<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Travelandgetrich's Weblog</title>
	<atom:link href="http://travelandgetrich.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://travelandgetrich.wordpress.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Sun, 13 Dec 2009 08:04:07 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<cloud domain='travelandgetrich.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://www.gravatar.com/blavatar/b9d40486f3b1e83e1fe3020c4d10ed1c?s=96&#038;d=http://s.wordpress.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>Travelandgetrich's Weblog</title>
		<link>http://travelandgetrich.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://travelandgetrich.wordpress.com/osd.xml" title="Travelandgetrich&#8217;s Weblog" />
		<item>
		<title>โคมเทียน &#8211; สิ่งประดิษฐ์จากขวดพลาสติก</title>
		<link>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/12/07/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b9%8c%e0%b8%88-2/</link>
		<comments>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/12/07/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b9%8c%e0%b8%88-2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 07 Dec 2009 07:33:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>travelandgetrich</dc:creator>
				<category><![CDATA[สิ่งประดิษฐ์จากขวดน้ำม]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[โคมเทียน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://travelandgetrich.wordpress.com/?p=805</guid>
		<description><![CDATA[โคมเทียน &#8211; สิ่งประดิษฐ์จากขวดพลาสติก
ระยะนี้มีเทศกาลต่างๆที่ต้องจุดเทียนหลายวาระ ในการถือเทียนกลางแจ้งเป็นเวลานานๆก็มีปัญหาตามมา คือ
หนึ่ง เทียนโดนลมพัดแล้วดับ ต้องคอยประคองบังลมไม่ให้เทียนดับ เป็นเรื่องสร้างความเครียดพอสมควร มัวสาระวนกับเทียนจนใจไม่มีสมาธิกับกิจกรรมที่ทำอยู่
สอง มัวระวังลม น้ำตาเทียนก็หยดใส่มืออีก ร้อนจนมือไม้พอง แทบจะโยนเทียนทิ้ง
ก็มีคนหัวใส คิดค้นทำพลาสติกเป็นโคม กันลมพัดเทียนดับ กับเป็นที่ป้องกันน้ำตาเทียนหยดใส่มืออีกด้วย แก้ปัญหาความเครียดไปได้ เกิดความสดวกสบายเป็นอย่างดี
แต่การนำพลาสติกมาใช้งานนั้นก็ส่งผลให้เกิดขยะอีกมากมาย ทำลายสิ่งแวดล้อมของโลก ในขณะเดียวกัน ก็มีคนเราอีกพวกหนึ่งที่พยายามรณรงค์กำจัดขยะพลาสติก ผมเลยทดลองนำขวดน้ำพลาสติก มาดัดแปลงเป็นโคมเทียน แบบง่ายๆตามแบบ ต่อไปนี้ (คลิกที่ลิงค์เพื่อดูภาพ)
Candle Holder
ชั้นตอนแรก เอาขวดน้ำขนาด ๑.๕ ลิตรมาตัดประมาณครึ่งขวด
จากนั้น เก็บส่วนที่เป็นส่วนหัวไว้ นำมาเขียนให้เป็นรูปฟันปลา หรือใครมีหัวศิลป จะเขียนเป็นรูปกลีบบัวก็ได้
ขั้นต่อไป เอากรรไกรตัดตามแบบที่เขียนไว้
เสร็จแล้วเอาเทียนขนาดใกล้เคียงกับปากขวดมาเสียบลง ถ้าเทียนหลวม ก็หาเศษผ้า หรือกระดาษมาพันกับตัวเทียนให้คับกับปากขวด  แต่ยังคงให้เทียนเลื่อนขึ้นลงได้แบบแน่นๆ สำหรับปรับระดับตอนจุดเทียน ส่วนแท่งเทียนที่ยื่นมาจากปากขวดก็ทำเป็นด้ามถือ
ส่วนขวดที่ตัดเป็นฟันปลา ก็ดัดให้แบะออก ลักษณะเหมือนดอกบัวบาน ใช้งานได้ดีครับ
ถ้าใครจะไปดัดแปลงแต่งเติมให้มีลวดลายอื่นๆอีกก็แล้วแต่ความถนัด จะนำไปทำขายก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์แต่อย่างใด ยิ่งจะเป็นการช่วยกันลดขยะพลาสติก และเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่งด้วย
       <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=805&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><h2 style="text-align:center;"><strong><span style="color:#0000ff;">โคมเทียน &#8211; สิ่งประดิษฐ์จากขวดพลาสติก</span></strong></h2>
