตั้งแต่ดอก เปลือก และใบด้วย และพบว่าในใบนั้นมีคุณค่าทางอาหารมากกว่าในฝักและเมล็ด จากการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์พบว่า [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=672&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><h2 class="MsoNormal" style="text-align:center;">ตอนที่ ๑</h2>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">ท่ามกลางความวิกฤตทางเศรษฐกิจ ความวุ่นวายทางการเมืองของประเทศไทย ประชาชนคนทำงานด้องถูกปลด ถูกเลิกจ้าง ไม่มีรายได้ ไม่รู้จะทำอะไรกิน นักท่องเที่ยวลดลง การท่องเที่ยวซบเซาฯลฯ ในท่ามกลางข่าวร้ายที่โหมกระหน่ำมาทุกวี่ทุกวัน ในท่ามกลางความหมดหวัง ความมืดมน ก็ยังมีแสงสว่างเหลืออยู่ ถึงจะไม่ส่องสว่างเท่าวันเก่าๆ แต่คาดว่าจะยังช่วยทำให้อีกหลายท่านได้เห็นลู่ทางทำมาหากิน เห็นช่องทางอยู่รอด ช่องทางหารายได้ รอดจากทางตัน เปิดไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น</span></p>
<p>หนทางที่ว่านี้ก็ต้องขอบคุณบรรพบุรุษของเราที่สละชีพ สละเลือดเนื้อ ไม่รู้กี่แสนกี่ล้านคนในช่วงเวลาเจ็ดร้อยกว่าปีที่ผ่านมา สู้รบกับข้าศึกสัตรูเพื่อรักษาแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์นี้ไว้ให้เรา ต้องขอบคุณภูมิปัญญาของท่านที่ช่วยกันศึกษาค้นคว้าพืชพันธุ์ที่มีคุณค่าและเก็บรักษาไว้ให้เรา ถึงแม้ว่าบางครั้งข้อมูลบางอย่างก็ขาดหายไปท่ามกลางศึกสงครามการต่อสู้เพื่อกู้บ้านกู้เมืองในอดีตที่ผ่านมา</p>
<p>ในวันนี้ วันที่วิกฤต สมบัติอันล้ำค่าของแผ่นดินก็เปิดเผยให้เห็นด้วยวิทยาศาสตร์อันก้าวหน้าในปัจจุบันได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ในแผ่นดินไทยอันอุดมสมบูรณ์นี้มีต้นไม้ที่มีประโยชน์อันประเมินค่าไม่ได้ อยู่มานมนานมาแล้ว และกำลังรอให้ลูกหลานไทยนำมาทำเงินทำทองจากต้นไม้นั้นต่อไป  ต้นไม้ที่ว่านั้นคือต้น</p>
<h1 style="text-align:center;">มะรุม</h1>
<p>หลายท่านอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อ หรือไม่รู้จักต้นไม้นี้มาก่อน อีกหลายท่านอาจจะเคยได้ยินและคุ้นเคยรวมทั้งเคยกินผลิตผลจากต้นไม้นี้มาก่อน สำหรับผมคุ้นเคยกับต้นไม้นี้มาตั้งแต่ผมจำความได้ เพราะที่บ้านผมในสมัยนั้นจะปลูกต้นไม้ที่มีประโยชน์สารพัดอย่างไว้เต็มเนี้อที่สองไร่เศษ อย่างละสองสามต้น จนเป็นสิบๆต้นแล้วแต่ผลผลิตของต้นไม้ชนิดนั้น ต้นมะรุมก็จะปลูกไว้สาม สี่ต้น เวลาออกฝักก็จะเก็บฝักที่ขนาดกำลังดีมาแกงส้มกับปลาช่อนกินกันเป็นประจำ</p>
<p style="text-align:center;"><span id="more-672"></span><img class="size-full wp-image-706 aligncenter" title="e0b895e0b989e0b899e0b8a1e0b8b0e0b8a3e0b8b8e0b8a1" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/03/e0b895e0b989e0b899e0b8a1e0b8b0e0b8a3e0b8b8e0b8a1.jpg?w=358&#038;h=540" alt="e0b895e0b989e0b899e0b8a1e0b8b0e0b8a3e0b8b8e0b8a1" width="358" height="540" /></p>
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">ต้นมะรุมที่โตเต็มวัย</p>
<p>มะรุมนั้นชื่อทางวิทยาศสตร์ว่า Moringa oleifera เป็นต้นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ต้นขนาดต้นแค หรือขนาดต้นมะม่วงขนาดเล็กๆ ขึ้นได้ในประเทศไทยแทบทุกภาค ดั้งเดิมนั้นเป็นต้นไม้ที่มีอยู่ในอินเดีย แต่แพร่หลายไปทั่วแถบเอซีย และอาฟฟาริกา ในเมืองไทยนิยมกินฝัก แต่ในประเทศอื่นๆมีการกิน ตั้งแต่ดอก เปลือก และใบด้วย และพบว่าในใบนั้นมีคุณค่าทางอาหารมากกว่าในฝักและเมล็ด จากการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์พบว่า ในใบนั้นมีคุณค่าทางอาหารดังนี้</p>
<p style="text-align:center;">มีไวตามินซีมากกว่าส้ม        ๗ เท่า</p>
<p style="text-align:center;">มีแคลเซี่ยมมากกว่านม        ๔ เท่า</p>
<p style="text-align:center;">มีไวตามินเอมากกว่าแครอท  ๔ เท่า</p>
<p style="text-align:center;">มีโปแตสซึ่ยมมากกว่ากล้วย   ๓ เท่า</p>
<p style="text-align:center;">มีโปรตึนมากกว่านม         ๗ เท่า</p>
<p>นอกจากนั้นยังมีการวิเคราะห์คุณค่าทางอาหารของ ฝัก ใบสด และใบแห้งป่น ของมะรุม พบว่าโดยรวมแล้ว ใบสดและใบแห้งป่นนั้น มีคุณค่าสูงกว่าฝัก เฉพาะอย่างยิ่ง แคโลลี่ แคลเซี่ยม โปแตสเซี่ยม และไวตามิน บีและซี  ท่านจะดูรายละเอียดได้จากตารางข้างล่างนี้</p>
<p align="center"><span style="text-decoration:underline;">Analysis of Moringa pods, fresh (raw) leaves and dried leaf powder have shown them to</span></p>
<p style="text-align:center;"><span style="text-decoration:underline;">contain the following per 100 grams of edible portion:</span></p>
<p style="text-align:center;"><span style="text-decoration:underline;"> PODS</span> <span style="text-decoration:underline;">LEAF</span> <span style="text-decoration:underline;">LEAVES POWDER</span></p>
<h4 style="text-align:center;">_________ฝัก                     ใบ                        ใบแห้งบ่น</h4>
<p>Moisture (%)                                                          86.9                    75                           7.5</p>
<p>Calories                                                                   26                         92                         205</p>
<p>Protein (g)                                                               2.5                      6.7                        27.1</p>
<p>Fat (g)                                                                       0.1                       1.7                         2.3</p>
<p>Carbohydrate (g)                                                3.7                       13,4                      38.2</p>
<p>Fiber (g)                                                                 4.8                         0.9                      19.2</p>
<p>Minerals (g)                                                          2.0                        2.3                        &#8212;</p>
<p>Ca (mg)                                                                   30                        440                        2,003</p>
<p>Mg (mg)                                                                  24                         24                           368</p>
<p>P (mg)                                                                  110                         70                            204</p>
<p>K (mg)                                                                 259                       259                        1,324</p>
<p>Cu (mg)                                                                3.1                        1,1                           0.57</p>
<p>Fe (mg)                                                                5.3                        7                            28.2</p>
<p>S (mg)                                                                 137                      137                           870</p>
<p>Oxalic acid (mg)                                               10                        101                              1.6%</p>
<p>Vitamin A &#8211; B carotene (mg)                     0.11                       6.8                          16.3</p>
<p>Vitamin B -choline (mg)                             423                        423                             &#8212;-</p>
<p>Vitamin B1 -thiamin (mg)                          0.05                       0.21                         2.64</p>
<p>Vitamin B2 -riboflavin (mg)                     0.07                      0.05                        20.5</p>
<p>Vitamin B3 -nicotinic acid (mg)               0.2                        0.8                            8.2</p>
<p>Vitamin C -ascorbic acid (mg)                   1.20                    220                            17.3</p>
<p>Vitamin E -tocopherol acetate (mg)          &#8212;                        &#8212;                           113</p>
<p>Arginine (g/16g N)                                        3.6                        6.0                             1.33%</p>
<p>Histidine (g/16g N)                                       1.1                        2.1                            0.61%</p>
<p>Lysine (g/16g N)                                           1.5                        4.3                            1.32%</p>
<p>Tryptophan (g/16g N)                                0.8                        1.9                            0.43%</p>
<p>Phenylanaline (g/16g N)                            4.3                        6.4                            1.39 %</p>
<p>Methionine (g/16g N)                                  1.4                        2.0                            0.35%</p>
<p>Threonine (g/16g N)                                    3.9                        4.9                            1.19%</p>
<p>Leucine (g/16g N)                                         6.5                        9.3                             1.95%</p>
<p>Isoleucine (g/16g N)                                   4.4                        6.3                              0.83%</p>
<p>Valine (g/16g N)                                           5.4                        7.1                               1.06%</p>
<p>*From Moringa oleifera: Natural Nutrition for the Tropics by Lowell Fuglie</p>
<p><strong></strong></p>
<p>ที่ผมเอาคุณค่าทางอาหารของมะรุมมาแสดงนั้นเพื่อให้ท่านได้เห็นในสิ่งที่ไม่คาดมาก่อน และเห็นความวิเศษของมะรุม  ประชาชนในบางประเทศเอาใบมาปรุงอาหารให้เด็กเล็กๆเนื่องจากมีแคโลรี่ และโปรตีนสูง มีการเอาทั้งใบสดใบแห้งไปเลี้ยงสัตว์ ในประเทศไทยเราไม่ค่อยมีใครนิยมเอามะรุมไปเลี้ยงสัตว์เท่าไร และจะปลูกมะรุมไว้ตามหัวไร่ปลายนา ตามแนวรั้วเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีการปลูกเป็นเชิงพาณิชย์เลย</p>
<p>และยังมีผู้ทดลองเอาเมล็ดมะรุมแห้งไปหีบเอาน้ำมันและพบว่าน้ำมันมะรุมมีประโยชน์ต่อเราเป็นอย่างมาก น้ำมันมะรุมเป็นน้ำมันใส มีสีเหลืองออ่นมีกลิ่นคล้ายถั่ว ประกอบด้วยสารแอนตี้ออ็กซิไดซ์ในปริมาณสูง มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวในปริมาณสูงด้วย นอกจากนั้นยังมีกรดต่างๆที่มีประโยชน์ในปริมาณมากอีกคือ</p>
<p style="text-align:center;">Oleic Acids                                65.7%</p>
<p style="text-align:center;">Palmetic Acids                        9.3%</p>
<p style="text-align:center;">Stcaric Acids                           7.4%</p>
<p style="text-align:center;">Behenic Acids                         8.6%</p>
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;"><img class="size-full wp-image-679 aligncenter" title="slide-in-scrap-2" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/03/slide-in-scrap-2.jpg?w=500&#038;h=375" alt="slide-in-scrap-2" width="500" height="375" /></p>
<p style="text-align:center;">รูปแสดงการปลูกต้นมะรุมเพื่อเก็บใบ</p>
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-701" title="slide-in-scrap-3" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/03/slide-in-scrap-3.jpg?w=500&#038;h=375" alt="slide-in-scrap-3" width="500" height="375" /></p>
<p style="text-align:center;">รูปแสดงการปลูกต้นกล้าของมะรุมในแปลง</p>
<p style="text-align:center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-702" title="slide-in-scrap-4" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/03/slide-in-scrap-4.jpg?w=500&#038;h=375" alt="slide-in-scrap-4" width="500" height="375" /></p>
<p style="text-align:center;">การเพาะชำทั้งแบบจากกิ่งและแบบจากเมล็ด</p>
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">เรื่องนี้มันทำท่าว่าจะยาวหลายตอนจบ ผมคงขออนุญาตโพสต์เป็นส่วนๆไปเพื่อจะได้เอาไปลงมือทำกันพลางๆก่อน</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/travelandgetrich.wordpress.com/672/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/travelandgetrich.wordpress.com/672/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/travelandgetrich.wordpress.com/672/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/travelandgetrich.wordpress.com/672/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/travelandgetrich.wordpress.com/672/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/travelandgetrich.wordpress.com/672/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/travelandgetrich.wordpress.com/672/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/travelandgetrich.wordpress.com/672/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/travelandgetrich.wordpress.com/672/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/travelandgetrich.wordpress.com/672/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=672&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/03/18/%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c-%e0%b8%9e%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/1daf7e1558294ff6eca013c3a40f8cc6?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">พาไปเที่ยว--พาไปรวย</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/03/e0b895e0b989e0b899e0b8a1e0b8b0e0b8a3e0b8b8e0b8a1.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">e0b895e0b989e0b899e0b8a1e0b8b0e0b8a3e0b8b8e0b8a1</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/03/slide-in-scrap-2.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">slide-in-scrap-2</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/03/slide-in-scrap-3.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">slide-in-scrap-3</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/03/slide-in-scrap-4.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">slide-in-scrap-4</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>อาชีพขัดตาทัพ</title>
		<link>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/02/06/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%9e/</link>
		<comments>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/02/06/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%9e/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 06 Feb 2009 17:20:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>travelandgetrich</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างไฟฟ้า ช่างประปา ข่างซ่อมมอเตอร์ไซค์]]></category>
		<category><![CDATA[ติวเต่อร์ ครู]]></category>
		<category><![CDATA[ติวเต่อร์]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีบริการมอเตอร์ไซค์]]></category>
		<category><![CDATA[สารพัดช่าง]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพใหม่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://travelandgetrich.wordpress.com/?p=652</guid>
		<description><![CDATA[ประเทศไทยกำลังเจอมรสุมเศรษฐกิจอย่างหนัก คนงานถูกปลดจำนวนมาก คาดว่าในราวห้าแสนคน ณ ต้นปี 2552 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นล้านคนในช่วงท้ายๆของปี ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากเศรฐกิจโลกที่กำลังวุ่นวาย อันสืบเนื่องมาจากประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นต้นเหตุ นักเศรษฐศาสตร์ นักการเมือง นักธุรกิจ กำลังโวยวายให้รัฐบาลเร่งรีบแก้ไข ให้รัฐบาลสร้างงาน หางานให้ทำ ต่างๆนาๆ แต่ผมกำลังมองอีกมุมหนึ่ง การที่เราขอให้รัฐบาลช่วยนั้นเป็นเรื่องที่ควรทำ แต่ไม่ควรฝากความหวังไว้กับภาครัฐทั้งหมด ไม่ควรนอนรองอมืองอเท้ารอแต่รัฐบาลช่วยลูกเดียว ผู้ใหญ่สมัยก่อนได้สอนลูกหลานไว้ว่า &#8220;ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน&#8221; &#8220;เราต้องยืนอยู่บนขาของเรา&#8221; ดังนั้นเราต้องดิ้นรนหาทางช่วยตัวเองก่อน หาทางบรรเทาปัญหา หาทางประกอบอาชีพอะไรก็ได้เท่าที่จะทำได้ ไม่ใช่ว่าจะรอทำงานในบริษัท ในโรงงานเท่านั้น
ลองดูว่าเรามีความสามารถอะไรบ้าง เอาความรู้ความสามารถนั้นมาประกอบอาชีพพอให้มีรายได้เล็กๆน้อยๆได้ไม๊? หาความรู้ในการทำมาหากินเพิ่มเติมได้ไม๊? บ้านเรานั้นในน้ำยังพอมีปลา ในนายังพอปลูกข้าวได้ดีในบางพื้นที่ ใครที่บ้านอยู่ต่างจังหวัดกลับไปอยู่บ้านก่อน หาปลา หาผัก ตามหัวไร่ปลายนา กินกันไปก่อน ส่วนใครมีความสามารถพิเศษอะไรอยู่ ก็ลองนำมาพิจารณาดูว่าพอจะทำอะไรกินได้บ้าง ผมอยู่ว่างๆก็เลยช่วยท่านคิด เพราะเห็นใจว่าท่านอาจจะกำลังหน้ามืดเพราะตกงาน อาจจะคิดไม่ออก อาชีพต่อไปนี้เป็นอาชีพที่อาจจะไม่ทำให้ร่ำรวยหรือมีความยั่งยืน แต่พอขัดตาทัพก่อให้เกิดรายได้ไปก่อนจนกว่าเศรฐกิจจะดีขึ้น กลับมาทำงานทำการได้ใหม่

อาชีพที่หนึ่ง อาชีพสารพัดช่าง
ท่านที่ถูกปลดออกจากงานหรือนักศึกษาที่เพิ่งจบการศึกษา และมีความรู้ทางด้านช่าง สามารถเดินไฟฟ้า ซ่อมไฟฟ้า ประปา ซ่อมแอร์ได้ ท่านอาจจะทำงานเป็นช่างซ่อม ช่างติดตั้งไปพลางๆก่อน วิธีการหางานคือ ให้ท่านไปติดต่อกับร้านขายอุปกรณ์/วัสดุก่อสร้าง [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=652&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>ประเทศไทยกำลังเจอมรสุมเศรษฐกิจอย่างหนัก คนงานถูกปลดจำนวนมาก คาดว่าในราวห้าแสนคน ณ ต้นปี 2552 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นล้านคนในช่วงท้ายๆของปี ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากเศรฐกิจโลกที่กำลังวุ่นวาย อันสืบเนื่องมาจากประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นต้นเหตุ นักเศรษฐศาสตร์ นักการเมือง นักธุรกิจ กำลังโวยวายให้รัฐบาลเร่งรีบแก้ไข ให้รัฐบาลสร้างงาน หางานให้ทำ ต่างๆนาๆ แต่ผมกำลังมองอีกมุมหนึ่ง การที่เราขอให้รัฐบาลช่วยนั้นเป็นเรื่องที่ควรทำ แต่ไม่ควรฝากความหวังไว้กับภาครัฐทั้งหมด ไม่ควรนอนรองอมืองอเท้ารอแต่รัฐบาลช่วยลูกเดียว ผู้ใหญ่สมัยก่อนได้สอนลูกหลานไว้ว่า &#8220;ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน&#8221; &#8220;เราต้องยืนอยู่บนขาของเรา&#8221; ดังนั้นเราต้องดิ้นรนหาทางช่วยตัวเองก่อน หาทางบรรเทาปัญหา หาทางประกอบอาชีพอะไรก็ได้เท่าที่จะทำได้ ไม่ใช่ว่าจะรอทำงานในบริษัท ในโรงงานเท่านั้น</p>
<p>ลองดูว่าเรามีความสามารถอะไรบ้าง เอาความรู้ความสามารถนั้นมาประกอบอาชีพพอให้มีรายได้เล็กๆน้อยๆได้ไม๊? หาความรู้ในการทำมาหากินเพิ่มเติมได้ไม๊? บ้านเรานั้นในน้ำยังพอมีปลา ในนายังพอปลูกข้าวได้ดีในบางพื้นที่ ใครที่บ้านอยู่ต่างจังหวัดกลับไปอยู่บ้านก่อน หาปลา หาผัก ตามหัวไร่ปลายนา กินกันไปก่อน ส่วนใครมีความสามารถพิเศษอะไรอยู่ ก็ลองนำมาพิจารณาดูว่าพอจะทำอะไรกินได้บ้าง ผมอยู่ว่างๆก็เลยช่วยท่านคิด เพราะเห็นใจว่าท่านอาจจะกำลังหน้ามืดเพราะตกงาน อาจจะคิดไม่ออก อาชีพต่อไปนี้เป็นอาชีพที่อาจจะไม่ทำให้ร่ำรวยหรือมีความยั่งยืน แต่พอขัดตาทัพก่อให้เกิดรายได้ไปก่อนจนกว่าเศรฐกิจจะดีขึ้น กลับมาทำงานทำการได้ใหม่</p>
<p><span id="more-652"></span></p>
<p>อาชีพที่หนึ่ง อาชีพสารพัดช่าง</p>
<p>ท่านที่ถูกปลดออกจากงานหรือนักศึกษาที่เพิ่งจบการศึกษา และมีความรู้ทางด้านช่าง สามารถเดินไฟฟ้า ซ่อมไฟฟ้า ประปา ซ่อมแอร์ได้ ท่านอาจจะทำงานเป็นช่างซ่อม ช่างติดตั้งไปพลางๆก่อน วิธีการหางานคือ ให้ท่านไปติดต่อกับร้านขายอุปกรณ์/วัสดุก่อสร้าง ร้านขายปั๊มน้ำ ร้านขายเตรื่องปรับอากาศ ที่อยู่แถวๆบ้านท่าน บอกเจ้าของร้านให้ทราบว่าท่านมีความสามารถอะไรบ้าง ให้เบอร์ติดต่อไว้ เพราะเวลาชาวบ้านมีความต้องการช่างมาติดตั้งหรือซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องไฟฟ้าในบ้านมักจะไปถามหาช่างจากร้านพวกนี้ หรือบางที่ไปซื้ออุปกรณ์ที่ร้านพวกนี้และต้องการช่างติดตั้ง ที่ร้านก็จะตามช่างที่มาแจ้งไว้นั้นแหละ นี่คืออาชีพที่จะมีงานทำไม่ว่าโรงงานจะปิดหรือเศรษฐกิจจะเลวแค่ไหน เพราะของใช้ที่บ้านมันต้องเสีย ประปามันต้องแตก</p>
<p>อาชีพที่สอง สถานีบริการรถมอเตอร์ไซค์</p>
<p>ท่านที่ไม่ถนัดในการทำอาชีพข้างต้น แต่มีความถนัดในการซ่อมเครื่องยนตร์ ผมก็มีอีกอาชีพมาแนะนำ อาชีพนี้ไม่ต้องลงทุนมาก ท่านอาจจะดำเนินการได้ดังนี้</p>
<p>๑)     ขอให้ท่านหาสถานที่ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับหมู่บ้านจัดสรร มหาวิทยาลัย วิทยาลัย โรงเรียน ขนาดไม่ต้องใหญ่นัก หน้ากว้างประมาณ ๔-๖ เมตรเป็นอย่างน้อย ลึกประมาณ ๔-๕ เมตรก็พอ ถ้าเป็นที่โล่งก็ให้ทำหลังคาพอคุ้มแดดคุ้มฝน</p>
<p>๒)     ถ้าพื้นเป็นดิน ก็ให้เทปูนให้ทั่ว</p>
<p>๓)     ทำแท่นสำหรับให้รถมอเตอร์ไซค์แล่นขึ้นไปจอดตามรูปที่แนบมาด้วยข้างล่างนี้ อาจจะทำด้วยไม้ เหล็ก หรือก่ออิฐ ก็ได้ แล้วแต่ความถนัดและทุนทรัพย์ ท่านอาจจะชวนเพื่อนพ้องมาช่วยสักคนสองคน แท่นนี้จะช่วยให้สะดวกเวลาคนเอารถมอเตอร์ไซค์มาซ่อม ท่านก็เอาขึ้นมาจอด</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-207" title="e0b8a5e0b989e0b8b2e0b887e0b8a3e0b896e0b991" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/04/e0b8a5e0b989e0b8b2e0b887e0b8a3e0b896e0b991.jpg?w=422&#038;h=336" alt="e0b8a5e0b989e0b8b2e0b887e0b8a3e0b896e0b991" width="422" height="336" /></p>
<p>๔)      เขียนป้ายประกาศหน้าร้านว่าท่าน รับล้างอัดฉีด เปลี่ยนหัวเทียน ถ่ายน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนยาง เปลี่ยนโช๊ค  และแจกใบปลิวไปให้ทั่วตามหมู่บ้าน มหาวิทยาลัย โรงเรียน ฯลฯ</p>
<p>อาชีพนี้ขอให้ท่านนึกถึงว่า สถานีบริการรถยนตร์เค้ามีบริการอะไรบ้าง ท่านก็ให้มีบริการ ตามนั้น สมัยก่อนนั้นผู้ชายเท่านั้นที่จะขี่มอเตอร์ไซค์ ผู้ชายส่วนใหญ่มักจะมีความสามารถทางด้านช่างอยู่แล้ว การล้างรถ ซ่อมเล็กซ่อมน้อยมักจะทำได้ด้วยตนเอง ก็เลยไม่เกิดสถานีบริการรถมอเตอร์ไซค์ แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไป ผู้หญิงก็ขี่รถมอเตอร์ไซค์มากขึ้น โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ตามโรงเรียน หมู่บ้านมหาวิทยาลัย  ฯลฯ จะมีผู้หญิงขี่รถมอเตอร์ไซค์มากมาย และดูแลรถไม่เป็น นี่แหละครับช่องทางที่ท่านจะทำมาหากินได้ ใครมีหัวจะรับตกแต่งรถ ขายอุปกรณ์เสริมอะไรอีกก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด ที่สำคัญอย่าไปลงทุนมากในตอนแรก ค่อยๆขยายไปตามปริมาณลูกค้าที่เพิ่มขึ้น วิธีการนี้จะทำให้ท่านไม่เจ็บตัวมาก หากท่านหาทำเลไม่เหมาะ หรือกิจการไม่ดีเท่าที่ควร ท่านจะได้ไม่เจ็บตัวมาก และอย่าลืมว่านี่เป็นอาชีพขัดตาทัพ ลงทุนน้อยให้คืนทุนไว เวลาเศรษฐกิจดีขึ้นท่านจะได้กลับไปทำงานประจำต่อ</p>
<p>อาชีพที่สาม ติวเต่อร์</p>
<p>สองอาชีพแรกนั้นเป็นอาชีพของผู้ชายโดยเฉพาะ อาชีพที่สามนั้นจะเหมาะกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย แต่ผู้ชายจะทำก็ไม่ขัดข้อง อาชีพนี้จะเหมาะกับนักศึกษาที่เพิ่งจบใหม่ๆแต่ยังหางานทำไม่ได้ ระหว่างที่หางาน หรือรองานอยู่ก็ไม่ควรจะอยู่นิ่งเฉยๆ วิชาการที่ร่ำเรียนมาก็ยังสดๆซิงๆอยู่ ไม่ควรจะปล่อยไว้เฉยๆเดี๋ยวจะลืมหมด ผมแนะนำให้ทำงานสอนหนังสือไปพลางๆก่อน</p>
<p>๑)     ลูกค้ากลุ่มที่หนึ่งคือเด็กนักเรียนมัธยมตั้งแต่ป๑ จนถึงป๖ ในกรุงเทพและปริมณฑล นักเรียนกลุ่มนี้พ่อแม่ ผู้ปกครองต้องการนักเรียนนักศึกษามาสอนการบ้านให้ลูกๆหลานๆที่โรงเรียนในช่วงตอนเย็นหลังเลิกเรียนแล้ว ระหว่างที่รอพ่อแม่ ผู้ปกครองมารับกลับบ้าน แทนที่จะให้วิ่งเล่นเปล่าๆ  พอพ่อแม่มารับที่โรงเรียนการบ้านก็มักจะเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อขับรถฝ่าการจราจรที่ติดขัดของกรุงเทพกลับถึงบ้านลูกๆก็จะได้อาบน้ำอาบท่า กินข้าว และพักผ่อนได้เลย ในช่วงเวลาใก้ลๆสอบของนักเรียน ติวเต่อร์ก็จะทำหน้าที่ดูแลให้เด็กๆท่องหนังสือ อ่านหนังสือ สอนในส่วนที่ไม่เข้าใจ และทบทวนความพร้อม</p>
<p>วิธีการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มนี้ ท่านอาจจะกลับไปที่โรงเรียนมัธยมเก่าที่ท่านเคยศึกษาอยู่ ไปหาครูๆที่เคยสอนท่านมา และขอให้ท่านช่วยแนะนำนักเรียนเหล่านี้ให้</p>
<p>๒)     ลูกค้ากลุ่มที่สอง มักจะเป็นนักเรียนที่โตขึ้นมากว่ากลุ่มที่หนึ่ง กลุ่มนี้มักจะให้มาสอนที่บ้านในวันหยุด โดยต้องการให้สอนบางวิชาที่ตนอ่อนอยู่ เช่นวิชาภาษาอังกฤษ วิชาคำนวน เป็นต้น ซึ่งการสอนก็อาจจะเป็นสามชั่วโมงต่อครั้ง</p>
<p>วิธีการหาลูกค้าประเภทนี้ท่านอาจจะใช้วิธีแบบกลุ่มที่หนึ่งบวกกับการประกาศโฆษณาบริการของท่านพร้อมความสามารถไปตามโรงเรียนต่างๆ และใช้การบอกกันต่อๆแบบปากต่อปาก</p>
<p>๓)     ลูกค้ากลุ่มที่สาม จะเป็นนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย ที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มเล็กๆและต้องการหาติวเต่อร์มาช่วยติวในบางวิชาก่อนสอบ</p>
<p>วิธีการหาลูกค้ากลุ่มนี้ ท่านอาจจะใช้การประกาศโฆษณาบริการของท่านพร้อมความ สามารถไปตามคณะต่างๆที่ท่านรู้จักบวกกับกานบอกแบบปากต่อปาก</p>
<p>อาชีพที่สามนี้คงจะพอช่วยให้ท่านมีรายได้บ้างไปพลางๆในระหว่างที่รองานหรือรอให้เศรษฐกิจฟื้นตัวนี้</p>
<p>จะได้ไม่ต้องแบมือขอเงินจากทางบ้านมาใช้ มันอาจจะไม่มากมายนักแต่ก็ดีกว่าอยู่เปล่าๆละครับ ผมบอกแล้วตั้งแต่ต้นว่านี่คือ อาชีพขัดตาทัพ</p>
<p>(วันนี้ขอแนะนำสามอาชีพก่อน วันหลังจะมาต่อครับ)</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/travelandgetrich.wordpress.com/652/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/travelandgetrich.wordpress.com/652/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/travelandgetrich.wordpress.com/652/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/travelandgetrich.wordpress.com/652/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/travelandgetrich.wordpress.com/652/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/travelandgetrich.wordpress.com/652/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/travelandgetrich.wordpress.com/652/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/travelandgetrich.wordpress.com/652/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/travelandgetrich.wordpress.com/652/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/travelandgetrich.wordpress.com/652/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=652&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/02/06/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%9e/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/1daf7e1558294ff6eca013c3a40f8cc6?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">พาไปเที่ยว--พาไปรวย</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/04/e0b8a5e0b989e0b8b2e0b887e0b8a3e0b896e0b991.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">e0b8a5e0b989e0b8b2e0b887e0b8a3e0b896e0b991</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เครื่องปั่นไฟฟ้าพลังว่าว</title>
		<link>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/01/08/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/01/08/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 08 Jan 2009 09:01:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>travelandgetrich</dc:creator>
				<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Kite]]></category>
		<category><![CDATA[กังหันลม,]]></category>
		<category><![CDATA[ทุเรียน,]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังลม]]></category>
		<category><![CDATA[พลังว่าวม]]></category>
		<category><![CDATA[พาราไกลเด่อร์]]></category>
		<category><![CDATA[ว่าว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://travelandgetrich.wordpress.com/?p=623</guid>
		<description><![CDATA[จากการที่มีผู้สนใจในเรื่องพลังงานทดแทนกันมาก โดยเฉพาะในเรื่องพลังงานจากลม ที่ดูจากการที่มีผู้เข้ามาเยี่ยมชมเครื่องวัดแรงลมแบบลูกทุ่งของผมที่ได้นำเสนอไปเมื่อสามสี่เดือนก่อนมากกว่า ๕๘๐ ครั้ง เรื่องกังหันลมราคาถูกอีกเกือบ ๕๐๐ ครั้ง จากการเยี่ยมชมบล็อกทั้งหมดกว่า ๑๐,๐๐๐ ครั้งในช่วงระยะเวลาประมาณ ๑๐ เดือนที่ผมทำบล็อกมา ผมก็เลยพยายามค้นคว้าเรื่องพลังงานจากลมมาฝากท่านอีกเพื่อสนองความสนใจของท่านทั้งหลาย
หลังจากที่อ่านข่าวคราวเกี่ยวกับพลังงานลมทั้งของไทยและของเทศหลายอันก็เกิดความคิดแก้ไขปัญหาเรื่องแรงลมในประเทศของเรามันไม่ค่อยจะแรงมาก โดยต้องแก้ในประเด็นต่างๆให้ได้ดังนี้ คือ
1.               สร้างอุปกรณ์เก็บเกี่ยวพลังงานลมจากระดับที่สูงขึ้นไปอย่างที่เรียกว่าลมบน โดยใช้เงินลงทุนน้อยที่สุด ทนแทนการสร้างหอคอยที่ต้องใช้เงินลงทุนเป็นแสนๆ
2.               ทำพื้นที่รับแรงลมให้ใหญ่ขึ้นมากเท่าที่จะทำได้ โดยน้ำหนักต้องเบาและไม่ต้องลงทุนมาก
3.               เสียค่าบำรุงรักษาน้อยและดูแลได้ด้วยตนเอง

จากประเด็นข้อหนึ่ง ผมได้ไปเจอความคิดของนักประดิษฐ์ต่างชาติที่ใช้ว่าวชักขึ้นไปสูงๆมาปั่นเครื่องกำเหนิดไฟฟ้า แต่ก็ไม่ได้ให้รายละเอียดอะไรมากนัก สงสัยกลัวจะถูกลอกเรียนแบบ ผมก็ลองมานั่งคิดออกแบบหาเทคนิคใหม่ๆมาประยุกต์ว่าพลังจากว่าวจะเอาไปปั่นไฟฟ้าได้อย่างไร ก็พอดีไปเจอแนวคิดของอาจารย์คนไทยในมหาวิทยาลัยท่านหนึ่งที่หาทางแก้ปัญหาการผลิตไฟฟ้าจากกังหันลม ที่แต่เดิมต้องอัดเข้าไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่เพื่อเก็บไว้ใช้เมื่อเวลาที่ไม่มีลมพัดหรือเวลาที่ลมอ่อน ทำให้มีค่าใช้จ่ายในเรื่องการลงทุนซื้อแบตเตอรี่สูงและมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาแบตเตอรี่สูงด้วย วิธีของท่านก็คือแทนที่จะเอากังหันลมมาปั่นครื่องปั่นไฟโดยตรง ท่านเอาพลังจากกังหันลมไปปั่นเครื่องปั๊มลมอย่างที่ท่านเห็นกันอยู่ตามสถานีบริการเติมน้ำมัน และอัดลมนี้เข้าไปเก็บไว้ในถังขนาดใหญ่ แล้วเอาแรงลมที่เก็บไว้และมีแรงอัดสูงมาหมุนเครื่องปั่นไฟอีกทีหนึ่ง วิธีการนี้ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่มาเก็บไฟฟ้าไว้ใช้เวลาลมอ่อน แต่ใช้ถังขนาดใหญ่มาเก็บแรงอัดของลมไว้แทน ทำให้ต้นทุนของระบบต่ำกว่าการใช้แบตเตอรี่รวมทั้งแทบจะไม่ต้องมีค่าบำรุงรักษาเลย
ผมก็เลยนำความคิดสองเรื่องนี้มาผนวกกับเครื่องวัดแรงลมด้วยว่าวของผม เกิดเป็นเครื่องปั่นไฟฟ้าพลังว่าวดังนี้
เครื่องที่ว่านี้จะประกอบด้วยว่าวขนาดใหญ่ที่สามารถมีขนาดใหญ่ได้ถีง๒๖ตารางเมตรหรือประมาณ ๒๓๕ ตารางฟุต ว่าวที่ว่านี้ไม่ใช่ว่าวอีลุ้ม หรือว่าวจุฬาอย่างที่เรานิยมเล่นกัน แต่เป็นว่าวแบบคล้ายๆล่มดิ่งพระสุธา หรือล่มแบบที่เรียกว่า &#8220;พาราไกรเด่อร์&#8221; ( Para-glider ) ตามรูปที่แนบ

จากนั้นก็นำว่าวมาผูกกับเครื่องอัดอากาศที่เป็นลูกสูบนอนแบบชัก โดยใช้แรงลมที่ปะทะกับตัวว่าวเป็นตัวดึงลูกสูบให้อัดอากาศเข้าไปเก็บไว้ในถังขนาดใหญ่ เมื่อลูกสูบถูกดึงให้เคลื่อนที่ไปจนสุดก็จะดันสวิช ส่งสัญญาณไปยังวาวล์เปิดอากาศแรงอัดสูงดันก้านกระทุ้งให้ยืดออกดันเชือกที่ผูกกับว่าวเพื่อเปลี่ยนมุมดึงของว่าวทำให้เกิดแรงดึงลูกสูบให้ถอยกลับซึ่งก็จะอัดอากาศเข้าสู่ถังเก็บเช่นเดียวกัน และเมื่อลูกสูบถอยกลับจนสุดก็จะดันสวิชที่ติดตั้งไว้ตอนท้ายของกระบอกสูบให้เปิดวาวล์ปล่อยอากาศแรงดันสูงออกจากก้านกระทุ้ง ทำให้ก้านกระทุ้งถอยกลับ ปล่อยให้สายเชือกที่ผูกติดกับว่าวลากลูกสูบเดินหน้าอัดอากาศต่อไป การทำงานก็จะหมุนเวียนไปเช่นนี้ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=623&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>จากการที่มีผู้สนใจในเรื่องพลังงานทดแทนกันมาก โดยเฉพาะในเรื่องพลังงานจากลม ที่ดูจากการที่มีผู้เข้ามาเยี่ยมชมเครื่องวัดแรงลมแบบลูกทุ่งของผมที่ได้นำเสนอไปเมื่อสามสี่เดือนก่อนมากกว่า ๕๘๐ ครั้ง เรื่องกังหันลมราคาถูกอีกเกือบ ๕๐๐ ครั้ง จากการเยี่ยมชมบล็อกทั้งหมดกว่า ๑๐,๐๐๐ ครั้งในช่วงระยะเวลาประมาณ ๑๐ เดือนที่ผมทำบล็อกมา ผมก็เลยพยายามค้นคว้าเรื่องพลังงานจากลมมาฝากท่านอีกเพื่อสนองความสนใจของท่านทั้งหลาย</p>