<p>ระยะนี้มีเทศกาลต่างๆที่ต้องจุดเทียนหลายวาระ ในการถือเทียนกลางแจ้งเป็นเวลานานๆก็มีปัญหาตามมา คือ</p>
<p>หนึ่ง เทียนโดนลมพัดแล้วดับ ต้องคอยประคองบังลมไม่ให้เทียนดับ เป็นเรื่องสร้างความเครียดพอสมควร มัวสาระวนกับเทียนจนใจไม่มีสมาธิกับกิจกรรมที่ทำอยู่</p>
<p>สอง มัวระวังลม น้ำตาเทียนก็หยดใส่มืออีก ร้อนจนมือไม้พอง แทบจะโยนเทียนทิ้ง</p>
<p>ก็มีคนหัวใส คิดค้นทำพลาสติกเป็นโคม กันลมพัดเทียนดับ กับเป็นที่ป้องกันน้ำตาเทียนหยดใส่มืออีกด้วย แก้ปัญหาความเครียดไปได้ เกิดความสดวกสบายเป็นอย่างดี</p>
<p>แต่การนำพลาสติกมาใช้งานนั้นก็ส่งผลให้เกิดขยะอีกมากมาย ทำลายสิ่งแวดล้อมของโลก ในขณะเดียวกัน ก็มีคนเราอีกพวกหนึ่งที่พยายามรณรงค์กำจัดขยะพลาสติก ผมเลยทดลองนำขวดน้ำพลาสติก มาดัดแปลงเป็นโคมเทียน แบบง่ายๆตามแบบ ต่อไปนี้ (คลิกที่ลิงค์เพื่อดูภาพ)</p>
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/12/candle-holder1.ppt">Candle Holder</a></p>
<p>ชั้นตอนแรก เอาขวดน้ำขนาด ๑.๕ ลิตรมาตัดประมาณครึ่งขวด</p>
<p>จากนั้น เก็บส่วนที่เป็นส่วนหัวไว้ นำมาเขียนให้เป็นรูปฟันปลา หรือใครมีหัวศิลป จะเขียนเป็นรูปกลีบบัวก็ได้</p>
<p>ขั้นต่อไป เอากรรไกรตัดตามแบบที่เขียนไว้</p>
<p>เสร็จแล้วเอาเทียนขนาดใกล้เคียงกับปากขวดมาเสียบลง ถ้าเทียนหลวม ก็หาเศษผ้า หรือกระดาษมาพันกับตัวเทียนให้คับกับปากขวด  แต่ยังคงให้เทียนเลื่อนขึ้นลงได้แบบแน่นๆ สำหรับปรับระดับตอนจุดเทียน ส่วนแท่งเทียนที่ยื่นมาจากปากขวดก็ทำเป็นด้ามถือ</p>
<p>ส่วนขวดที่ตัดเป็นฟันปลา ก็ดัดให้แบะออก ลักษณะเหมือนดอกบัวบาน ใช้งานได้ดีครับ</p>
<p>ถ้าใครจะไปดัดแปลงแต่งเติมให้มีลวดลายอื่นๆอีกก็แล้วแต่ความถนัด จะนำไปทำขายก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์แต่อย่างใด ยิ่งจะเป็นการช่วยกันลดขยะพลาสติก และเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่งด้วย</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/travelandgetrich.wordpress.com/805/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/travelandgetrich.wordpress.com/805/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/travelandgetrich.wordpress.com/805/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/travelandgetrich.wordpress.com/805/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/travelandgetrich.wordpress.com/805/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/travelandgetrich.wordpress.com/805/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/travelandgetrich.wordpress.com/805/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/travelandgetrich.wordpress.com/805/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/travelandgetrich.wordpress.com/805/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/travelandgetrich.wordpress.com/805/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=805&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/12/07/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b9%8c%e0%b8%88-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/1daf7e1558294ff6eca013c3a40f8cc6?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">พาไปเที่ยว--พาไปรวย</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>นวตกรรมที่ทำเงิน ( MAKE MONEY FROM INNOVATION)</title>
		<link>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/10/03/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-make-money-from-innovation/</link>
		<comments>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/10/03/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-make-money-from-innovation/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 03 Oct 2009 04:21:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>travelandgetrich</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Flower]]></category>