<p>หลังจากที่อ่านข่าวคราวเกี่ยวกับพลังงานลมทั้งของไทยและของเทศหลายอันก็เกิดความคิดแก้ไขปัญหาเรื่องแรงลมในประเทศของเรามันไม่ค่อยจะแรงมาก โดยต้องแก้ในประเด็นต่างๆให้ได้ดังนี้ คือ</p>
<p>1.               สร้างอุปกรณ์เก็บเกี่ยวพลังงานลมจากระดับที่สูงขึ้นไปอย่างที่เรียกว่าลมบน โดยใช้เงินลงทุนน้อยที่สุด ทนแทนการสร้างหอคอยที่ต้องใช้เงินลงทุนเป็นแสนๆ</p>
<p>2.               ทำพื้นที่รับแรงลมให้ใหญ่ขึ้นมากเท่าที่จะทำได้ โดยน้ำหนักต้องเบาและไม่ต้องลงทุนมาก</p>
<p>3.               เสียค่าบำรุงรักษาน้อยและดูแลได้ด้วยตนเอง</p>
<p><span id="more-623"></span></p>
<p>จากประเด็นข้อหนึ่ง ผมได้ไปเจอความคิดของนักประดิษฐ์ต่างชาติที่ใช้ว่าวชักขึ้นไปสูงๆมาปั่นเครื่องกำเหนิดไฟฟ้า แต่ก็ไม่ได้ให้รายละเอียดอะไรมากนัก สงสัยกลัวจะถูกลอกเรียนแบบ ผมก็ลองมานั่งคิดออกแบบหาเทคนิคใหม่ๆมาประยุกต์ว่าพลังจากว่าวจะเอาไปปั่นไฟฟ้าได้อย่างไร ก็พอดีไปเจอแนวคิดของอาจารย์คนไทยในมหาวิทยาลัยท่านหนึ่งที่หาทางแก้ปัญหาการผลิตไฟฟ้าจากกังหันลม ที่แต่เดิมต้องอัดเข้าไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่เพื่อเก็บไว้ใช้เมื่อเวลาที่ไม่มีลมพัดหรือเวลาที่ลมอ่อน ทำให้มีค่าใช้จ่ายในเรื่องการลงทุนซื้อแบตเตอรี่สูงและมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาแบตเตอรี่สูงด้วย วิธีของท่านก็คือแทนที่จะเอากังหันลมมาปั่นครื่องปั่นไฟโดยตรง ท่านเอาพลังจากกังหันลมไปปั่นเครื่องปั๊มลมอย่างที่ท่านเห็นกันอยู่ตามสถานีบริการเติมน้ำมัน และอัดลมนี้เข้าไปเก็บไว้ในถังขนาดใหญ่ แล้วเอาแรงลมที่เก็บไว้และมีแรงอัดสูงมาหมุนเครื่องปั่นไฟอีกทีหนึ่ง วิธีการนี้ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่มาเก็บไฟฟ้าไว้ใช้เวลาลมอ่อน แต่ใช้ถังขนาดใหญ่มาเก็บแรงอัดของลมไว้แทน ทำให้ต้นทุนของระบบต่ำกว่าการใช้แบตเตอรี่รวมทั้งแทบจะไม่ต้องมีค่าบำรุงรักษาเลย</p>
<p>ผมก็เลยนำความคิดสองเรื่องนี้มาผนวกกับเครื่องวัดแรงลมด้วยว่าวของผม เกิดเป็นเครื่องปั่นไฟฟ้าพลังว่าวดังนี้</p>
<p>เครื่องที่ว่านี้จะประกอบด้วยว่าวขนาดใหญ่ที่สามารถมีขนาดใหญ่ได้ถีง๒๖ตารางเมตรหรือประมาณ ๒๓๕ ตารางฟุต ว่าวที่ว่านี้ไม่ใช่ว่าวอีลุ้ม หรือว่าวจุฬาอย่างที่เรานิยมเล่นกัน แต่เป็นว่าวแบบคล้ายๆล่มดิ่งพระสุธา หรือล่มแบบที่เรียกว่า &#8220;พาราไกรเด่อร์&#8221; ( Para-glider ) ตามรูปที่แนบ<img class="aligncenter size-full wp-image-630" title="swing_arcus" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/01/swing_arcus.jpg?w=500&#038;h=375" alt="swing_arcus" width="500" height="375" /></p>
<p align="center">
<p>จากนั้นก็นำว่าวมาผูกกับเครื่องอัดอากาศที่เป็นลูกสูบนอนแบบชัก โดยใช้แรงลมที่ปะทะกับตัวว่าวเป็นตัวดึงลูกสูบให้อัดอากาศเข้าไปเก็บไว้ในถังขนาดใหญ่ เมื่อลูกสูบถูกดึงให้เคลื่อนที่ไปจนสุดก็จะดันสวิช ส่งสัญญาณไปยังวาวล์เปิดอากาศแรงอัดสูงดันก้านกระทุ้งให้ยืดออกดันเชือกที่ผูกกับว่าวเพื่อเปลี่ยนมุมดึงของว่าวทำให้เกิดแรงดึงลูกสูบให้ถอยกลับซึ่งก็จะอัดอากาศเข้าสู่ถังเก็บเช่นเดียวกัน และเมื่อลูกสูบถอยกลับจนสุดก็จะดันสวิชที่ติดตั้งไว้ตอนท้ายของกระบอกสูบให้เปิดวาวล์ปล่อยอากาศแรงดันสูงออกจากก้านกระทุ้ง ทำให้ก้านกระทุ้งถอยกลับ ปล่อยให้สายเชือกที่ผูกติดกับว่าวลากลูกสูบเดินหน้าอัดอากาศต่อไป การทำงานก็จะหมุนเวียนไปเช่นนี้ (โปรดดูรูปประกอบ)</p>
<p align="center"><img class="aligncenter size-medium wp-image-632" title="piston11" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/01/piston11.jpg?w=300&#038;h=225" alt="piston11" width="300" height="225" /></p>
<h3>รูปแสดงลูกสูบที่ถูกดึงไปทางดัานขวามือ</h3>
<p align="center">
<p align="center">
<p align="center">
<p align="center"><img class="aligncenter size-full wp-image-633" title="piston2" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/01/piston2.jpg?w=500&#038;h=375" alt="piston2" width="500" height="375" /></p>
<h3>รูปแสดงลูกสูบที่ถูกดึงกลับไปทางดัานซ้ายมือ</h3>
<p align="center">
<p align="center">
<p align="center">
<p align="center"><img class="aligncenter size-full wp-image-641" title="piston3" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/01/piston3.jpg?w=500&#038;h=372" alt="piston3" width="500" height="372" /></p>
<h3>รูปแสดงลูกสูบที่ถูกดึงกลับไปกลับมา</h3>
<h3></h3>
<p align="center">
<p align="center">
<p align="center"><img class="aligncenter size-full wp-image-639" title="piston4" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/01/piston4.jpg?w=500&#038;h=375" alt="piston4" width="500" height="375" /></p>
<p align="center">
<p align="center">
<p align="center">
<p align="center">
<p>แรงลมในระดับสูงจะมีแรงดึงไม่ต่ำกว่า ๕ ปอนด์ต่อตารางฟุต ว่าวที่มีขนาด ๒๓๕ ตารางฟุตจะเกิดแรงดึงที่ปลายเชือกประมาณ ๑๑๗๕ ปอนด์ หรือประมาณ ๕๐๐ กิโลกรัม วิธีการนี้จะแก้ปัญหาแรงลมออ่นในระดับผิวดิน โดยไม่ต้องสร้างหอคอยสูงที่มีค่าก่อสร้างแพง จากการประเมินต้นทุนค่าอุปกรณ์ทั้งหมดจะอยู่ในราว ๑๕๐,๐๐๐ &#8211; ๒๐๐,๐๐๐ บาท อันประกอบด้วย</p>
<p>1.               ว่าวตามรูปขนาด ๒๖ ตารางฟุต ราคาประมาณ    ๗๐,๐๐๐ &#8211; ๘๐,๐๐๐  บาท</p>
<p>2.               ค่าผลิตเครื่องอัดอากาศประมาณ                      ๕๐,๐๐๐ &#8211; ๙๐,๐๐๐   บาท</p>
<p>3.               ถังเก็บอากาศแรงอัดสูงราคาประมาณ                ๓๐,๐๐๐                 บาท/ถัง</p>
<p>ส่วนค่ามอเตอร์ลมและเครื่องเย็นเนอเรเต่อร์ผลิตกระแสรไฟฟ้าผมยังไม่มีราคาในขณะนี้ เมื่อได</p>
<p>ราคาแล้วผมจะมาเพิ่มเติมให้ ก่อนจะจบเรื่องนี้ต้องขอบอกก่อนว่า ทั้งหมดนี้เป็นแนวคิดการออกแบบเท่านั้น ยังไม่ได้มีการสร้างจริง เมื่อท่านที่อ่านแล้วสนใจจะไปทดลองสร้าง ผมจะยินดีมาก เพราะผมแก่แล้วมันหมดเวลาและแรงที่จะมาทำการทดลองสร้างของพวกนี้แล้ว ได้แต่หวังให้ท่านผู้สนใจนำไปทดลองต่อไป</p>
<p>ขอย้ำอีกทีว่าอย่านอนใจกับราคาน้ำมันที่กำลังลดราคาอยู่ขณะนี้ มันจะกลับขึ้นมาใหม่ภายในปีหน้านี้ และมีผู้คาดว่ามันจะสูงเกินกว่าบาร์เลลละ US$ 60 ถ้าเราไม่เตรียมตัวเสียแต่ตอนนี้ ถึงเวลานั้นมันอาจจะสายเกินไป</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/travelandgetrich.wordpress.com/623/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/travelandgetrich.wordpress.com/623/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/travelandgetrich.wordpress.com/623/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/travelandgetrich.wordpress.com/623/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/travelandgetrich.wordpress.com/623/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/travelandgetrich.wordpress.com/623/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/travelandgetrich.wordpress.com/623/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/travelandgetrich.wordpress.com/623/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/travelandgetrich.wordpress.com/623/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/travelandgetrich.wordpress.com/623/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=623&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/01/08/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/1daf7e1558294ff6eca013c3a40f8cc6?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">พาไปเที่ยว--พาไปรวย</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/01/swing_arcus.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">swing_arcus</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/01/piston11.jpg?w=300" medium="image">
			<media:title type="html">piston11</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/01/piston2.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">piston2</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/01/piston3.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">piston3</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/01/piston4.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">piston4</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ทางรอคของโรงแรมในประเทศไทย</title>
		<link>http://travelandgetrich.wordpress.com/2008/12/04/%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97/</link>
		<comments>http://travelandgetrich.wordpress.com/2008/12/04/%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 04 Dec 2008 16:51:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>travelandgetrich</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Cost Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Hotel]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว,บาหลี,ช่]]></category>
		<category><![CDATA[แนวทางทำธุระกิจ,]]></category>
		<category><![CDATA[Add new tag]]></category>
		<category><![CDATA[ลดต้นทุน]]></category>
		<category><![CDATA[เวียตนาม]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://travelandgetrich.wordpress.com/?p=613</guid>
		<description><![CDATA[ดูข่าวบ้านเมืองไทยแล้วหดหู่ ถึงแม้ว่าฝ่ายพันธมิตรจะถอนตัวออกจากสนามบินแล้วก็ตาม ถึงแม้ว่าเครื่องบินจะขี้นลงได้ตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ ๔ ธันวาคมแล้วก็ตาม แต่สร้างความหวาดผวาให้กับชาวต่างประเทศไปมากมาย ชาวต่างประเทศคงจะหายไปจำนวนมาก ธุระกิจที่เกี่ยวพันกับนักท่องเที่ยวคงจะย่ำแย่ โดยเฉพาะธุระกิจโรงแรม ผมฟังข่าวแล้วก็มานั่งคิดว่าถ้าผมเป็นเจ้าของธุระกิจเหล่านั้นผมจะทำอย่างไร? ผมมานั่งคิดแทนท่านเจ้าของธุรกิจต่างๆเพื่อหาวิธีการช่วยท่าน ด้วยความเป็นห่วง เท่าที่คนแก่อย่างผมแต่มีประสบการณ์เต็มกระเป๋าจะคิดได้ และเอามาเสนอให้ท่านลองนำไปคิดและลองเอาไปใช้ดู เพราะผมรู้ว่าท่านผู้ประกอบการเหล่านั้นกำลังเมาหมัด ท่านกำลังสับสนงงงวย ท่านอาจจะมึนจนคิดไม่ออก ทั้งๆที่ท่านมีความรู้ความสามารถมากกว่าผมหลายเท่า ผมในฐานะที่นั่งอยู่นอกเวทีและพอจะมองเห็นอะไรดีๆอยู่บ้างจึงขอเสนอวิธึการประคองตัวไว้ให้เจ็บน้อยลงดังนี้
· ลดต้นทุนการดำเนินงานลงให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แต่ต้องไม่ให้คุณภาพลดลงไปจากเดิม การลดต้นทุนนั้นมีหลายวิธี วิธึทึ่คนมักชอบทำกันคือเลิกจ้างพนักงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่คนมักง่ายชอบทำกัน แต่จะทำให้เกิดปัญหาขาดคนที่มีคุณภาพเมื่อธุระกิจดีขึ้น ผมจึงยากจะให้เก็บไว้เป็นวิธีสุดท้าย มีวิธีการลดต้นทุนได้อย่างดีคือลดการสูญเสีย สูญเปล่า ภายในการดำเนินงาน เช่น งานบางอย่างทำไปโดยไม่สร้างมูลต่าเพิ่มแต่ก็ยังนั่งทำกันไป ไม่รู้ทำไปทำไม ถามเข้าก็บอกว่าเห็นโรงแรมที่อื่นเค้าก็ทำกันแบบนี้  ท่านลองคิดดูว่าจะปรับเปลี่ยนได้ไม๊? ลดได้ไม๊? อย่าเอาแต่ลอกแบบกันมา 
  งานที่มีวิธีการทำอย่างอื่นที่มีประสิทธิภาพมากกว่า เช่นการแจกคูปองกินอาหารเช้าในโรงแรมที่เปลืองแรงคน เปลืองเวลา ทำไมไม่ใช้ระบบบาร์โค๊ดเช่นตามฟู๊ดเซ็นเต่อร์เข้ามาช่วย? วิธีของผมสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ไม่ต่ำกว่าสองแสนบาทต่อปี
 เรื่องมินิบาร์ที่เป็นเรื่องวุ่นวายมากในการบริหารจัดการ และเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมาก เสียอารมณ์ทั้งผู้มาพักและโรงแรม ทำไมไม่มีวิธีอื่นหรือที่จะมาจัดการที่ดีกว่า? ถามจริงๆเถอะว่าท่านมีรายได้จากมินิบาร์กันสักเท่าไร? ท่านรู้ไม๊? คนส่วนใหญ่ไม่กินของจากมินิบาร์ ส่วนมากซื้อหิ้วมาจากข้างนอก รวมทั้งผมด้วย
ท่านมีวิธีอี่นไม๊ที่จะทำให้เสียค่าใช้จ่ายลดลงในการจัดการ ผมมีวิธีการแต่ลำบากที่จะอธิบาย ณ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=613&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><h4 style="text-align:center;"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">ดูข่าวบ้านเมืองไทยแล้วหดหู่ ถึงแม้ว่าฝ่ายพันธมิตรจะถอนตัวออกจากสนามบินแล้วก็ตาม ถึงแม้ว่าเครื่องบินจะขี้นลงได้ตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ ๔ ธันวาคมแล้วก็ตาม แต่สร้างความหวาดผวาให้กับชาวต่างประเทศไปมากมาย ชาวต่างประเทศคงจะหายไปจำนวนมาก ธุระกิจที่เกี่ยวพันกับนักท่องเที่ยวคงจะย่ำแย่ โดยเฉพาะธุระกิจโรงแรม ผมฟังข่าวแล้วก็มานั่งคิดว่าถ้าผมเป็นเจ้าของธุระกิจเหล่านั้นผมจะทำอย่างไร? ผมมานั่งคิดแทนท่านเจ้าของธุรกิจต่างๆเพื่อหาวิธีการช่วยท่าน<span id="more-613"></span> ด้วยความเป็นห่วง เท่าที่คนแก่อย่างผมแต่มีประสบการณ์เต็มกระเป๋าจะคิดได้ และเอามาเสนอให้ท่านลองนำไปคิดและลองเอาไปใช้ดู เพราะผมรู้ว่าท่านผู้ประกอบการเหล่านั้นกำลังเมาหมัด ท่านกำลังสับสนงงงวย ท่านอาจจะมึนจนคิดไม่ออก ทั้งๆที่ท่านมีความรู้ความสามารถมากกว่าผมหลายเท่า ผมในฐานะที่นั่งอยู่นอกเวทีและพอจะมองเห็นอะไรดีๆอยู่บ้างจึงขอเสนอวิธึการประคองตัวไว้ให้เจ็บน้อยลงดังนี้</span></h4>
<h4 style="text-align:center;"><!--[if !supportLists]--><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:Symbol;"><span>·<span style="font-family:&quot;font-style:normal;font-variant:normal;font-weight:normal;font-size:7pt;line-height:normal;"> </span></span></span><!--[endif]--><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">ลดต้นทุนการดำเนินงานลงให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แต่ต้องไม่ให้คุณภาพลดลงไปจากเดิม การลดต้นทุนนั้นมีหลายวิธี วิธึทึ่คนมักชอบทำกันคือเลิกจ้างพนักงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่คนมักง่ายชอบทำกัน แต่จะทำให้เกิดปัญหาขาดคนที่มีคุณภาพเมื่อธุระกิจดีขึ้น ผมจึงยากจะให้เก็บไว้เป็นวิธีสุดท้าย มีวิธีการลดต้นทุนได้อย่างดีคือลดการสูญเสีย สูญเปล่า ภายในการดำเนินงาน เช่น งานบางอย่างทำไปโดยไม่สร้างมูลต่าเพิ่มแต่ก็ยังนั่งทำกันไป ไม่รู้ทำไปทำไม ถามเข้าก็บอกว่าเห็นโรงแรมที่อื่นเค้าก็ทำกันแบบนี้ <span> </span>ท่านลองคิดดูว่าจะปรับเปลี่ยนได้ไม๊? ลดได้ไม๊? อย่าเอาแต่ลอกแบบกันมา </span></h4>
<h4 style="text-align:center;"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH"><span> </span><span> </span>งานที่มีวิธีการทำอย่างอื่นที่มีประสิทธิภาพมากกว่า เช่นการแจกคูปองกินอาหารเช้าในโรงแรมที่เปลืองแรงคน เปลืองเวลา ทำไมไม่ใช้ระบบบาร์โค๊ดเช่นตามฟู๊ดเซ็นเต่อร์เข้ามาช่วย? วิธีของผมสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ไม่ต่ำกว่าสองแสนบาทต่อปี</span></h4>
<h4 style="text-align:center;"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH"><span> </span>เรื่องมินิบาร์ที่เป็นเรื่องวุ่นวายมากในการบริหารจัดการ และเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมาก เสียอารมณ์ทั้งผู้มาพักและโรงแรม ทำไมไม่มีวิธีอื่นหรือที่จะมาจัดการที่ดีกว่า? ถามจริงๆเถอะว่าท่านมีรายได้จากมินิบาร์กันสักเท่าไร? ท่านรู้ไม๊? คนส่วนใหญ่ไม่กินของจากมินิบาร์ ส่วนมากซื้อหิ้วมาจากข้างนอก รวมทั้งผมด้วย</span></h4>
<h4 style="text-align:center;"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">ท่านมีวิธีอี่นไม๊ที่จะทำให้เสียค่าใช้จ่ายลดลงในการจัดการ ผมมีวิธีการแต่ลำบากที่จะอธิบาย ณ ที่นี้ แต่บอกได้ว่าผมคำนวนแล้ว วิธีของผมสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ระหว่าง สี่แสน ถึงหกแสนบาทต่อปี แล้วแต่ว่าโรงแรมนั้นมีกี่ห้อง ถ้าท่านอยากทราบวิธีการของผมถามมาได้ผ่านทางบล็อกนี้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์และไม่คิดค่าใช้จ่าย ให้กันฟรีเป็นวิทยาทาน ก่อนที่ผมจะตาย</span></h4>
<h4 style="text-align:center;"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH"><span> </span></span><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">นอกจากนั้นระบบ</span><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH"> </span><span style="font-size:16pt;line-height:115%;">check in/check out </span><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">มีวิธีการปรับปรุงให้ลดค่าใช้จ่ายลงหรือไม่? ค่าไฟฟ้า ค่าพลังงาน ค่าอาหาร มีวิธีการลดการสูญเสีย ลดการรั่วไหลได้หรือไม่? มีการเอาของแพงๆมาทำอาหารให้พนักงานกินโดยท่านไม่รู้หรือไม่? ฯลฯ ผมยังมีวิธีลดค่าใช้จ่ายอีกมากหลายวิธีถ้ามีผู้สนใจ ขอให้บอก ผมจะนำมาอธิบายให้ท่านทราบเพิ่มเติม</span></h4>
<h4 style="text-align:center;"><!--[if !supportLists]--><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:Symbol;"><span>·<span style="font-family:&quot;font-style:normal;font-variant:normal;font-weight:normal;font-size:7pt;line-height:normal;"> </span></span></span><!--[endif]--><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">วิธีการต่อไปก็คือการหารายได้เข้ามาให้มากที่สุดโดยเร็ว เพื่อทดแทนรายได้จากชาวต่างชาติ ผมก็มีข้อเสนอดังนี้</span></h4>
<h4 style="text-align:center;"><!--[if !supportLists]--><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;"><span>o<span style="font-family:&quot;font-style:normal;font-variant:normal;font-weight:normal;font-size:7pt;line-height:normal;"> </span></span></span><!--[endif]--><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">ชักชวนคนไทยที่ไปตั้งรกรากอยู่ในต่างประเทศที่มีอยู่ในประเทศต่างๆทั่วโลกระหว่าง สองสามล้านคน แค่ในอเมริกาประเทศเดียวก็ร่วมล้านคนแล้ว โดยให้ราคาลดพิเศษ คนไทยจะได้กลับมาเที่ยวบ้านกันเยอะๆ</span></h4>
<h4 style="text-align:center;"><!--[if !supportLists]--><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;"><span>o<span style="font-family:&quot;font-style:normal;font-variant:normal;font-weight:normal;font-size:7pt;line-height:normal;"> </span></span></span><!--[endif]--><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">ชักชวนให้คน พม่า ลาว เขมร เวียตนามที่อยู่ในประเทศต่างๆทั่วโลกเข้ามาเที่ยวในไทยด้วยราคาส่วนลดพิเศษเช่นเดียวกัน คนสี่ชาตินี้อพยพออกไปต่างประเทศตอนที่เกิดการสู้รบในประเทศของตน มีอยู่รวมกันมากกว่า สามสี่ล้านคน</span></h4>
<h4 style="text-align:center;"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">แค่นี้เราก็อาจจะได้นักท่องเที่ยวเข้ามาทดแทนเป็นล้านๆคน แม้ไม่ได้มากเท่ากับของเดิม แต่ก็เป็นการปะทังไปพลางๆ <span> </span>จนกว่าสถานะการณ์จะดีขึ้น ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย เปรียบเหมือนเราต้องลอยคอ ตีกรรเชียงถอยหลังประคองตัวไม่ให้จมน้ำตายก่อนที่ทุกอย่างจะดีขึ้น และพร้อมจะลุกขึ้นสู่ใหม่อีครั้ง</span></h4>
<h4 style="text-align:center;"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH"><span> </span>ท่านที่มีเพื่อนฝูงทำธุระกิจโรงแรมช่วยบอกให้เข้ามาลองอ่านดู ถ้าท่านอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมแสดงความคิดเห็นเข้ามาได้เลย มีอะไรที่ผมจะช่วยได้ผมยินดีเสมอ ขออวยพรให้ท่านรอดปลอดภัยและอย่าท้อถอย ทุกอย่างมีทางออกเสมอ ขออย่างเดียวอย่าดื้อดันทุรัง</span></h4>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/travelandgetrich.wordpress.com/613/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/travelandgetrich.wordpress.com/613/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/travelandgetrich.wordpress.com/613/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/travelandgetrich.wordpress.com/613/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/travelandgetrich.wordpress.com/613/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/travelandgetrich.wordpress.com/613/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/travelandgetrich.wordpress.com/613/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/travelandgetrich.wordpress.com/613/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/travelandgetrich.wordpress.com/613/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/travelandgetrich.wordpress.com/613/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=613&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://travelandgetrich.wordpress.com/2008/12/04/%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/1daf7e1558294ff6eca013c3a40f8cc6?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">พาไปเที่ยว--พาไปรวย</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>อาทิตย์อัสดงที่บาหลี</title>
		<link>http://travelandgetrich.wordpress.com/2008/10/22/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://travelandgetrich.wordpress.com/2008/10/22/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 22 Oct 2008 10:43:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>travelandgetrich</dc:creator>
				<category><![CDATA[1]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://travelandgetrich.wordpress.com/?p=593</guid>
		<description><![CDATA[อาทิตย์อัสดงที่บาหลี
ขอทบทวนอีกที เพื่อบางท่านที่ไม่เคยอ่านเรื่องเก่าๆมาก่อนหน้านี้ ว่าบาหลีนั้นเป็นเกาะรูปทรงเปรียบเหมือนนกกระทา หันหน้าไปทางทิศตะวันตก หรือทางประเทศอินเดีย และหันบั้นท้ายไปทางทิศตะวันออกหรือประเทศสิงคโปร์ ชายฝั่งทะเลด้านที่อยู่ทางทิศตะวันออกกับทิศตะวันตกรวมกันแล้ว มีความยาวน้อยกว่าด้านทิศเหนือที่เป็นหลังนกบวกกับด้านทิศใต้ที่เป็นท้องนก ในปัจจุบันเกาะบาหลีนั้นความเจริญและที่พักนักท่องเที่ยวจะมากระจุกตัวอยู่ทาง
ด้านทิศใต้และทิศตะวันออกของเกาะ มากกว่าทางด้านทิศตะวันตกและทางด้านทิศเหนือ ทางด้านทิศตะวันตกนั้นจะมีนักท่องเที่ยวที่พักอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะ เดินทางไปดูพระอาทิตย์ตกทะเลกันมาก เกาะบาหลีนั้นได้รับคำกล่าวขานกันมากในเรื่องความงามของทิวทัศน์และแสง
สีของยามอาทิตย์อัสดง ไม่ทราบว่าทำไมแสงสีของพระอาทิตย์ดอนดกทะเลจึงมีความแปลกกว่าที่อื่น มีการสันนิธานกันว่าความลึกของทะเล บวกกับเถ้าถ่านของภูเขาไฟที่ทับถมกันอยู่ที่ก้นทะเล ส่งผลให้การสะท้อนแสงสีของพระอาทิตย์แปลกไปจากที่อื่น มีคนว่าถ้ามาบาหลีแล้วไม่เห็นพระอาทิตย์ตกทะเลละก็ เหมือนกับมาไม่ถึงบาหลี ไม่ใช่เฉพาะแต่นักท่องเที่ยวเท่านั้นที่มาคอยดูพระอาทิตย์ตกทะเล ชาวบาหลีเองถ้ามีโอกาศก็จะไปเดินเล่นตามชายทะเล รอดูพระอาทิตย์ตกทะเลเช่นเดียวกัน
 ที่เกาะบาหลีมีสถานที่ที่มีวิวสวยๆเป็นฉากประกอบการดูพระอาทิตย์ตกนั้น
หลายแห่งมาก ท่านสามารถเลือกไปดูตามความชอบของท่านได้ ที่มีชื่อเสียงมากแห่งแรกที่ผมจะพาท่านไปดูเรียกว่า “ทะนะลอด” อยู่ห่างจากตัวเมืองแค่สามสิบนาที ที่นี่จะมีวัดฮินดูเก่าแก่อายุหลายร้อยปี สร้างไว้บนเกาะเล็กๆริมทะเล อยู่ห่างจากฝั่งไปแค่ร้อยกว่าเมตร เกาะนี้เวลาน้ำลงจะมีสันทรายโผล่ขึ้นมา เราสามารถเดินไปที่ตัววัดได้ แต่ต้องกลับออกมาก่อนที่น้ำทะเลจะขึ้น มิฉะนั้นเราจะต้องติดค้างอยู่ที่เกาะรอเวลาน้ำลงครั้งใหม่ ที่นี่มีทีจุดดูพระอาทิตย์จากบนฝั่งที่อยู่สูงกว่าตัววัด เวลาพระอาทิตย์ตก เราจะมองเห็นตัววัดที่มีเจดีย์ทรงบาหลีอยู่ด้านหน้า พระอาทิตย์อยู่ด้านหลัง ทำให้เกิดแสงเงาที่สวยงามมาก ผมนำรูปมาฝากท่านแล้วหลายรูป แต่ก็ไม่สามารถเก็บงามทั้งหมดได้เท่ากับมาดูด้วยตาตนเอง






รูปที่ ๑ พระอาทิตย์กำลังจะตกลงสู่ทะเลที่ “ทะนะลอด” หลังวัดฮินดูอายุหลายร้อยปีที่อยู่ห่างจากฝั่งประมาณร้อยกว่าเมตร

picture2
รูปที่ ๒ อีกวิวหนึ่งจากทะนะลอดเช่นเดียวกัน

สถานที่แห่งที่สองที่ผมจะพาท่านไปดูพระอาทิตย์ตกนั้น คือที่ “อูลูวาตู” ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองออกไปประมาณ ๔๕ นาที ถ้าท่านที่เคยอ่านเรื่อง “อูลูวาตูวัดบนหน้าผา” ที่ผมเคยพาท่านไปเที่ยวมาแล้ว [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=593&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><h1 style="text-align:center;"><span style="text-decoration:underline;">อาทิตย์อัสดงที่บาหลี</span></h1>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">ขอทบทวนอีกที เพื่อบางท่านที่ไม่เคยอ่านเรื่องเก่าๆมาก่อนหน้านี้ ว่าบาหลีนั้นเป็นเกาะรูปทรงเปรียบเหมือนนกกระทา หันหน้าไปทางทิศตะวันตก หรือทางประเทศอินเดีย และหันบั้นท้ายไปทางทิศตะวันออกหรือประเทศสิงคโปร์ ชายฝั่งทะเลด้านที่อยู่ทางทิศตะวันออกกับทิศตะวันตกรวมกันแล้ว มีความยาวน้อยกว่าด้านทิศเหนือที่เป็นหลังนกบวกกับด้านทิศใต้ที่เป็นท้องนก ในปัจจุบันเกาะบาหลีนั้นความเจริญและที่พักนักท่องเที่ยวจะมากระจุกตัวอยู่ทาง</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">ด้านทิศใต้และทิศตะวันออกของเกาะ มากกว่าทางด้านทิศตะวันตกและทางด้านทิศเหนือ ทางด้านทิศตะวันตกนั้นจะมีนักท่องเที่ยวที่พักอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะ เดินทางไปดูพระอาทิตย์ตกทะเลกันมาก เกาะบาหลีนั้นได้รับคำกล่าวขานกันมากในเรื่องความงามของทิวทัศน์และแสง</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">สีของยามอาทิตย์อัสดง ไม่ทราบว่าทำไมแสงสีของพระอาทิตย์ดอนดกทะเลจึงมีความแปลกกว่าที่อื่น มีการสันนิธานกันว่าความลึกของทะเล บวกกับเถ้าถ่านของภูเขาไฟที่ทับถมกันอยู่ที่ก้นทะเล ส่งผลให้การสะท้อนแสงสีของพระอาทิตย์แปลกไปจากที่อื่น มีคนว่าถ้ามาบาหลีแล้วไม่เห็นพระอาทิตย์ตกทะเลละก็ เหมือนกับมาไม่ถึงบาหลี ไม่ใช่เฉพาะแต่นักท่องเที่ยวเท่านั้นที่มาคอยดูพระอาทิตย์ตกทะเล ชาวบาหลีเองถ้ามีโอกาศก็จะไปเดินเล่นตามชายทะเล รอดูพระอาทิตย์ตกทะเลเช่นเดียวกัน</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH"><span> </span>ที่เกาะบาหลีมีสถานที่ที่มีวิวสวยๆเป็นฉากประกอบการดูพระอาทิตย์ตกนั้น</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">หลายแห่งมาก ท่านสามารถเลือกไปดูตามความชอบของท่านได้ ที่มีชื่อเสียงมากแห่งแรกที่ผมจะพาท่านไปดูเรียกว่า “ทะนะลอด” อยู่ห่างจากตัวเมืองแค่สามสิบนาที ที่นี่จะมีวัดฮินดูเก่าแก่อายุหลายร้อยปี สร้างไว้บนเกาะเล็กๆริมทะเล อยู่ห่างจากฝั่งไปแค่ร้อยกว่าเมตร เกาะนี้เวลาน้ำลงจะมีสันทรายโผล่ขึ้นมา เราสามารถเดินไปที่ตัววัดได้ แต่ต้องกลับออกมาก่อนที่น้ำทะเลจะขึ้น มิฉะนั้นเราจะต้องติดค้างอยู่ที่เกาะรอเวลาน้ำลงครั้งใหม่ ที่นี่มีทีจุดดูพระอาทิตย์จากบนฝั่งที่อยู่สูงกว่าตัววัด เวลาพระอาทิตย์ตก เราจะมองเห็นตัววัดที่มีเจดีย์ทรงบาหลีอยู่ด้านหน้า พระอาทิตย์อยู่ด้านหลัง ทำให้เกิดแสงเงาที่สวยงามมาก ผมนำรูปมาฝากท่านแล้วหลายรูป แต่ก็ไม่สามารถเก็บงามทั้งหมดได้เท่ากับมาดูด้วยตาตนเอง</span><span id="more-593"></span></p>
<p class="MsoNormal">
<p class="MsoNormal">
<p class="MsoNormal">
<p class="MsoNormal">
<p class="MsoNormal"><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun0.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-595" title="sun0" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun0.jpg?w=1024&#038;h=541" alt="" width="1024" height="541" /></a></p>
<p class="MsoNormal">
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">รูปที่ ๑ พระอาทิตย์กำลังจะตกลงสู่ทะเลที่ “ทะนะลอด” หลังวัดฮินดูอายุหลายร้อยปีที่อยู่ห่างจากฝั่งประมาณร้อยกว่าเมตร</span></p>
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun1.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-596" title="sun1" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun1.jpg?w=931&#038;h=655" alt="" width="931" height="655" /></a></p>
<p>picture2</p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">รูปที่ ๒ อีกวิวหนึ่งจากทะนะลอดเช่นเดียวกัน</span></p>
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun11.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-597" title="sun11" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun11.jpg?w=823&#038;h=411" alt="" width="823" height="411" /></a></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">สถานที่แห่งที่สองที่ผมจะพาท่านไปดูพระอาทิตย์ตกนั้น คือที่ “อูลูวาตู” ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองออกไปประมาณ ๔๕ นาที ถ้าท่านที่เคยอ่านเรื่อง “อูลูวาตูวัดบนหน้าผา” ที่ผมเคยพาท่านไปเที่ยวมาแล้ว คงจะจำได้ แต่วันนี้ผมจะนำรูปเฉพาะตอนพระอาทิตย์ตกดินมาให้ท่านได้ชมกัน</span></p>
<p style="text-align:center;"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">รูปที่ ๓ นี้ถ่ายจากหน้าผาสูงประมาณ ๘๕ เมตร ขณะที่พระอาทิตย์กำลังจะตกลงสู่มหาสมุทรอินเดีย</span></p>
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun2.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-600" title="sun2" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun2.jpg?w=1024&#038;h=614" alt="" width="1024" height="614" /></a></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">รูปที่๔ อีกมุมหนึ่งของอาทิตย์อัสดงที่อูลูวาตู</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center">
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center">
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH"><!--[if gte vml 1]&gt;                    &lt;![endif]--><!--[if !vml]--><!--[endif]--></span></p>
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun12.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-598" title="sun12" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun12.jpg?w=812&#038;h=482" alt="" width="812" height="482" /></a></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">รูปพระอาทิตย์กำลังจะจมลงสู่พื้นน้ำที่อูลูวาตูเช่นเดียวกัน</span></p>
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun13.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-599" title="sun13" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun13.jpg?w=1024&#038;h=499" alt="" width="1024" height="499" /></a></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center">
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">รูปทิวท้ศน์ทะเลหลังจากพระอาทิตย์จมลงต่ำกว่าระดับน้ำทะเลเหลือแต่</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">ลำแสงสุดท้ายจับขอบฟ้า</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH"><!--[if gte vml 1]&gt;                    &lt;![endif]--><!--[if !vml]--><!--[endif]--></span></p>
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun3.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-601" title="sun3" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun3.jpg?w=1024&#038;h=512" alt="" width="1024" height="512" /></a></p>
<p style="text-align:center;"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">สถานที่แห่งที่สามที่เราจะไปดูพระอาทิตย์อัสดงกัน อยู่ห่างจากตัวเมืองไปแค่สิบห้านาที เป็นชายหาดที่อยู่หน้าวัดฮินดูขนาดใหญ่ และสวยมากอีกแห่งหนึ่ง ถ้าท่านที่เคยอ่านเรื่องเยื้องปี้บาหลี วัดนี้ก็คือวัดที่ขบวนแห่ไปทำพิธีกันแล้วและไปหยุดพักที่ริมหาดกัน</span></p>
<p style="text-align:center;">