		<category><![CDATA[Food]]></category>
		<category><![CDATA[Handicraft]]></category>
		<category><![CDATA[Innovation]]></category>
		<category><![CDATA[คนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกไม้]]></category>
		<category><![CDATA[นวตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ผลไม้,]]></category>
		<category><![CDATA[พันธุ์พืช]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แนวทางทำธุระกิจ,]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกนมสวรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกปทุมมา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://travelandgetrich.wordpress.com/?p=775</guid>
		<description><![CDATA[นวตกรรมที่ทำเงิน ( MAKE MONEY FROM INNOVATION)
 นานแล้วที่ผมไม่ได้เขียนเรื่องยาวๆลงในบล็อก ตั้งแต่ผมกลับเมืองไทยมาเกือบปี สาเหตุเพราะไม่มีเวลาว่างมากเหมือนตอนอยู่ต่างประเทศ มาอยู่เมืองไทยเที่ยวนี้ก็มีโอกาศได้เดินทางไปทั่วประเทศอีกครั้งหนึ่ง รู้สึกว่าเป็นรอบที่สาม หรือที่สี่แล้วในชีวิตของผม เที่ยวนี้ได้มีโอกาศพูดคุยกับผู้คนจำนวนมากกว่าทุกๆครั้ง ได้เห็นประเทศไทยในยามเศรษฐกิจตกต่ำ ได้เห็นความลำบากของผู้คน ได้แลกเปลี่ยนความทุกข์ในการทำธุรกิจ ไปทางไหนผมได้ยินแต่คำถาม “จะทำอะไรกินกันดี” ผมลองมานั่งรวบรวมประสบการณ์ที่ผ่านมาจากทุกๆประเทศและวิเคราะห์ความสามารถของคนไทยแล้ว เห็นของดีของเมืองไทยมากมายจากการที่ได้เดินทางมาหลายรอบประเทศ มองเห็นลู่ทางที่เราจะช่วยกันคิด ช่วยกันทำ เพื่อสร้างรายได้ให้กับตัวเราได้โดยไม่ต้องพึ่งต่างประเทศเป็นหลัก แต่คนส่วนใหญ่มองไม่เห็น หรือไม่ทราบว่าของเหล่านั้นมันทำเงินได้
สิ่งนั้นก็คือเราต้องสร้าง “นวตกรรม” ของเราเอง นวตกรรมที่ภาษาฝรั่งเรียกว่า INNOVATION หรือแปลเป็นถาษาลูกทุ่งตามแนวของผม คือ”การคิดค้นอะไรใหม่ๆ”ขึ้นมาเพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ ความจริงแล้วคนไทยเราเป็นนักค้นคิดประดิษฐ์อะไรมากมายมาตั้งแต่สมัยโบราณ จากประวัติศาสตร์จะเห็นได้ว่า พ่อขุนรามกำแหงท่านได้คิดด้นประดิษฐ์อ้กษรไทยให้เราใช้กันมาจนถึงวันนี้ โดยที่อีกหลายชาติไม่มีตัวอักษรของตนเอง ต้องยืมเอาดัวอักษรภาษาอังกฤษมาใช้  หรือการทอผ้าลายน้ำไหล ที่ถือว่าเป็นการคิดค้นที่ซับซ้อนมาก ตั้งแต่ขั้นตอนการย้อมเส้นไหม หรือจากการคิดค้นทำรายลดน้ำปิดทอง การหล่อปีนใหญ่สมัยกรุงศรีอยุธยา  การหล่อพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ฯลฯ แต่ไม่ทราบว่าการเป็นนักประดิษฐ์ในจิตวิญญาณของคนไทยมันหายไปในยุคไหน ที่ทำให้การคิดค้นประดิษฐ์ใหม่ๆขาดหายไปจากเมืองไทยในยุคนี้

จากที่เคยพูดคุยกับคนไทยจำนวนมากในเรื่องนี้จึงพบว่า คนไทยเราจำนวนมากยังไม่เข้าใจถึงเรื่องของนวตกรรมดีนัก และมักจะพบกับข้อโต้แย้งกับแนวความคิดนี้มากมาย กว่าจะชี้แจงกันเข้าใจก็หมดน้ำลาย และน้ำเหล้าไปเยอะ ก่อนที่ผมจะพูดในรายละเอียดต่อไป ผมขอสรุปประเด็นที่ได้จากข้อโต้แย้งมาให้ท่านเข้าใจเสียก่อน มิฉะนั้นท่านจะไม่อ่านเรื่องนี้ต่อและหนักกว่านั้นอาจจะแอบด่าว่าผมเพ้อเจ้อ ว่าประเทศไทยจะไปคิดอะไรใหม่ๆหรือสร้างนวตกรรมอะไรได้ ขอให้อ่านต่อไปสักสองสามย่อหน้าก่อนที่จะด่าว่าผม
ประเด็นที่หนึ่ง [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=775&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p align="center"><span style="color:#0000ff;"><span style="text-decoration:underline;"><strong>นวตกรรมที่ทำเงิน </strong><strong>( MAKE MONEY</strong><strong> </strong><strong>FROM INNOVATION)</strong></span></span></p>