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun4.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-602" title="sun4" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun4.jpg?w=984&#038;h=483" alt="" width="984" height="483" /></a></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">จากการที่ชายหาดแห่งนี้อยู่ใก้ลตัวเมืองมากจึงมีชาวบาหลีมารอดูพระอาทิตย์ตกกันหนาตา บางคนเตรียมอาหารเย็นมานั่งกินกันไปด้วย  แต่ที่นี่จะไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากนัก</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center">
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun5.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-603" title="sun5" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun5.jpg?w=893&#038;h=458" alt="" width="893" height="458" /></a></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">แห่งที่สี่ ที่เราจะไปดูพระอาทิตย์อัสดงกันนั้น คือ “คูต้าบีช” เป็นชายหาดที่สวยที่สุดและมีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวกันมากที่สุดเต็มไปด้วย</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">โรงแรมและสถานที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว ถ้าเทียบกับบ้านเราก็พอจะเทียบได้กับชายหาดพัทยา ชายหาดแห่งนี้อยู่กลางเมืองเลย จึงมีนักท่องเที่ยวเต็มหาดไปหมด ทั้งที่มาเล่นกระดานโต้คลื่น ลงเล่นน้ำและอาบแดด </span></p>
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun51.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-604" title="sun51" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun51.jpg?w=894&#038;h=580" alt="" width="894" height="580" /></a></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">แห่งสุดท้ายที่เราจะไปดูพระอาทิตย์อัสดงกันคือที่สนามบินบาหลี สนามบินนี้ตั้งอยู่ริมทะเลดังนั้นเมื่อนั่งรอขึ้นเครื่องอยู่ในสนามบินก็จะได้ชม</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">วิวอาทิตย์อัสดงไปพร้อมๆกัน เป็นการชมความสวยงามของบาหลีเป็นครั้งสุดท้ายและเก็บไว้ในความทรงจำของแขกผู้มาเยือน ก่อนที่จะบินจากเกาะอันมีเสน่ห์ในหลายๆด้านแห่งนี้ไป</span></p>
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun6.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-605" title="sun6" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun6.jpg?w=985&#038;h=683" alt="" width="985" height="683" /></a></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">เสียดายที่รูปนี้ไม่ค่อยจะชัด และในวันนั้นเป็นวันที่มีเมฆมากเลยไม่ได้เห็นความสวยงามเท่าที่ควร </span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">ผมพาท่านมาเที่ยวอยู่ที่เกาะบาหลีเสียนานหลายเดือน พาท่านไปซอกแซกดูเรื่องแปลกๆมาหลายเรื่อง พาท่านไปดูเรื่องที่พอจะนำไปทำมาหากินกันบ้าง พาท่านไปดูอะไรที่เราไม่เคยเห็นกันมาก่อนบ้าง วันนี้เราคงจะลาจากเกาะแห่งนี้ไปเที่ยวที่อื่นบ้าง ส่วนจะไปเที่ยวที่ไหนต่อไปจะขอเก็บไว้ก่อน ขอให้ท่านติดตามต่อไป แต่เราอาจจะกลับมาเที่ยวเกาะแห่งนี้กันใหม่อีกก็ได้เมื่อมีโอกาศ</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;"> </span></p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/travelandgetrich.wordpress.com/593/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/travelandgetrich.wordpress.com/593/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/travelandgetrich.wordpress.com/593/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/travelandgetrich.wordpress.com/593/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/travelandgetrich.wordpress.com/593/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/travelandgetrich.wordpress.com/593/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/travelandgetrich.wordpress.com/593/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/travelandgetrich.wordpress.com/593/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/travelandgetrich.wordpress.com/593/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/travelandgetrich.wordpress.com/593/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=593&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://travelandgetrich.wordpress.com/2008/10/22/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/1daf7e1558294ff6eca013c3a40f8cc6?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">พาไปเที่ยว--พาไปรวย</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun0.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">sun0</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun1.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">sun1</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun11.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">sun11</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun2.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">sun2</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun12.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">sun12</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun13.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">sun13</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun3.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">sun3</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun4.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">sun4</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun5.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">sun5</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun51.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">sun51</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun6.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">sun6</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>อาหารไทยในบาหลี</title>
		<link>http://travelandgetrich.wordpress.com/2008/10/01/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://travelandgetrich.wordpress.com/2008/10/01/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Oct 2008 12:58:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>travelandgetrich</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[ทุเรียน,]]></category>
		<category><![CDATA[ผลไม้,]]></category>
		<category><![CDATA[ฝรั่ง,]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แนวทางทำธุระกิจ,]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://travelandgetrich.wordpress.com/?p=572</guid>
		<description><![CDATA[อาหารไทยในบาหลี
วันนี้ผมจะพาท่านไปเป็นพญาน้อยชมตลาดในบาหลีกันสักตั้ง เพื่อที่จะได้เห็นว่าในบาหลีมีอาหารไทยอะไรมาขายกันบ้าง พูดถึงอาหารไทยแล้วต้องกราบงามๆต่อบรรพบุรุษของเราหลายๆสิบครั้ง ที่คิดค้นการทำอาหารอันแสนอร่อยทิ้งไว้ให้เป็นมรดกตกทอดมาถึงรุ่นเรา ให้ผลิตขายกันไปทั้งโลก ทำให้คนไทยมากมายมีอาชีพมีงานทำ รวมทั้งสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยให้ดังกระฉ่อนไปทั้วโลก ซึ่งเรียกว่าเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างแท้จริง อาหารอย่างต้มยำกุ้งของไทยที่ดังระเบิดเป็นอย่างแรก ตามมาด้วยไก่ต้มข่าที่ทำท่าจะดังแซงต้มยำกุ้งอยู่แล้ว หรืออย่างก๋วยเตี๋ยวผัดไทยที่ดังได้เพราะนักท่องเที่ยวที่มาพักอยู่แถบถนนข้าวสาร กินแล้วติดใจ จนต้องไปตามหากินจากร้านอาหารไทยในประเทศต่างๆทั่วโลก  ทำให้ผัดไทยกลายเป็นอาหารจานเดียวที่มีคนสั่งมากที่สุดในร้านอาหารไทย แม้กระทั้งท่านอดีตประธานาธิบดี บิลล์ คลินตัน ของอเมริกา ก็ยังตกหลุมรักผัดไทยที่ ยายศรี ป้าแหล้ม แม่ละม้าย ฯลฯ บรรจงค้นคิดและรังสรรค์รสชาติไว้ จนต้องให้พ่อครัวประจำทำเนียบขาวทำให้กินแทบทุกอาทิตย์ นี่ก็จัดได้ว่าเป็นนวตกรรมอย่างหนึ่ง นวตกรรมนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นของไฮเท็คเท่านั้น การสร้างสรรอาหารแปลกๆ อร่อยๆก็เป็นนวตกรรมได้ อย่างน้ำพริกศรีราชาของไทยเราก็เป็นนวตกรรมทางอาหารที่โด่งดังมากอีกอย่างหนึ่ง

ตลาดที่ผมจะพาท่านไปชมคือห้างสรรพสินค้า “คาร์ฟูร์” ที่เป็นห้างที่ใหญ่ที่สุดและทันสมัยที่สุดในบาหลี คาร์ฟูร์ที่นี้ไม่ได้ตั้งมาเพื่อขายสินค้าราคาต่ำกว่าร้านโชห่วยอย่างในบ้านเรา แต่คาร์ฟูร์ที่นี้ขายของคุณภาพสูง ของอิมพอตร์ และราคาสูงกว่าร้านอื่นๆทั่วๆไป สินค้าที่นี้มีมาจากทั่วโลก มาเดินที่นี้แล้วมีความภูมิใจในความเป็นคนไทย เพราะจะเห็นสินค้าจากเมืองไทยเต็มไปหมด นอกจากเรื่องอาหารแล้ว ยังมีเครื่องสำอางค์อีกหลายชนิด ที่ผลิตจากเมืองไทย และที่โด่งดังที่สุดตอนนี้คือ กระทิงแดง เครื่องดื่มชูกำลัง สินค้าตัวนี้กำลังดังไปทั่วโลกเช่นกัน ไม่ว่าในเอเชีย ยุโรป หรือแม้กระทั้งในอเมริกา “เรดบุล” กำลังลุยแหลก
 
แต่ก่อนนี้ประมาณ ๕๐-๖๐ ปีมาแล้ว [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=572&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><h1 style="text-align:center;"><strong><span style="text-decoration:underline;"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">อาหารไทยในบาหลี</span></span></strong></h1>
<h3 style="text-align:center;"><span style="font-size:16pt;font-family:&quot;" lang="TH">วันนี้ผมจะพาท่านไปเป็นพญาน้อยชมตลาดในบาหลีกันสักตั้ง เพื่อที่จะได้เห็นว่าในบาหลีมีอาหารไทยอะไรมาขายกันบ้าง พูดถึงอาหารไทยแล้วต้องกราบงามๆต่อบรรพบุรุษของเราหลายๆสิบครั้ง ที่คิดค้นการทำอาหารอันแสนอร่อยทิ้งไว้ให้เป็นมรดกตกทอดมาถึงรุ่นเรา ให้ผลิตขายกันไปทั้งโลก ทำให้คนไทยมากมายมีอาชีพมีงานทำ รวมทั้งสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยให้ดังกระฉ่อนไปทั้วโลก ซึ่งเรียกว่าเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างแท้จริง อาหารอย่างต้มยำกุ้งของไทยที่ดังระเบิดเป็นอย่างแรก ตามมาด้วยไก่ต้มข่าที่ทำท่าจะดังแซงต้มยำกุ้งอยู่แล้ว หรืออย่างก๋วยเตี๋ยวผัดไทยที่ดังได้เพราะนักท่องเที่ยวที่มาพักอยู่แถบถนนข้าวสาร กินแล้วติดใจ จนต้องไปตามหากินจากร้านอาหารไทยในประเทศต่างๆทั่วโลก <span> </span>ทำให้ผัดไทยกลายเป็นอาหารจานเดียวที่มีคนสั่งมากที่สุดในร้านอาหารไทย แม้กระทั้งท่านอดีตประธานาธิบดี บิลล์ คลินตัน ของอเมริกา ก็ยังตกหลุมรักผัดไทยที่ ยายศรี ป้าแหล้ม แม่ละม้าย ฯลฯ บรรจงค้นคิดและรังสรรค์รสชาติไว้ จนต้องให้พ่อครัวประจำทำเนียบขาวทำให้กินแทบทุกอาทิตย์</span><span><span> </span></span><span style="font-size:16pt;font-family:&quot;" lang="TH">นี่ก็จัดได้ว่าเป็นนวตกรรมอย่างหนึ่ง นวตกรรมนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นของไฮเท็คเท่านั้น การสร้างสรรอาหารแปลกๆ อร่อยๆก็เป็นนวตกรรมได้ อย่างน้ำพริกศรีราชาของไทยเราก็เป็นนวตกรรมทางอาหารที่โด่งดังมากอีกอย่างหนึ่ง</span></h3>
<p><span id="more-572"></span></p>
<h3 style="text-align:center;"><span style="font-size:16pt;font-family:&quot;" lang="TH">ตลาดที่ผมจะพาท่านไปชมคือห้างสรรพสินค้า “คาร์ฟูร์” ที่เป็นห้างที่ใหญ่ที่สุดและทันสมัยที่สุดในบาหลี คาร์ฟูร์ที่นี้ไม่ได้ตั้งมาเพื่อขายสินค้าราคาต่ำกว่าร้านโชห่วยอย่างในบ้านเรา แต่คาร์ฟูร์ที่นี้ขายของคุณภาพสูง ของอิมพอตร์ และราคาสูงกว่าร้านอื่นๆทั่วๆไป สินค้าที่นี้มีมาจากทั่วโลก มาเดินที่นี้แล้วมีความภูมิใจในความเป็นคนไทย เพราะจะเห็นสินค้าจากเมืองไทยเต็มไปหมด นอกจากเรื่องอาหารแล้ว ยังมีเครื่องสำอางค์อีกหลายชนิด ที่ผลิตจากเมืองไทย และที่โด่งดังที่สุดตอนนี้คือ กระทิงแดง เครื่องดื่มชูกำลัง สินค้าตัวนี้กำลังดังไปทั่วโลกเช่นกัน ไม่ว่าในเอเชีย ยุโรป หรือแม้กระทั้งในอเมริกา “เรดบุล” กำลังลุยแหลก</span></h3>
<h3 style="text-align:center;"><span> </span></h3>
<h3 style="text-align:center;"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">แต่ก่อนนี้ประมาณ ๕๐-๖๐ ปีมาแล้ว เวลาที่เราพูดถึงอาหารจากเมืองไทย ข้าวไทยจะมาเป็นอันดับแรก ในปัจจุบันข้าวไทยก็ยังเป็นที่นิยมและมีราคาสูงกว่าข้าวชนิดอื่นๆ ที่นี้ถุงบรรจุข้าวสารไทย จะพิมพ์ข้อความชัดเจนเลยว่า “บางกอก ไรซ” ดูรูปแรกข้างล่าง</span></h3>
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food2.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-573" title="food2" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food2.jpg?w=448&#038;h=336" alt="" width="448" height="336" /></a></p>
<h3 style="text-align:center;"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">แต่ที่ดังมากในสมัยนี้ได้แก่ ต้มยำกุ้ง และน้ำพริกเครื่องแกงชนิดต่างๆที่มีวางขายเต็มไปหมดทั้งๆที่นี้มีคนไทยอยู่ไม่มากนัก แสดงว่าผู้ซื้อคืชางต่างชาติเป็นหลักและสินค้าจากไทยที่คาดไม่ถึงว่าจะดังก็คือ แป้งทอดกรอบ สำหรับทำเท็มปุระ โปรดดูรูปด้านล่าง</span></h3>
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/thaifood-002.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-574" title="thaifood-002" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/thaifood-002.jpg?w=334&#038;h=250" alt="" width="334" height="250" /></a></p>
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food1.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-575" title="food1" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food1.jpg?w=448&#038;h=336" alt="" width="448" height="336" /></a></p>
<h3><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">แบบแป้งโกกิ (ซึ่งก็เป็นของคนไทย แต่ตั้งชื่อให้ฟังคล้ายของญี่ปุ่น) หรือต้มยำที่รสชาติดังกระฉ่อนโลก แม้กระทั่งบะหมี่ถ้วยที่ทำมาขาย ยังเขียนชัดเจนว่า “ไทย ต้มยำ” ราคาที่วางขายก็ประมาณ ๘๕ บาทเท่านั้นเอง (ดูรูปถัดไป)</span></h3>
<p style="text-align:center;"><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/thaifood-004.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-576" title="thaifood-004" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/thaifood-004.jpg?w=705&#038;h=529" alt="" width="705" height="529" /></a></p>
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food9.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-577" title="food9" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food9.jpg?w=448&#038;h=336" alt="" width="448" height="336" /></a></p>
<h3 style="text-align:center;"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">นอกจากน้ำพริกแกงแล้วสินค้าที่โด่งดังมากอีกกลุ่มก็คือ พวกผลไม้กระป๋องจากเมืองไทยชนิดต่างๆเช่น เงาะ ลิ้นจี่ ลำไย เป็นต้น แต่แปลกมากที่ไม่มีหน่อไม้ไผ่ตงกระป๋องจากเมืองไทย กลับไปมีหน่อไม้กระป๋องจากจีน ผมเลยถ่ายรูปมาให้ดูกันว่าราคาคิดเป็นเงินไทยแล้วแทบกินไม่ลง</span></h3>
<p style="text-align:center;"><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/bali-new-year-192.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-579" title="bali-new-year-192" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/bali-new-year-192.jpg?w=622&#038;h=466" alt="" width="622" height="466" /></a></p>
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">
<h3 style="text-align:center;"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">สินค้าอีกพวกที่มีผู้นิยมมากคือพวกซอ๊สปรุงรส และสินค้าที่ขึ้นชื่อที่สุดในกลุมนี้คือ น้ำปลา เป็นเรื่องที่แปลกจริงๆว่าการทำน้ำปลานั้นคนไทยทำได้อร่อยที่สุด คนเวียตนามและคนฟิลิปปินส์ มีการทำน้ำปลาอยู่บ้างแต่รสชาติไม่ต่างจากกินน้ำเกลือ แม้กระทั่งชาวเวียตนามและชาวฟิลิปปินส์ที่อยู่ตามต่างประเทศหลายสิบล้านคนยังหันมาซื้อของไทย ที่นี้มีวางขายอยู่หลายยี่ห้อ จะมียี่ห้อไหนบ้างดูรูปเอาเองครับ</span></h3>
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food7.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-580" title="food7" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food7.jpg?w=448&#038;h=336" alt="" width="448" height="336" /></a></p>
<h3 style="text-align:center;"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">ผมเคยแอบได้ยินแม่บ้านชาวต่างชาติกระซิบบอกเคล็ดลับในการทำอาหารไทยให้อร่อยว่าต้องใส่น้ำปลาไม่ใช่ใส่เกลือ แต่เมื่อคำนวนราคาเป็นเงินไทยแล้ว ผมก็เลยใส่น้ำปลาครึ่งเกลือครึ่งแต่ความอร่อยก็ไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด นอกจากน้ำปลาแล้ว ซ๊อสอื่นๆก็ได้รับความนิยมมากเช่นกัน โดยเฉพาะน้ำจิ้มไก่ย่างชนิดหวาน จนมีคนที่นี้ทำเรียนแบบ แต่ต้องชมเชยเค้าที่ตั้งชื่ออย่างเปิดเผยว่า “ซัมเบา-บางกอก”</span></h3>
<h3 style="text-align:center;"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">คำว่า “ซัมเบา” เป็นภาษาอินโดแปลว่า ซ๊อสพริก ผสมคำแล้วแปลว่า ซ๊อสพริกกรุงเทพ แต่ไม่รู้ว่าอร่อยแค่ไหน ไม่เคยซื้อมาลองชิม</span></h3>
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food8.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-581" title="food8" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food8.jpg?w=448&#038;h=336" alt="" width="448" height="336" /></a></p>
<h3 style="text-align:center;"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">พูดถึงน้ำปลาแล้วอยากจะเล่าเรื่องกะปิให้ฟังว่าคนไทยเราเก่งแค่ไหน เท่าที่ผมเห็นมามีอยู่สองชาติในเอเชียที่ทำกะปิเป็น คือไทยกับฟิลิปปินส์ กะปิของไทยนั้นจะมีเนื้อที่เนียนและละเอียด มองดูไม่เห็นตัวเคยที่เอามาทำกะปิ และที่สำคัญกลิ่นจะหอมมาก ยิ่งเวลาห่อใบตองย่างไฟแล้วยิ่งหอมใหญ่ ถ้าย่างในคอนโดที่ต่างประเทศแล้วละก็ฝรั่งจะวิ่งมาเคาะประตู ถามว่า “อะไรไหม้ในครัวหรือ?” แต่กะปิของฟิลิปปินส์นั้นยังมองเห็นชิ้นส่วนของตัวเคย โดยเฉพาะส่วนหัวและลูกตา และกลิ่นไม่ชวนรัปประทาน นี่ก็ฝีมือของบรรพบุรุษของเราอีกเช่นกัน </span></h3>
<h3 style="text-align:center;"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">จากสินค้าของแห้งแล้ว ต่อไปก็เป็นสินค้าของสดซึ่งได้แก่พวกผลไม้ต่างๆ เป็นที่แน่นอน เมื่อพูดถึงผลไม้ไทยที่ขึ้นชื่อเป็นอันดับหนึ่ง ก็ได้แก่ทุเรียนหมอนทอง หมอนทองเท่านั้น ที่นี่ก็มีทุเรียนเหมือนกันแต่เป็นพันธุ์พื้นเมือง แต่ได้แค่วางขายข้างถนน ไม่มีสิทธิ์ขึ้นห้างครับ ที่นี่หมอนทองวางเด่นเป็นสง่าพร้อมติดป้ายชัดเจน “ทุเรียนบางกอก” โปรดดูรูป พร้อมระบุราคาขายที่เห็นในป้าย ๒,๖๒๕ รูเปียต่อ ๑๐๐ กรัม</span></h3>
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food3.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-582" title="food3" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food3.jpg?w=448&#038;h=336" alt="" width="448" height="336" /> </a></p>
<h3 style="text-align:center;"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">หรือ ๒๖,๒๕๐ รูเปียต่อกิโลกรัม คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ ๑๓๐ บาทต่อกิโลเท่านั้น คนที่นี่นิยมกินทุเรียนของไทยมาก เลยไม่เกี่ยงเรื่องราคา นอกจากทุเรียนแล้วผลไม้สดที่นำเข้ามาจากไทยก็มี ลำไย และมะขามหวาน</span></h3>
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food4.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-583" title="food4" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food4.jpg?w=448&#038;h=336" alt="" width="448" height="336" /></a></p>
<h3 style="text-align:center;"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">วางโชว์กระทบไหล่กับสตอร์เบอรี่และอินทผาลัมจากตะวันออกกลาง แต่มีผลไม้ไทยอีกอย่างที่ผมแทบไม่เชื่อว่าจะมีคนที่นี้จะนิยมกิน ผลไม้ที่ว่านั้นคือ ฝรั่งแช่บ๊วย</span></h3>
<h3 style="text-align:center;"><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food5.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-584" title="food5" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food5.jpg?w=336&#038;h=358" alt="" width="336" height="358" /></a></h3>
<h3><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">ขึ้นป้ายไว้ชัดเจนว่า “จัมบู บางกอก” จัมบูแปลว่าฝรั่ง ผสมคำแล้วได้ความว่า ฝรั่งบางกอก</span></h3>
<h3><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH"><span> </span>เป็นอย่างไรครับไปเที่ยวชมตลาดในบาหลีกันแล้วเห็นช่องทางทำมาหากินอะไรกันบ้างหรือยัง? ผมมองเห็นสินค้าจากบ้านเราวางขายเต็มไปหมดทีไร ผมมีความภูมิใจที่เกิดมาเป็นคนไทยทุกที ภูมิใจที่เรามีฝีมือในการผลิตอาหารการกินที่อร่อยจนเป็นที่รู้จัก ไม่ว่าจะเป็น บางกอกไรซ ทุเรียนบางกอก ซัมเบาบางกอก หรือ ไทยต้มยำ ฯลฯ ล้วนแต่เป็นฝีมือของบรรพบุรุษของเราทั้งนั้นที่สร้างมรดกไว้ให้ ผมเคยได้รับข้อสังเกตุจากคนต่างชาติครั้งหนึ่งที่ทำให้อึ่งไปเลย แทบจะไม่อยากบอกใครต่อไปอีกว่าเป็นคนไทย คนต่างชาติท่านนั้นบอกว่า</span></h3>
<h2 style="text-align:center;"><strong><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">“ประเทศไทยนั้นอะไรๆก็ดีหมด เสียอยู่อย่างเดียวที่มีแต่นักการเมืองที่เลวๆ”</span></strong><strong></strong></h2>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center"><strong><span style="font-size:20pt;line-height:115%;">!!??!!</span></strong></p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/travelandgetrich.wordpress.com/572/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/travelandgetrich.wordpress.com/572/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/travelandgetrich.wordpress.com/572/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/travelandgetrich.wordpress.com/572/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/travelandgetrich.wordpress.com/572/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/travelandgetrich.wordpress.com/572/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/travelandgetrich.wordpress.com/572/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/travelandgetrich.wordpress.com/572/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/travelandgetrich.wordpress.com/572/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/travelandgetrich.wordpress.com/572/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=572&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://travelandgetrich.wordpress.com/2008/10/01/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/1daf7e1558294ff6eca013c3a40f8cc6?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">พาไปเที่ยว--พาไปรวย</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food2.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">food2</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/thaifood-002.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">thaifood-002</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food1.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">food1</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/thaifood-004.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">thaifood-004</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food9.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">food9</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/bali-new-year-192.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">bali-new-year-192</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food7.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">food7</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food8.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">food8</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food3.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">food3</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food4.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">food4</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food5.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">food5</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>หลังคาบ้านแบบบาหลี  (Bali Roof)</title>
		<link>http://travelandgetrich.wordpress.com/2008/09/23/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b5-bali-roof/</link>
		<comments>http://travelandgetrich.wordpress.com/2008/09/23/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b5-bali-roof/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 23 Sep 2008 12:58:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>travelandgetrich</dc:creator>
				<category><![CDATA[Bali Villas]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว,บาหลี,ช่]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านบาหลี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://travelandgetrich.wordpress.com/?p=549</guid>
		<description><![CDATA[
 หลังคาบ้านแบบบาหลี
 
หลังจากที่ผมน็อตหลุดเรื่องการเมืองไปหนหนึ่ง เพราะทนไม่ไหวกับความเลวของนักการเมืองบ้านเรา คราวนี้เรากลับมาเรื่องไปเที่ยวของเราต่อ วันนี้ผมจะเล่าถึงเรื่องหลังคาแบบบาหลี ทั้งนี้เพราะมีผู้สนใจเรื่องบ้านบาหลีเข้ามาเยี่ยมชมบล็อกผมวันละหลายราย ซึ่งภาพทั้งหมดที่มีอยู่ในบล็อกนั้น มีแต่ภาพตัวบ้าน ไม่มีภาพหลังคาแบบบาหลีให้ดู วันนี้ผมจะว่าเรื่องหลังคาโดยเฉพาะ ทั้งนี้เพราะจะทำบ้านแบบบาหลี หลังคาก็ต้องเป็นแบบบาหลีด้วย เพื่อไม่ให้มันขัดกัน

 ที่เกาะบาหลีนี้มีเสน่ห์อยู่หลายเรื่อง แต่ที่เห็นชัดเจนคือเรื่องศิลปวัฒนธรรมที่แตกต่างจากที่อื่นๆ และเป็นของตนเอง เช่นเสื้อผ้า การแต่งตัวของคนพื้นเมือง และบ้านแบบบาหลี เป็นต้น ผมเคยพูดถึงบ้านบาหลีมาบ้างแล้ว ส่วนใหญ่จะถ่ายรูปตัวบ้าน และบริเวณบ้านมาให้ท่านๆได้ดูกัน 
 
แต่บ้านบาหลีจะไม่ครบเครื่องถ้าหลังคาไม่ได้เป็นแบบบาหลี วันนี้ผมเลยถ่ายรูปเฉพาะหลังคาแบบบาหลีหลายๆแบบมาให้ท่านได้ดู
 ก่อนจะพูดถึงหลังคาแบบบาหลี ผมขออธิบายถึงธรรมชาติและภูมิอากาศของเกาะบาหลีสักเล็กน้อย เป็นการปูพื้นเพื่อให้ท่านเข้าใจถึงที่มาที่ไปในการสร้างบ้านของชาวบาหลีซึ่งในสมัยโบราณไม่มีการสอนวิชาสถาปัตย์กรรม มีแต่วิชาสถาปะนึกที่สร้างบ้านกันตามสภาพภูมิประเทศและสิ่งแวดล้อม แล้วก็ถ่ายถอดกันต่อมาเรื่อยๆ 
 การสร้างบ้านของมนุษย์ตั้งแต่สมัยโบราณนั้นมีวัตถุประสงค์หลักๆก็เพื่อกันความร้อน กันลมและความหนาว และกันฝน ดังนั้นการสร้างบ้านของคนในแต่ละท้องถิ่น จะอยู่ภายใต้อิทธิพลของลมฟ้าอากาศในท้องถิ่นนั้นๆ ที่เกาะบาหลีนี้มีสองฤดู ฤดูแรกสภาพอากาศเป็นหน้าฝนเสียหกเดือน และฤดูที่ไม่มีฝนเลยบวกกับอากาศาเกือบจะหนาวและลมแรงมากอีกหกเดือน ลมที่นี้มีทิศทางการพัดที่แตกต่างกว่าเมืองไทย คือของเราในฤดูร้อนและฤดูฝนลมจะพัดจากทิศใต้ไปทิศเหนือ ส่วนในฤดูหนาวลมจะพัดจากทิศเหนือไปทิศใต้ ดังนั้นบ้านเราจะลร้างบ้านหันหน้าไปทางทิศใต้ (ถ้าเลือกได้)เพื่อรับลม
 แต่ที่นี่ลมพัดจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตกเวลาที่ไม่ใช่หน้าฝน ซึ่งลมจะพัดแรงมาก แล้วพัดกลับจากตะวันตกไปตะวันออกตอนหน้าฝน และที่นี้มีความเชื่อว่าบ้านต้องหันหลังไปทางภูเขาไฟอากุงที่อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ดังนั้นบ้านที่นี้จึงมักมีหน้าบ้านหันไปทางทิศใต้ หรือตะวันตกเฉียงใต้ และตัวบ้านจะปลูกขวางทางลม เพื้อรับลมตลอดปีจากทั้งด้านตะวันออกและตะวันตก
 จากการที่บ้านขวางทางลมที่พัดมาจากทะเลที่มีความแรง [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=549&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;"><!--[if gte mso 9]&gt;  Normal 0   false false false        MicrosoftInternetExplorer4  &lt;![endif]--><!--[if gte mso 9]&gt;   &lt;![endif]--><!--  /* Font Definitions */  @font-face 	{font-family:"Angsana New"; 	panose-1:2 2 6 3 5 4 5 2 3 4; 	mso-font-alt:"Microsoft Sans Serif"; 	mso-font-charset:222; 	mso-generic-font-family:roman; 	mso-font-format:other; 	mso-font-pitch:variable; 	mso-font-signature:16777217 0 0 0 65536 0;} @font-face 	{font-family:Calibri; 	mso-font-charset:0; 	mso-generic-font-family:swiss; 	mso-font-pitch:variable; 	mso-font-signature:-1610611985 1073750139 0 0 159 0;} @font-face 	{font-family:JasmineUPC; 	mso-font-alt:"Microsoft Sans Serif"; 	mso-font-charset:222; 	mso-generic-font-family:roman; 	mso-font-pitch:variable; 	mso-font-signature:16777217 0 0 0 65536 0;}  /* Style Definitions */  p.MsoNormal, li.MsoNormal, div.MsoNormal 	{mso-style-parent:""; 	margin-top:0in; 	margin-right:0in; 	margin-bottom:10.0pt; 	margin-left:0in; 	line-height:115%; 	mso-pagination:widow-orphan; 	font-size:14.0pt; 	mso-bidi-font-size:16.0pt; 	font-family:"Angsana New"; 	mso-ascii-font-family:"Angsana New"; 	mso-fareast-font-family:Calibri; 	mso-hansi-font-family:"Angsana New"; 	mso-bidi-font-family:JasmineUPC;} @page Section1 	{size:8.5in 11.0in; 	margin:1.0in 1.25in 1.0in 1.25in; 	mso-header-margin:.5in; 	mso-footer-margin:.5in; 	mso-paper-source:0;} div.Section1 	{page:Section1;} --><!--[if gte mso 10]&gt; &lt;!   /* Style Definitions */  table.MsoNormalTable 	{mso-style-name:"Table Normal"; 	mso-tstyle-rowband-size:0; 	mso-tstyle-colband-size:0; 	mso-style-noshow:yes; 	mso-style-parent:""; 	mso-padding-alt:0in 5.4pt 0in 5.4pt; 	mso-para-margin:0in; 	mso-para-margin-bottom:.0001pt; 	mso-pagination:widow-orphan; 	font-size:10.0pt; 	font-family:"Times New Roman"; 	mso-ansi-language:#0400; 	mso-fareast-language:#0400; 	mso-bidi-language:#0400;} --> <!--[endif]--><strong><span style="text-decoration:underline;"><span style="font-size:20pt;line-height:115%;font-family:JasmineUPC;">หลังคาบ้านแบบบาหลี</span></span></strong></p>