<p><strong> </strong>นานแล้วที่ผมไม่ได้เขียนเรื่องยาวๆลงในบล็อก ตั้งแต่ผมกลับเมืองไทยมาเกือบปี สาเหตุเพราะไม่มีเวลาว่างมากเหมือนตอนอยู่ต่างประเทศ มาอยู่เมืองไทยเที่ยวนี้ก็มีโอกาศได้เดินทางไปทั่วประเทศอีกครั้งหนึ่ง รู้สึกว่าเป็นรอบที่สาม หรือที่สี่แล้วในชีวิตของผม เที่ยวนี้ได้มีโอกาศพูดคุยกับผู้คนจำนวนมากกว่าทุกๆครั้ง ได้เห็นประเทศไทยในยามเศรษฐกิจตกต่ำ ได้เห็นความลำบากของผู้คน ได้แลกเปลี่ยนความทุกข์ในการทำธุรกิจ ไปทางไหนผมได้ยินแต่คำถาม “จะทำอะไรกินกันดี” ผมลองมานั่งรวบรวมประสบการณ์ที่ผ่านมาจากทุกๆประเทศและวิเคราะห์ความสามารถของคนไทยแล้ว เห็นของดีของเมืองไทยมากมายจากการที่ได้เดินทางมาหลายรอบประเทศ มองเห็นลู่ทางที่เราจะช่วยกันคิด ช่วยกันทำ เพื่อสร้างรายได้ให้กับตัวเราได้โดยไม่ต้องพึ่งต่างประเทศเป็นหลัก แต่คนส่วนใหญ่มองไม่เห็น หรือไม่ทราบว่าของเหล่านั้นมันทำเงินได้</p>
<p>สิ่งนั้นก็คือเราต้องสร้าง “นวตกรรม” ของเราเอง นวตกรรมที่ภาษาฝรั่งเรียกว่า INNOVATION หรือแปลเป็นถาษาลูกทุ่งตามแนวของผม คือ”การคิดค้นอะไรใหม่ๆ”ขึ้นมาเพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ ความจริงแล้วคนไทยเราเป็นนักค้นคิดประดิษฐ์อะไรมากมายมาตั้งแต่สมัยโบราณ จากประวัติศาสตร์จะเห็นได้ว่า พ่อขุนรามกำแหงท่านได้คิดด้นประดิษฐ์อ้กษรไทยให้เราใช้กันมาจนถึงวันนี้ โดยที่อีกหลายชาติไม่มีตัวอักษรของตนเอง ต้องยืมเอาดัวอักษรภาษาอังกฤษมาใช้  หรือการทอผ้าลายน้ำไหล ที่ถือว่าเป็นการคิดค้นที่ซับซ้อนมาก ตั้งแต่ขั้นตอนการย้อมเส้นไหม หรือจากการคิดค้นทำรายลดน้ำปิดทอง การหล่อปีนใหญ่สมัยกรุงศรีอยุธยา  การหล่อพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ฯลฯ แต่ไม่ทราบว่าการเป็นนักประดิษฐ์ในจิตวิญญาณของคนไทยมันหายไปในยุคไหน ที่ทำให้การคิดค้นประดิษฐ์ใหม่ๆขาดหายไปจากเมืองไทยในยุคนี้</p>
<p><span id="more-775"></span></p>
<p>จากที่เคยพูดคุยกับคนไทยจำนวนมากในเรื่องนี้จึงพบว่า คนไทยเราจำนวนมากยังไม่เข้าใจถึงเรื่องของนวตกรรมดีนัก และมักจะพบกับข้อโต้แย้งกับแนวความคิดนี้มากมาย กว่าจะชี้แจงกันเข้าใจก็หมดน้ำลาย และน้ำเหล้าไปเยอะ ก่อนที่ผมจะพูดในรายละเอียดต่อไป ผมขอสรุปประเด็นที่ได้จากข้อโต้แย้งมาให้ท่านเข้าใจเสียก่อน มิฉะนั้นท่านจะไม่อ่านเรื่องนี้ต่อและหนักกว่านั้นอาจจะแอบด่าว่าผมเพ้อเจ้อ ว่าประเทศไทยจะไปคิดอะไรใหม่ๆหรือสร้างนวตกรรมอะไรได้ ขอให้อ่านต่อไปสักสองสามย่อหน้าก่อนที่จะด่าว่าผม</p>
<p><strong><span style="text-decoration:underline;">ประเด็นที่หนึ่ง</span></strong> คนไทยไปเข้าใจว่านวตกรรม หรือสิ่งประดิษฐ์ที่คิดค้นขึ้นมาใหม่ๆนั้นต้องเป็นของไฮเท็คเท่านั้น</p>
<p>จากความเข้าใจแบบนี้ทำให้คนจำนวนมากคิดว่าประเทศไทยเราไม่มีเทคโนโลยี่อันก้าวหน้า เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องบินไฮเทค หุ่นยนตร์ ฯลฯ เราจะไปประดิษฐ์คิดค้นสู้กับต่างประเทศได้อย่างไร?</p>
<p><strong><span style="text-decoration:underline;">คำตอบคือ </span></strong><strong> </strong></p>
<p>“นวตกรรม” หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆไม่จำเป็นต้องของไฮเท็คเท่านั้น มันอาจจะเป็น:</p>
<p>1 ) พันธุ์พืชใหม่ๆ เช่นพันธุ์กล้วยไม้ที่คนไทยเราผสมขึ้นมาใหม่ ดอกสวยงามที่ไม่เคยมีมาก่อน</p>
<p>หรือพันธ์มะม่วงใหม่ๆ เช่นเขียวเสวย ฟ้าลั่น หรือทุเรียนหมอนทอง ดอกกระเจียวลูกผสม สีแปลกๆ ส้มโอพันธุ์ทองดี ต้นโป๊ยเซียนดอกสวยๆ</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-787" title="24690_20_2" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/10/24690_20_2.jpg?w=401&#038;h=240" alt="24690_20_2" width="401" height="240" /></p>
<p>นี่คือรูปดอกกระเจียวหลากสีที่แต่เดิมเป็นดอกไม้ป่าไร้ค่าไม่มีคนสนใจ แต่ปัจจุบันทำเงินจากการส่งออกปีละหลายร้อล้านบาท</p>