<p style="text-align:center;"><!--[if gte mso 9]&gt;  Normal 0   false false false        MicrosoftInternetExplorer4  &lt;![endif]--><!--[if gte mso 9]&gt;   &lt;![endif]--><!--  /* Font Definitions */  @font-face 	{font-family:"Angsana New"; 	panose-1:2 2 6 3 5 4 5 2 3 4; 	mso-font-alt:"Microsoft Sans Serif"; 	mso-font-charset:222; 	mso-generic-font-family:roman; 	mso-font-format:other; 	mso-font-pitch:variable; 	mso-font-signature:16777217 0 0 0 65536 0;} @font-face 	{font-family:Calibri; 	mso-font-charset:0; 	mso-generic-font-family:swiss; 	mso-font-pitch:variable; 	mso-font-signature:-1610611985 1073750139 0 0 159 0;} @font-face 	{font-family:JasmineUPC; 	mso-font-alt:"Microsoft Sans Serif"; 	mso-font-charset:222; 	mso-generic-font-family:roman; 	mso-font-pitch:variable; 	mso-font-signature:16777217 0 0 0 65536 0;}  /* Style Definitions */  p.MsoNormal, li.MsoNormal, div.MsoNormal 	{mso-style-parent:""; 	margin-top:0in; 	margin-right:0in; 	margin-bottom:10.0pt; 	margin-left:0in; 	line-height:115%; 	mso-pagination:widow-orphan; 	font-size:14.0pt; 	mso-bidi-font-size:16.0pt; 	font-family:"Angsana New"; 	mso-ascii-font-family:"Angsana New"; 	mso-fareast-font-family:Calibri; 	mso-hansi-font-family:"Angsana New"; 	mso-bidi-font-family:JasmineUPC;} @page Section1 	{size:8.5in 11.0in; 	margin:1.0in 1.25in 1.0in 1.25in; 	mso-header-margin:.5in; 	mso-footer-margin:.5in; 	mso-paper-source:0;} div.Section1 	{page:Section1;} --><!--[if gte mso 10]&gt; &lt;!   /* Style Definitions */  table.MsoNormalTable 	{mso-style-name:"Table Normal"; 	mso-tstyle-rowband-size:0; 	mso-tstyle-colband-size:0; 	mso-style-noshow:yes; 	mso-style-parent:""; 	mso-padding-alt:0in 5.4pt 0in 5.4pt; 	mso-para-margin:0in; 	mso-para-margin-bottom:.0001pt; 	mso-pagination:widow-orphan; 	font-size:10.0pt; 	font-family:"Times New Roman"; 	mso-ansi-language:#0400; 	mso-fareast-language:#0400; 	mso-bidi-language:#0400;} --> <!--[endif]--></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:left;"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:JasmineUPC;">หลังจากที่ผมน็อตหลุดเรื่องการเมืองไปหนหนึ่ง เพราะทนไม่ไหวกับความเลวของนักการเมืองบ้านเรา คราวนี้เรากลับมาเรื่องไปเที่ยวของเราต่อ วันนี้ผมจะเล่าถึงเรื่องหลังคาแบบบาหลี ทั้งนี้เพราะมีผู้สนใจเรื่องบ้านบาหลีเข้ามาเยี่ยมชมบล็อกผมวันละหลายราย ซึ่งภาพทั้งหมดที่มีอยู่ในบล็อกนั้น มีแต่ภาพตัวบ้าน ไม่มีภาพหลังคาแบบบาหลีให้ดู วันนี้ผมจะว่าเรื่องหลังคาโดยเฉพาะ ทั้งนี้เพราะจะทำบ้านแบบบาหลี หลังคาก็ต้องเป็นแบบบาหลีด้วย เพื่อไม่ให้มันขัดกัน</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:left;"><span id="more-549"></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:left;"><!--[if gte mso 9]&gt;  Normal 0   false false false        MicrosoftInternetExplorer4  &lt;![endif]--><!--[if gte mso 9]&gt;   &lt;![endif]--><!--  /* Font Definitions */  @font-face 	{font-family:"Angsana New"; 	panose-1:2 2 6 3 5 4 5 2 3 4; 	mso-font-alt:"Microsoft Sans Serif"; 	mso-font-charset:222; 	mso-generic-font-family:roman; 	mso-font-format:other; 	mso-font-pitch:variable; 	mso-font-signature:16777217 0 0 0 65536 0;} @font-face 	{font-family:Calibri; 	mso-font-charset:0; 	mso-generic-font-family:swiss; 	mso-font-pitch:variable; 	mso-font-signature:-1610611985 1073750139 0 0 159 0;} @font-face 	{font-family:JasmineUPC; 	mso-font-alt:"Microsoft Sans Serif"; 	mso-font-charset:222; 	mso-generic-font-family:roman; 	mso-font-pitch:variable; 	mso-font-signature:16777217 0 0 0 65536 0;}  /* Style Definitions */  p.MsoNormal, li.MsoNormal, div.MsoNormal 	{mso-style-parent:""; 	margin-top:0in; 	margin-right:0in; 	margin-bottom:10.0pt; 	margin-left:0in; 	line-height:115%; 	mso-pagination:widow-orphan; 	font-size:14.0pt; 	mso-bidi-font-size:16.0pt; 	font-family:"Angsana New"; 	mso-ascii-font-family:"Angsana New"; 	mso-fareast-font-family:Calibri; 	mso-hansi-font-family:"Angsana New"; 	mso-bidi-font-family:JasmineUPC;} @page Section1 	{size:8.5in 11.0in; 	margin:1.0in 1.25in 1.0in 1.25in; 	mso-header-margin:.5in; 	mso-footer-margin:.5in; 	mso-paper-source:0;} div.Section1 	{page:Section1;} --><!--[if gte mso 10]&gt; &lt;!   /* Style Definitions */  table.MsoNormalTable 	{mso-style-name:"Table Normal"; 	mso-tstyle-rowband-size:0; 	mso-tstyle-colband-size:0; 	mso-style-noshow:yes; 	mso-style-parent:""; 	mso-padding-alt:0in 5.4pt 0in 5.4pt; 	mso-para-margin:0in; 	mso-para-margin-bottom:.0001pt; 	mso-pagination:widow-orphan; 	font-size:10.0pt; 	font-family:"Times New Roman"; 	mso-ansi-language:#0400; 	mso-fareast-language:#0400; 	mso-bidi-language:#0400;} --> <!--[endif]--><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:JasmineUPC;">ที่เกาะบาหลีนี้มีเสน่ห์อยู่หลายเรื่อง แต่ที่เห็นชัดเจนคือเรื่องศิลปวัฒนธรรมที่แตกต่างจากที่อื่นๆ และเป็นของตนเอง เช่นเสื้อผ้า การแต่งตัวของคนพื้นเมือง และบ้านแบบบาหลี เป็นต้น ผมเคยพูดถึงบ้านบาหลีมาบ้างแล้ว ส่วนใหญ่จะถ่ายรูปตัวบ้าน และบริเวณบ้านมาให้ท่านๆได้ดูกัน </span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:left;"><!--[if gte mso 9]&gt;  Normal 0   false false false        MicrosoftInternetExplorer4  &lt;![endif]--><!--[if gte mso 9]&gt;   &lt;![endif]--><!--  /* Font Definitions */  @font-face 	{font-family:"Angsana New"; 	panose-1:2 2 6 3 5 4 5 2 3 4; 	mso-font-alt:"Microsoft Sans Serif"; 	mso-font-charset:222; 	mso-generic-font-family:roman; 	mso-font-format:other; 	mso-font-pitch:variable; 	mso-font-signature:16777217 0 0 0 65536 0;} @font-face 	{font-family:Calibri; 	mso-font-charset:0; 	mso-generic-font-family:swiss; 	mso-font-pitch:variable; 	mso-font-signature:-1610611985 1073750139 0 0 159 0;} @font-face 	{font-family:JasmineUPC; 	mso-font-alt:"Microsoft Sans Serif"; 	mso-font-charset:222; 	mso-generic-font-family:roman; 	mso-font-pitch:variable; 	mso-font-signature:16777217 0 0 0 65536 0;}  /* Style Definitions */  p.MsoNormal, li.MsoNormal, div.MsoNormal 	{mso-style-parent:""; 	margin-top:0in; 	margin-right:0in; 	margin-bottom:10.0pt; 	margin-left:0in; 	line-height:115%; 	mso-pagination:widow-orphan; 	font-size:14.0pt; 	mso-bidi-font-size:16.0pt; 	font-family:"Angsana New"; 	mso-ascii-font-family:"Angsana New"; 	mso-fareast-font-family:Calibri; 	mso-hansi-font-family:"Angsana New"; 	mso-bidi-font-family:JasmineUPC;} @page Section1 	{size:8.5in 11.0in; 	margin:1.0in 1.25in 1.0in 1.25in; 	mso-header-margin:.5in; 	mso-footer-margin:.5in; 	mso-paper-source:0;} div.Section1 	{page:Section1;} --><!--[if gte mso 10]&gt; &lt;!   /* Style Definitions */  table.MsoNormalTable 	{mso-style-name:"Table Normal"; 	mso-tstyle-rowband-size:0; 	mso-tstyle-colband-size:0; 	mso-style-noshow:yes; 	mso-style-parent:""; 	mso-padding-alt:0in 5.4pt 0in 5.4pt; 	mso-para-margin:0in; 	mso-para-margin-bottom:.0001pt; 	mso-pagination:widow-orphan; 	font-size:10.0pt; 	font-family:"Times New Roman"; 	mso-ansi-language:#0400; 	mso-fareast-language:#0400; 	mso-bidi-language:#0400;} --> <!--[endif]--></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:JasmineUPC;">แต่บ้านบาหลีจะไม่ครบเครื่องถ้าหลังคาไม่ได้เป็นแบบบาหลี วันนี้ผมเลยถ่ายรูปเฉพาะหลังคาแบบบาหลีหลายๆแบบมาให้ท่านได้ดู</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:JasmineUPC;"><span> </span>ก่อนจะพูดถึงหลังคาแบบบาหลี ผมขออธิบายถึงธรรมชาติและภูมิอากาศของเกาะบาหลีสักเล็กน้อย เป็นการปูพื้นเพื่อให้ท่านเข้าใจถึงที่มาที่ไปในการสร้างบ้านของชาวบาหลีซึ่งในสมัยโบราณไม่มีการสอนวิชาสถาปัตย์กรรม มีแต่วิชาสถาปะนึกที่สร้างบ้านกันตามสภาพภูมิประเทศและสิ่งแวดล้อม แล้วก็ถ่ายถอดกันต่อมาเรื่อยๆ </span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:JasmineUPC;"><span> </span>การสร้างบ้านของมนุษย์ตั้งแต่สมัยโบราณนั้นมีวัตถุประสงค์หลักๆก็เพื่อกันความร้อน กันลมและความหนาว และกันฝน ดังนั้นการสร้างบ้านของคนในแต่ละท้องถิ่น จะอยู่ภายใต้อิทธิพลของลมฟ้าอากาศในท้องถิ่นนั้นๆ ที่เกาะบาหลีนี้มีสองฤดู ฤดูแรกสภาพอากาศเป็นหน้าฝนเสียหกเดือน และฤดูที่ไม่มีฝนเลยบวกกับอากาศาเกือบจะหนาวและลมแรงมากอีกหกเดือน ลมที่นี้มีทิศทางการพัดที่แตกต่างกว่าเมืองไทย คือของเราในฤดูร้อนและฤดูฝนลมจะพัดจากทิศใต้ไปทิศเหนือ ส่วนในฤดูหนาวลมจะพัดจากทิศเหนือไปทิศใต้ ดังนั้นบ้านเราจะลร้างบ้านหันหน้าไปทางทิศใต้ (ถ้าเลือกได้)เพื่อรับลม</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:JasmineUPC;"><span> </span>แต่ที่นี่ลมพัดจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตกเวลาที่ไม่ใช่หน้าฝน ซึ่งลมจะพัดแรงมาก แล้วพัดกลับจากตะวันตกไปตะวันออกตอนหน้าฝน และที่นี้มีความเชื่อว่าบ้านต้องหันหลังไปทางภูเขาไฟอากุงที่อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ดังนั้นบ้านที่นี้จึงมักมีหน้าบ้านหันไปทางทิศใต้ หรือตะวันตกเฉียงใต้ และตัวบ้านจะปลูกขวางทางลม เพื้อรับลมตลอดปีจากทั้งด้านตะวันออกและตะวันตก</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:JasmineUPC;"><span> </span>จากการที่บ้านขวางทางลมที่พัดมาจากทะเลที่มีความแรง หลังคาบ้านจึงต้องออกแบบไม่ให้ต้านลม ถึงแม้ว่าบ้านบาหลีแท้ๆจะเป็นบ้านชั้นเดียวก็ตาม การสร้างบ้านชั้นเดียวนั้นนอกจากลดแรงปะทะของลมแล้วยังลดปัญหาเรื่องแผ่นดินไหวที่มีอยู่บ่อยๆที่นี่อีกด้วย </span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:JasmineUPC;"><span> </span>หลังคาบ้านที่นี่มีสองแบบใหญ่ๆคือ แบบที่มุงบ้านด้วยกระเบื้องดินเผาเป็นส่วนใหญ่ กับแบบที่มุงศาลาอเนกประสงค์ที่เรียกว่า“โจ๊กะ-โล” ที่มักจะมุงด้วยวัสดุจากธรรมชาติ เช่นหญ้าแฟกและใบจาก บ้านที่นี้จะไม่มีหน้าจั่วเพื่อให้ลู่ลมทั้งสี่ด้าน ที่เราเรียกกันว่าหลังคาทรงปั้นหยา (ถ้าผมจำไม่ผิด) ดูรูปประกอบด้านล่าง ทั้งนี้เพื่อให้ลู่ลม และที่ตามสันหลังคาก็จะประดับลวดลายคล้ายๆกับหงอนบนหัวมังกรของจีน </span></p>
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;"><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof1.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-550" title="bali-roof1" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof1.jpg?w=448&#038;h=243" alt="" width="448" height="243" /> </a></p>
<p style="text-align:center;"><!--[if gte mso 9]&gt;  Normal 0   false false false        MicrosoftInternetExplorer4  &lt;![endif]--><!--[if gte mso 9]&gt;   &lt;![endif]--><!--  /* Font Definitions */  @font-face 	{font-family:"Angsana New"; 	panose-1:2 2 6 3 5 4 5 2 3 4; 	mso-font-alt:"Microsoft Sans Serif"; 	mso-font-charset:222; 	mso-generic-font-family:roman; 	mso-font-format:other; 	mso-font-pitch:variable; 	mso-font-signature:16777217 0 0 0 65536 0;} @font-face 	{font-family:Calibri; 	mso-font-charset:0; 	mso-generic-font-family:swiss; 	mso-font-pitch:variable; 	mso-font-signature:-1610611985 1073750139 0 0 159 0;} @font-face 	{font-family:JasmineUPC; 	mso-font-alt:"Microsoft Sans Serif"; 	mso-font-charset:222; 	mso-generic-font-family:roman; 	mso-font-pitch:variable; 	mso-font-signature:16777217 0 0 0 65536 0;}  /* Style Definitions */  p.MsoNormal, li.MsoNormal, div.MsoNormal 	{mso-style-parent:""; 	margin-top:0in; 	margin-right:0in; 	margin-bottom:10.0pt; 	margin-left:0in; 	line-height:115%; 	mso-pagination:widow-orphan; 	font-size:14.0pt; 	mso-bidi-font-size:16.0pt; 	font-family:"Angsana New"; 	mso-ascii-font-family:"Angsana New"; 	mso-fareast-font-family:Calibri; 	mso-hansi-font-family:"Angsana New"; 	mso-bidi-font-family:JasmineUPC;} @page Section1 	{size:8.5in 11.0in; 	margin:1.0in 1.25in 1.0in 1.25in; 	mso-header-margin:.5in; 	mso-footer-margin:.5in; 	mso-paper-source:0;} div.Section1 	{page:Section1;} --><!--[if gte mso 10]&gt; &lt;!   /* Style Definitions */  table.MsoNormalTable 	{mso-style-name:"Table Normal"; 	mso-tstyle-rowband-size:0; 	mso-tstyle-colband-size:0; 	mso-style-noshow:yes; 	mso-style-parent:""; 	mso-padding-alt:0in 5.4pt 0in 5.4pt; 	mso-para-margin:0in; 	mso-para-margin-bottom:.0001pt; 	mso-pagination:widow-orphan; 	font-size:10.0pt; 	font-family:"Times New Roman"; 	mso-ansi-language:#0400; 	mso-fareast-language:#0400; 	mso-bidi-language:#0400;} --> <!--[endif]--></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:left;"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:JasmineUPC;">อย่างที่ผมเคยเล่าแล้วว่า จีนเป็นชนชาติแรกที่มาอยู่บนเกาะนี้เมื่อสี่พันกว่าปีก่อน ส่วนที่ประดับบนหลังคานั้นได้รับอิทธิพลมาจากจีนจะมองดูคล้ายแบบจีนมาก ตรงกลางหลังคาชนิดที่มีรูปทรงเป็นแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้าก็ประดับด้วยลวดลายดินเผาคล้ายๆใบเสมาของเรา ถ้าหลังคาเป็นแบบทรงสี่เหลี่ยมจัตตุรัสตรงกลางหลังคาจะประดับด้วยลวดลายทรงระฆัง คล้ายๆที่อยู่บนหัวไม้เท้าของหลวงจีนในนิยายกำลังภายใน ดูรูปที่สองและสาม ที่เป็นหลังคาห้องแถวตามถนนที่เป็นร้านค้า หรือแม้แต่หลังคาศาลพระภูมิ หรือหลังคาศาลานั่งเล่น ที่ถ่ายมาให้ดูในรูปที่เจ็ดและแปด</span></p>
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;"><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof2.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-551" title="bali-roof2" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof2.jpg?w=448&#038;h=239" alt="" width="448" height="239" /></a></p>
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;"><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof3.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-552" title="bali-roof3" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof3.jpg?w=448&#038;h=213" alt="" width="448" height="213" /></a></p>
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;"><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof31.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-553" title="bali-roof31" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof31.jpg?w=448&#038;h=260" alt="" width="448" height="260" /></a></p>
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;"><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof321.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-555" title="bali-roof321" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof321.jpg?w=448&#038;h=258" alt="" width="448" height="258" /></a></p>
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;"><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof33.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-556" title="bali-roof33" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof33.jpg?w=448&#038;h=336" alt="" width="448" height="336" /></a></p>
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;"><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof3a.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-557" title="bali-roof3a" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof3a.jpg?w=448&#038;h=225" alt="" width="448" height="225" /></a></p>
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;"><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof4.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-558" title="bali-roof4" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof4.jpg?w=377&#038;h=336" alt="" width="377" height="336" /></a></p>