<div id="attachment_788" class="wp-caption aligncenter" style="width: 411px"><img class="size-full wp-image-788" title="001746_m" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/10/001746_m.jpg?w=401&#038;h=515" alt="นี่เป็นรูปเดี่ยวชัดๆ ของกระเจียวสายพันธ์ที่ ชื่อว่า &quot;ปทุมมา&quot; ที่มีประวัติที่เหลือเชื่อยิ่งกว่านิยาย" width="401" height="515" /><p class="wp-caption-text">นี่เป็นรูปเดี่ยวชัดๆ ของกระเจียวสายพันธ์ที่ ชื่อว่า &quot;ปทุมมา&quot; ที่มีประวัติที่เหลือเชื่อยิ่งกว่านิยาย ผมจะเล่าให้ท่านฟังในโอกาศต่อไป</p></div>
<p>แม้กระทั่งดอกไม้ป่าหลายชนิดที่คนมองไม่เห็นคุณค่า เช่น ดอกนมสวรรค์ (ดอกนมสาว) แถวจังหวัดสุราษฎ์ นครศรีธรรมราช  ดอกเอื้องดิน สีขาว ที่แหลมสิงห์ ฯลฯ</p>
<p style="text-align:center;">
<div id="attachment_778" class="wp-caption aligncenter" style="width: 584px"><img class="size-large wp-image-778" title="Hotel Yajai &amp; SC Park 049" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/10/hotel-yajai-sc-park-0492.jpg?w=574&#038;h=430" alt="เอื้องแหลมสิงห์" width="574" height="430" /><p class="wp-caption-text">เอื้องแหลมสิงห์</p></div>
<p>2) พันธ์สัตว์ใหม่ๆ เช่น ปลาทับทิม ปลานิลกระเทย ที่คนไทยพัฒนาต่อยอด</p>
<p>3) อาหารแปลกๆ เช่น ก๋วยเตี๋ยวผัดโทย วุ้นที่เกิดจากการนำน้ำมะพร้าวไปหมัก ข้าวกล้องงอก น้ำข้าวกล้องงอก น้ำมังคุด</p>
<p>4) เครื่องจักรกลอย่างง่ายๆ เช่น รถสามล้อถีบ รถตุ๊กตุ๊ก เรือหางยาว รถไถนา กระดานไม้ที่พ่วงกับรถไถนาสำหรับให้คนไถขึ้นไปยืนไม่ต้องเดินตาม เครื่องดูดน้ำออกจากขวดแกลอนโดยไม่ต้องยกเท</p>
<p>5) กระบวนการผลิต หรือกระบวนการจัดการใหม่ๆ เช่น ลายทอผ้าแปลกๆ การผลิตกระดาษจากมูลช้าง  กระบวนการปิดทองลงรัก กระบวนการผลิตไข่ปลอม น้ำมันมะพร้าวกลั่นเย็น  การนวดแผนไทยแบบล้านนา หรือตัวอย่างของต่างประเทศ เช่น SIX SIGMA, LEAN WAY OF TOYOTA, 7-WASTES.</p>
<p>6) ยาใหม่ๆที่ได้จากสมุนไพร เช่น ยาข้บลมทำจากขมิ้นชัน ยาแก้โรคกระเพาะจากต้นเปล้าน้อย ยาสมานแผลและแก้สิวจากเปลือกมังคุด ใบมะรุมอบแห้ง</p>
<div id="attachment_785" class="wp-caption aligncenter" style="width: 489px"><img class="size-full wp-image-785" title="Khaoyai027ss" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/10/khaoyai027ss.jpg?w=479&#038;h=360" alt="นี่แหละดอกนมสวรรค์ ที่เป็นวัชพืชแถบภาคใต้ที่กำลังจะกลายมาเป็นไม้ประดับในอนาคต" width="479" height="360" /><p class="wp-caption-text">นี่แหละดอกนมสวรรค์ ที่เป็นวัชพืชแถบภาคใต้ที่กำลังจะกลายมาเป็นไม้ประดับในอนาคต</p></div>
<div id="attachment_789" class="wp-caption aligncenter" style="width: 478px"><img class="size-full wp-image-789" title="Clerodendrum_paniculatum_Alba_1MKh" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/10/clerodendrum_paniculatum_alba_1mkh.jpg?w=468&#038;h=515" alt="นี่คือดอกนมสววรค์สีขาว ที่อยากให้ผู้อ่านช่วยติดตามหาในแถบภาคใต้" width="468" height="515" /><p class="wp-caption-text">นี่คือดอกนมสววรค์สีขาว ที่อยากให้ผู้อ่านช่วยติดตามหาในแถบภาคใต้</p></div>
<div id="attachment_790" class="wp-caption aligncenter" style="width: 510px"><img class="size-full wp-image-790" title="Clerodendrum_paniculatum_Yellow_2MKh" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/10/clerodendrum_paniculatum_yellow_2mkh.jpg?w=500&#038;h=334" alt="ส่วนดอกนมสววรค์ สีเหลือง มีผู้บอกว่าพบแถวจังหวัดยะลา ผมยังไม่เคยเจอ ฝากท่านที่อยู่ยะลาลองสืบหาด้วย และรีบนำมาขยายพันธ์" width="500" height="334" /><p class="wp-caption-text">ส่วนดอกนมสววรค์ สีเหลือง มีผู้บอกว่าพบแถวจังหวัดยะลา ผมยังไม่เคยเจอ ฝากท่านที่อยู่ยะลาลองสืบหาด้วย และรีบนำมาขยายพันธ์</p></div>
<p>เห็นไม๊ครับ แค่ตัวอย่างหกหมวดที่ผมยกมาให้เห็นก็ทำให้เรามีเรื่องไปคิดต่อได้อีกมากมายทีเดียวละครับโดยไม่ต้องอาศัยเทคโนโลยี่ที่ซับซ้อน และไม่ต้องพึ่งของไฮเท็คอีกด้วย ท่านสามารถจะเลือกเอาเรื่องที่ท่านถนัด และชำนาญอยู่แล้ว มาต่อยอดเป็นนวตกรรมใหม่ๆได้ ถ้าท่านยังไม่เห็นภาพช้ดเจน ผมจะขอนำต้วอย่างการคิดสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดขึ้นมาแล้วที่ผมได้เห็น ได้ทราบมาเล่าให้ท่านฟังเพื่อให้ท่านเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น ในอันดับต่อไป</p>
<p><strong><span style="text-decoration:underline;">ประเด็นที่สอง</span></strong><strong> </strong>เมื่อคิดได้แล้วไม่รู้ว่าจะนำไปทำเป็นเงินได้อย่างไร?</p>
<p><strong><span style="text-decoration:underline;">คำตอบคือ</span></strong><strong> </strong></p>
<p>ปัจจุบันมีหน่วยงานของรัฐหลายแห่งที่ตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยให้นักประดิษฐ์ที่คิดค้นนวตกรรมขี้นมานั้น สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นเชิงพาณิชย์ทำเงินได้ หรือแม้กระทั่งช่วยสนับสนุนให้เกิดการซื้อขายนวตกรรมนั้นให้กับผู้ผลิตนำไปสร้างต่อไป หน่วยงานเหล่านั้นได้แก่</p>
<p>สำนักงาน นวตกรรมแห่งชาติ</p>
<p>กรมทรัพย์สินทางปัญญา</p>
<p><strong><span style="text-decoration:underline;">ประเด็นที่สาม</span></strong><strong> </strong>แล้วเราจะคิดสิ่งประดิษฐ์ได้อย่างไร?</p>
<p><strong><span style="text-decoration:underline;">คำตอบคือ</span></strong><strong> </strong></p>
<p>ประเด็นที่ว่าเราจะค้นคิด นวตกรรม หรือสิ่งประดิษฐ์นั้นขึ้นมาได้อย่างไรนั้น ผมขอเสนอแนะตามประสบการณ์และประสบเกิน ที่ผมได้เห็นมา อาจจะไม่เหมือนกับที่นักวิชาการเค้าว่ากัน ผมได้ยินว่า แค่คำว่า “นวตกรรม” ก็ยังเถียงกันไม่จบว่าหมายถึงอะไร แทนที่จะเอาเวลาไปคิดสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ผมขอจัดหมวดหมู่สิ่งที่ผลักดันให้เกิดการคิดค้นเรื่องใหม่ๆของคนไทยเราที่ผ่านมาดังนี้:</p>
<p><strong>1) </strong><strong>คิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา </strong><strong> </strong></p>
<p>ความลำบากในวิถีชีวิตของเราทำให้เราต้องขวนขวายหาวิธีการต่างๆมาช่วยให้การดำเนินชีวิตของเราสดวกยิ่งขึ้น ผมขอยกตัวอย่างสิ่งประดิษฐ์ของไทยที่เกิดขึ้นในหมวดนี้ เรื่องนี้เกิดขึ้นในสมัยพระร่วง สมัยนั้นชนเผ่าไทยเพิ่งอพยพเข้ามาตั้งรกรากในแผ่นดินสุวรรณภูมิ และอยู่ใต้การปกครองของขอม ในฐานะของผู้ถูกปกครอง จำเป็นต้องนำเครื่องราชบรรณาการไปส่งให้ขอมทุกปี พระร่วงถูกกำหนดให้ต้องนำน้ำในทะเลชุบศร (เค้าว่าอยู่แถวจังหวัด ลพบุรื) ไปส่งให้ขอมในประเทศเขมรจำนวน ๑๐๐ โอ่ง ทุกปี ให้ท่านรองหลับตานึกภาพภูมิประเทศของจังหวัดลพบุรีไปยังประเทศเขมรเมื่อเจ็ดร้อยกว่าปีก่อน ว่ามันเต็มไปด้วยป่าเขาสูง และถนนหนทางก็ไม่มี ยานพาหนะก็มีแค่เกวียนที่ใช้วัว ควาย ลากไปตามทางเกียวนที่เต็มไปด้วย หลุม บ่อ ขึ้นเขา ลงหว้ย ในขณะเดียวกันต้องบันทุก โอ่งที่มีน้ำหนักมากและเมื่อมีน้ำเต็ม ก็ยิ่งหนักเข้าไปอีก</p>
<p>ดังนั้น จากการเดินทางระยะไกลหลายร้อยกิโลเมตร ทำให้เกวียนที่ทำจากไม้ เกิดการหักพังเพราะบันทุกของหนัก โอ่งที่บันทุกมาก็ตกแตกน้ำที่บันทุกมาก็หกหมด บางครั้งโอ่งที่ทำจากดินเผา กระแทกกันเองแตกเสียหายน้ำที่บรรจุอยู่ก็ไหลไปหมด จากปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น ทำให้การนำน้ำไปส่งไม่ครบถ้วน โดนทำโทษอยู่เป็นประจำ ความยากลำบากที่เกิดขึ้นปีแล้วปีเล่า ทำให้พระร่วงมานั่งคิดหาทางแก้ปัญหาอุปสรรคในการนำน้ำไปส่งให้ขอมให้สะดวกยิ่งขึ้น</p>
<p>ในที่สุดท่านก็คิดหาทางแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ด้วยการ สร้างกระออมใส่น้ำแทนการใช้โอ่งที่ทำจากดินเผามาบรรจุน้ำ (กระออมบรรจุน้ำ จะเป็นการนำไม้ไผ่มาจัก แล้วสานเป็นรูปทรงกลมๆคล้ายโอ่ง จากนั้นก็จะเอายางไม้ที่เรียกว่า “ชัน” มาทาทั้งด้านนอกและด้านใน เมื่อใส่น้ำๆก็ไม่รั่วออก ) ตัวกระออมก่อนบรรจุน้ำจะมีน้ำหนักเบากว่าโอ่งมาก การสานก็ออกแบบให้มีรูปทรงที่เมาะสมกับรูปทรงของเกวียนที่บันทุก ทำให้มีน้ำหนักเบาและสามารถบันทุกน้ำได้มากขึ้นโอกาศที่เกีวยนจะหักพังก็มีน้อย ที่สำคัญที่สุดกระออมไม่แตกจากการกระแทกกระทบกัน การบันทุกน้ำไปส่งขอมก็ครบถ้วนและทำได้ง่ายขึ้นเยอะ</p>