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;"><!--[if gte mso 9]&gt;  Normal 0   false false false        MicrosoftInternetExplorer4  &lt;![endif]--><!--[if gte mso 9]&gt;   &lt;![endif]--><!--  /* Font Definitions */  @font-face 	{font-family:"Angsana New"; 	panose-1:2 2 6 3 5 4 5 2 3 4; 	mso-font-alt:"Microsoft Sans Serif"; 	mso-font-charset:222; 	mso-generic-font-family:roman; 	mso-font-format:other; 	mso-font-pitch:variable; 	mso-font-signature:16777217 0 0 0 65536 0;} @font-face 	{font-family:Calibri; 	mso-font-charset:0; 	mso-generic-font-family:swiss; 	mso-font-pitch:variable; 	mso-font-signature:-1610611985 1073750139 0 0 159 0;} @font-face 	{font-family:JasmineUPC; 	mso-font-alt:"Microsoft Sans Serif"; 	mso-font-charset:222; 	mso-generic-font-family:roman; 	mso-font-pitch:variable; 	mso-font-signature:16777217 0 0 0 65536 0;}  /* Style Definitions */  p.MsoNormal, li.MsoNormal, div.MsoNormal 	{mso-style-parent:""; 	margin-top:0in; 	margin-right:0in; 	margin-bottom:10.0pt; 	margin-left:0in; 	line-height:115%; 	mso-pagination:widow-orphan; 	font-size:14.0pt; 	mso-bidi-font-size:16.0pt; 	font-family:"Angsana New"; 	mso-ascii-font-family:"Angsana New"; 	mso-fareast-font-family:Calibri; 	mso-hansi-font-family:"Angsana New"; 	mso-bidi-font-family:JasmineUPC;} @page Section1 	{size:8.5in 11.0in; 	margin:1.0in 1.25in 1.0in 1.25in; 	mso-header-margin:.5in; 	mso-footer-margin:.5in; 	mso-paper-source:0;} div.Section1 	{page:Section1;} --><!--[if gte mso 10]&gt; &lt;!   /* Style Definitions */  table.MsoNormalTable 	{mso-style-name:"Table Normal"; 	mso-tstyle-rowband-size:0; 	mso-tstyle-colband-size:0; 	mso-style-noshow:yes; 	mso-style-parent:""; 	mso-padding-alt:0in 5.4pt 0in 5.4pt; 	mso-para-margin:0in; 	mso-para-margin-bottom:.0001pt; 	mso-pagination:widow-orphan; 	font-size:10.0pt; 	font-family:"Times New Roman"; 	mso-ansi-language:#0400; 	mso-fareast-language:#0400; 	mso-bidi-language:#0400;} --> <!--[endif]--></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:left;">
<p class="MsoNormal" style="text-align:left;"><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof4a1.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-570" title="bali-roof4a1" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof4a1.jpg?w=448&#038;h=194" alt="" width="448" height="194" /></a></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:left;">
<p class="MsoNormal" style="text-align:left;">
<p class="MsoNormal" style="text-align:left;">
<p class="MsoNormal" style="text-align:left;">
<p class="MsoNormal" style="text-align:left;">
<p class="MsoNormal" style="text-align:left;"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:JasmineUPC;">รูปนี้เป็นอาคารขนาดใหญ่สูงสองชั้นของทางราชการ หลังคาก็ยังเป็นแบบบาหลี และประดับลวดลายบนหลังคาเช่นเดียวกัน ถ้าจะเปรียบเทียบกับหลังคาของเราก็คงคลายๆ หางหงส์ตามหลังคาโบสถ์ หรือกาแลตามบ้านทางเหนือ เมืองไทยเราก็มีการเอาหลังคาทรงไทยมาใส่บนอาคารแบบตะวันตกเหมือนกัน ที่เห็นอยู่ตามสถานที่ราชการ ที่มีมากที่สุดก็คือตึกตามถนนราชดำเนิน รูปข้างต้นทั้งหมดเป็นกลุ่มหลังคาแบบที่หนึ่ง</span></p>
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:left;">
<p style="text-align:center;"><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof51.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-560" title="bali-roof51" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof51.jpg?w=448&#038;h=307" alt="" width="448" height="307" /></a></p>
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;"><!--[if gte mso 9]&gt;  Normal 0   false false false        MicrosoftInternetExplorer4  &lt;![endif]--><!--[if gte mso 9]&gt;   &lt;![endif]--><!--  /* Font Definitions */  @font-face 	{font-family:"Angsana New"; 	panose-1:2 2 6 3 5 4 5 2 3 4; 	mso-font-alt:"Microsoft Sans Serif"; 	mso-font-charset:222; 	mso-generic-font-family:roman; 	mso-font-format:other; 	mso-font-pitch:variable; 	mso-font-signature:16777217 0 0 0 65536 0;} @font-face 	{font-family:Calibri; 	mso-font-charset:0; 	mso-generic-font-family:swiss; 	mso-font-pitch:variable; 	mso-font-signature:-1610611985 1073750139 0 0 159 0;} @font-face 	{font-family:JasmineUPC; 	mso-font-alt:"Microsoft Sans Serif"; 	mso-font-charset:222; 	mso-generic-font-family:roman; 	mso-font-pitch:variable; 	mso-font-signature:16777217 0 0 0 65536 0;}  /* Style Definitions */  p.MsoNormal, li.MsoNormal, div.MsoNormal 	{mso-style-parent:""; 	margin-top:0in; 	margin-right:0in; 	margin-bottom:10.0pt; 	margin-left:0in; 	line-height:115%; 	mso-pagination:widow-orphan; 	font-size:14.0pt; 	mso-bidi-font-size:16.0pt; 	font-family:"Angsana New"; 	mso-ascii-font-family:"Angsana New"; 	mso-fareast-font-family:Calibri; 	mso-hansi-font-family:"Angsana New"; 	mso-bidi-font-family:JasmineUPC;} @page Section1 	{size:8.5in 11.0in; 	margin:1.0in 1.25in 1.0in 1.25in; 	mso-header-margin:.5in; 	mso-footer-margin:.5in; 	mso-paper-source:0;} div.Section1 	{page:Section1;} --><!--[if gte mso 10]&gt; &lt;!   /* Style Definitions */  table.MsoNormalTable 	{mso-style-name:"Table Normal"; 	mso-tstyle-rowband-size:0; 	mso-tstyle-colband-size:0; 	mso-style-noshow:yes; 	mso-style-parent:""; 	mso-padding-alt:0in 5.4pt 0in 5.4pt; 	mso-para-margin:0in; 	mso-para-margin-bottom:.0001pt; 	mso-pagination:widow-orphan; 	font-size:10.0pt; 	font-family:"Times New Roman"; 	mso-ansi-language:#0400; 	mso-fareast-language:#0400; 	mso-bidi-language:#0400;} --> <!--[endif]--></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:left;"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:JasmineUPC;">รูปนี้แสดงให้เห็นโครงสร้างหลังคาแบบที่สองที่เรียกว่า “โจ๊กะ-โล” ก่อนที่จะมุงหลังคา มองดูคล้ายๆทรงหมวกกุยเล้ยของจีน ในสมัยนี้มีการทำกระเบื้องดินเผาสำหรับมุงโจ๊กะ-โลด้วยเหมือนกัน เพราะมีผู้นิยมทำบ้านหลังคาทรงนี้มากขึ้น</span></p>
<p style="text-align:center;"><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof6.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-561" title="bali-roof6" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof6.jpg?w=448&#038;h=218" alt="" width="448" height="218" /></a></p>
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;"><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof6a.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-562" title="bali-roof6a" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof6a.jpg?w=448&#038;h=266" alt="" width="448" height="266" /></a></p>
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;"><!--[if gte mso 9]&gt;  Normal 0   false false false        MicrosoftInternetExplorer4  &lt;![endif]--><!--[if gte mso 9]&gt;   &lt;![endif]--><!--  /* Font Definitions */  @font-face 	{font-family:"Angsana New"; 	panose-1:2 2 6 3 5 4 5 2 3 4; 	mso-font-alt:"Microsoft Sans Serif"; 	mso-font-charset:222; 	mso-generic-font-family:roman; 	mso-font-format:other; 	mso-font-pitch:variable; 	mso-font-signature:16777217 0 0 0 65536 0;} @font-face 	{font-family:Calibri; 	mso-font-charset:0; 	mso-generic-font-family:swiss; 	mso-font-pitch:variable; 	mso-font-signature:-1610611985 1073750139 0 0 159 0;} @font-face 	{font-family:JasmineUPC; 	mso-font-alt:"Microsoft Sans Serif"; 	mso-font-charset:222; 	mso-generic-font-family:roman; 	mso-font-pitch:variable; 	mso-font-signature:16777217 0 0 0 65536 0;}  /* Style Definitions */  p.MsoNormal, li.MsoNormal, div.MsoNormal 	{mso-style-parent:""; 	margin-top:0in; 	margin-right:0in; 	margin-bottom:10.0pt; 	margin-left:0in; 	line-height:115%; 	mso-pagination:widow-orphan; 	font-size:14.0pt; 	mso-bidi-font-size:16.0pt; 	font-family:"Angsana New"; 	mso-ascii-font-family:"Angsana New"; 	mso-fareast-font-family:Calibri; 	mso-hansi-font-family:"Angsana New"; 	mso-bidi-font-family:JasmineUPC;} @page Section1 	{size:8.5in 11.0in; 	margin:1.0in 1.25in 1.0in 1.25in; 	mso-header-margin:.5in; 	mso-footer-margin:.5in; 	mso-paper-source:0;} div.Section1 	{page:Section1;} --><!--[if gte mso 10]&gt; &lt;!   /* Style Definitions */  table.MsoNormalTable 	{mso-style-name:"Table Normal"; 	mso-tstyle-rowband-size:0; 	mso-tstyle-colband-size:0; 	mso-style-noshow:yes; 	mso-style-parent:""; 	mso-padding-alt:0in 5.4pt 0in 5.4pt; 	mso-para-margin:0in; 	mso-para-margin-bottom:.0001pt; 	mso-pagination:widow-orphan; 	font-size:10.0pt; 	font-family:"Times New Roman"; 	mso-ansi-language:#0400; 	mso-fareast-language:#0400; 	mso-bidi-language:#0400;} --> <!--[endif]--><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:JasmineUPC;">สองรูปนี้ถ่ายใหัเห็นบ้านที่มีหลังคาแบบโจ๊กะ-โลที่มุงด้วยกระเบื้องดินเผา ตามสันหลังคาก็ประดับด้วยลวดลายกระเบื้องดินเผาเช่นเดียวกัน</span></p>
<p style="text-align:center;"><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof8.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-563" title="bali-roof8" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof8.jpg?w=448&#038;h=299" alt="" width="448" height="299" /></a></p>
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:left;"><!--[if gte mso 9]&gt;  Normal 0   false false false        MicrosoftInternetExplorer4  &lt;![endif]--><!--[if gte mso 9]&gt;   &lt;![endif]--><!--  /* Font Definitions */  @font-face 	{font-family:"Angsana New"; 	panose-1:2 2 6 3 5 4 5 2 3 4; 	mso-font-alt:"Microsoft Sans Serif"; 	mso-font-charset:222; 	mso-generic-font-family:roman; 	mso-font-format:other; 	mso-font-pitch:variable; 	mso-font-signature:16777217 0 0 0 65536 0;} @font-face 	{font-family:Calibri; 	mso-font-charset:0; 	mso-generic-font-family:swiss; 	mso-font-pitch:variable; 	mso-font-signature:-1610611985 1073750139 0 0 159 0;} @font-face 	{font-family:JasmineUPC; 	mso-font-alt:"Microsoft Sans Serif"; 	mso-font-charset:222; 	mso-generic-font-family:roman; 	mso-font-pitch:variable; 	mso-font-signature:16777217 0 0 0 65536 0;}  /* Style Definitions */  p.MsoNormal, li.MsoNormal, div.MsoNormal 	{mso-style-parent:""; 	margin-top:0in; 	margin-right:0in; 	margin-bottom:10.0pt; 	margin-left:0in; 	line-height:115%; 	mso-pagination:widow-orphan; 	font-size:14.0pt; 	mso-bidi-font-size:16.0pt; 	font-family:"Angsana New"; 	mso-ascii-font-family:"Angsana New"; 	mso-fareast-font-family:Calibri; 	mso-hansi-font-family:"Angsana New"; 	mso-bidi-font-family:JasmineUPC;} @page Section1 	{size:8.5in 11.0in; 	margin:1.0in 1.25in 1.0in 1.25in; 	mso-header-margin:.5in; 	mso-footer-margin:.5in; 	mso-paper-source:0;} div.Section1 	{page:Section1;} --><!--[if gte mso 10]&gt; &lt;!   /* Style Definitions */  table.MsoNormalTable 	{mso-style-name:"Table Normal"; 	mso-tstyle-rowband-size:0; 	mso-tstyle-colband-size:0; 	mso-style-noshow:yes; 	mso-style-parent:""; 	mso-padding-alt:0in 5.4pt 0in 5.4pt; 	mso-para-margin:0in; 	mso-para-margin-bottom:.0001pt; 	mso-pagination:widow-orphan; 	font-size:10.0pt; 	font-family:"Times New Roman"; 	mso-ansi-language:#0400; 	mso-fareast-language:#0400; 	mso-bidi-language:#0400;} --> <!--[endif]--></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:left;"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:JasmineUPC;">รูปนี้เป็นอาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ที่ทำเป็นหลังคาแบบสองรอน ยิ่งมองเห็นคล้ายกับหลังคาแบบจีนชัดเจนมากยิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:JasmineUPC;"><span> </span>เป็นยังไงบ้างครับ วันนี้นำเสนอหลังคาแบบบาหลีให้ดูกันแบบจะจะ ไม่ทราบว่าจะชัดเจนพอไม๊? ถ้ายังไม่จุใจรีบๆบอกมา ผมจะหามาเพิ่มให้ ถ้านานไปผมอาจจะไปเที่ยวที่อื่นต่อบ้าง เพราะอยู่ที่นี่มานานจนจะหมดเรื่องมาเขียนให้ท่านได้อ่านกันแล้ว สำหรับท่านที่จะทำร้านอาหารผมมองดูว่าอาคารแบบโจ๊กะ-โล จะเหมาะมากกับเมืองไทย เพราะเป็นหลังคาทรงสูงไม่ร้อน ตัวอาคารก็เป็นทรงสี่เหลี่ยมโล่งๆ ส่วนจะมุงหลังคาด้วยหญ้าแฟก หรือใบจากก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด </span></p>
<p style="text-align:center;">
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/travelandgetrich.wordpress.com/549/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/travelandgetrich.wordpress.com/549/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/travelandgetrich.wordpress.com/549/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/travelandgetrich.wordpress.com/549/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/travelandgetrich.wordpress.com/549/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/travelandgetrich.wordpress.com/549/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/travelandgetrich.wordpress.com/549/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/travelandgetrich.wordpress.com/549/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/travelandgetrich.wordpress.com/549/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/travelandgetrich.wordpress.com/549/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=549&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://travelandgetrich.wordpress.com/2008/09/23/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b5-bali-roof/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/1daf7e1558294ff6eca013c3a40f8cc6?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">พาไปเที่ยว--พาไปรวย</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof1.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">bali-roof1</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof2.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">bali-roof2</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof3.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">bali-roof3</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof31.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">bali-roof31</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof321.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">bali-roof321</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof33.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">bali-roof33</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof3a.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">bali-roof3a</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof4.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">bali-roof4</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof4a1.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">bali-roof4a1</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof51.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">bali-roof51</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof6.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">bali-roof6</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof6a.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">bali-roof6a</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/09/bali-roof8.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">bali-roof8</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>