<p>นี่ละครับ ตัวอย่างการคิดค้นที่เกิดจากการที่เราต้องแก้ปัญหาความยากลำบากในการดำรงชีพของเรา</p>
<p>ผมขอเล่าเพิ่มเติมอีกนิด พอกษัตรย์ขอม เห็นกระออมที่พระร่วงใส่น้ำมาก็ทรงตรัษว่า คนไทยนั้นมีคนดีมาเกิดแล้ว และขอมคงจะปกครองต่อไปลำบากแล้ว จากนั้นมาไม่นาน ไทยก็ประกาศตัวเป็นเอกราชจากขอม</p>
<p>(ยังมีต่อภาคสอง)</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/travelandgetrich.wordpress.com/775/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/travelandgetrich.wordpress.com/775/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/travelandgetrich.wordpress.com/775/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/travelandgetrich.wordpress.com/775/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/travelandgetrich.wordpress.com/775/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/travelandgetrich.wordpress.com/775/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/travelandgetrich.wordpress.com/775/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/travelandgetrich.wordpress.com/775/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/travelandgetrich.wordpress.com/775/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/travelandgetrich.wordpress.com/775/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=775&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/10/03/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-make-money-from-innovation/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/1daf7e1558294ff6eca013c3a40f8cc6?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">พาไปเที่ยว--พาไปรวย</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/10/24690_20_2.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">24690_20_2</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/10/001746_m.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">001746_m</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/10/hotel-yajai-sc-park-0492.jpg?w=1024" medium="image">
			<media:title type="html">Hotel Yajai &#38; SC Park 049</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/10/khaoyai027ss.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Khaoyai027ss</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/10/clerodendrum_paniculatum_alba_1mkh.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Clerodendrum_paniculatum_Alba_1MKh</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/10/clerodendrum_paniculatum_yellow_2mkh.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Clerodendrum_paniculatum_Yellow_2MKh</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>นิสัยที่คนไทยควรพิจารณา</title>
		<link>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/04/15/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93/</link>
		<comments>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/04/15/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 15 Apr 2009 16:19:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>travelandgetrich</dc:creator>
				<category><![CDATA[คนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ความสามัคคี]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กไทย]]></category>
		<category><![CDATA[นิสัยคนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เก่งยกห้อง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://travelandgetrich.wordpress.com/?p=758</guid>
		<description><![CDATA[นิสัยที่คนไทยควรพิจารณา
ช่วงนี้ผมได้กลับมาเที่ยวอยู่ในเมืองไทย ได้เห็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงต่างๆในเมืองไทยที่ดีๆหลายอย่างๆ ผมจะไม่พูดถึงเรื่องเลวๆทางการเมืองของเมืองไทย แต่จะพูดถึงเรื่องที่ผมสังเกตุเห็น ในอีกมุมมองหนึ่ง ท่านอื่นๆอาจจะอยู่ในเมืองไทยมาตลอดก็อาจจะไม่เห็นในส่วนนี้ ผมถ้าอยู่ในเมืองไทยตลอดเวลาไม่ได้จากประเทศไทยไปนานๆก็อาจจะมองไม่เห็นประเด็นนี้
ผมกลับมาอยู่เมืองไทยเที่ยวนี้ได้เห็นรายการใหม่ๆที่ดีๆทางทีวีหลายรายการ แทนละครน้ำเน่าปัญญาอ่อนที่มีแต่การร้องกรีดๆของนางตัวอิจฉา รายการละครน้ำเน่านั้นก็แสดงให้เห็นภูมิปัญญาของคนเขียนบทละคร ผู้กำกับและเจ้าของรายการด้วยว่าปัญญามีแค่ไหน
รายการที่ดีๆนั้นผมขอชมเชยรายการสหเฮด รายการของกระทรวง วิทยาศาสตร์ และรายการเก่งยกห้อง รายการเก่งยกห้องนั้นเป็นการเอาเด็กๆประมาณชั้น ป๓-ป๔ ทั้งห้องจำนวนยี่สิบคน จากโรงเรียนเดียวกันมาทำกิจกรรมร่วมกันเป็นการแข่งขันกับตัวเอง สามกิจกรรม ว่าจะทำได้ทั้งสามกิจกรรมหรือไม่? กิจกรรมทั้งสามก็จะประกอบด้วย


กิจกรรมที่หนึ่ง เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวพันกับการร่วมกันใช้ความคิดสร้างสรรคทำงานร่วมกันทั้งชั้นเช่น เอาดินน้ำมันหลากสีมาให้เด็กทั้งยี่สิบคนปั้นให้มีความหมายว่า &#8220;น้ำมาปลากินมด น้ำลดมดกินปลา&#8221; แล้วให้ผู้ใหญ่สามคนมาทายว่าจะทายถูกหรือไม่? ถ้าทายถูกสองจากสามคนแปลว่าเด็กๆทำได้ หรือเอาใบตองกล้วยมาทำเตาไมโครเวป ดังในรูปข้างต้น
กิจกรรมที่สองจะเป็นกิจกรรมที่ต้องวางแผนร่วมกัน แล้วให้แต่ละคนมาทำซึ่งทุกคนต้องทำให้ได้ทั้งห้องจึงจะผ่าน เช่นเอาปากขวดมาคว่ำวางลงบนแท่น ทับแผ่นกระดาษเล็กๆไว้ แล้วให้เด็กๆทุกคนดึงกระดาษออกโดยขวดไม่ตกจากแท่น เอากระป๋องมาซ้อนต่อกันยี่สิบใบโดยไม่ล้ม
กิจกรรมที่สามเป็นกิจกรรมที่ต้องวางแผนร่วมกันและให้ทำพร้อมๆกันทุกคนเช่นการเดินตะขาบที่ทุกคนต้องทำโดยพร้อมเพรียงกัน หรือการให้เด็กที่แข็งแรงที่สุดลากกล่องไม้สี่เหลี่ยมไปบนพื้นที่มีเพื่อนๆเข้าไปยืนอยู่ในกล่องสิบเก้าคน โดยมีไม้กระบอก ลูกก๊อฟและลูกเทนนิสให้เด็กๆเลือกเอามาเป็นตัวช่วย

ที่ผมขอพูดถึงรายการนี้เพราะผมชอบความคิดของผู้จัด ที่แปลกแหวกแนวในการเอาเด็กๆมาทำงานร่วมกัน คนไทยเรานั้นได้ชื่อว่าเก่งคนเดียว เช่นชกมวยเก่ง ตีกอล์ฟเก่ง แต่เล่นฟุตบอลเป็นทีมละก็ไม่ได้เรื่องเลย จนมีคนเอามาเปรียบเปรยไว้ ผมไม่แน่ใจว่าเป็นคนญี่ปุ่นหรือคนไทย เค้าว่า &#8220;ถ้าเอาคนญี่ปุ่นหนึ่งคนมาแข่งกับคนไทยคนหนึ่ง คนไทยจะชนะ  แต่ถ้าเอาคนไทยยี่สิบคนมาแข่งกับญี่ปุ่นยี่สิบคน ญี่ปุ่นจะชนะ&#8221;
รายการนี้เอาเด็กๆที่ไร้เดียงสามาแสดงเพื่อให้เห็นนิสัยแท้ๆของคนไทยที่ซึมซับไปยังเด็ก จากเด็กๆที่ได้ดูตัวอย่างมาจากพ่อ แม่ และครูๆที่โรงเรียน เป็นเหมือนกระจกเงาสะท้อนให้เราได้เห็นนิสัยของคนไทยเอง จากที่ผมได้ดูรายการนี้มาหลายหนสรุปได้ว่านิสัยของเด็กๆที่มาจากหลายๆโรงเรียน ซึ่งอาจจะเป็นกระจกเงาสะท้อนนิสัยของคนไทยนั้นสรุปได้ดังนี้


 การทำงานไม่มีการทำงานอย่างจริงจัง [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=758&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p align="center"><strong><span style="text-decoration:underline;">นิสัยที่คนไทยควรพิจารณา</span></strong><strong></strong></p>
<p>ช่วงนี้ผมได้กลับมาเที่ยวอยู่ในเมืองไทย ได้เห็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงต่างๆในเมืองไทยที่ดีๆหลายอย่างๆ ผมจะไม่พูดถึงเรื่องเลวๆทางการเมืองของเมืองไทย แต่จะพูดถึงเรื่องที่ผมสังเกตุเห็น ในอีกมุมมองหนึ่ง ท่านอื่นๆอาจจะอยู่ในเมืองไทยมาตลอดก็อาจจะไม่เห็นในส่วนนี้ ผมถ้าอยู่ในเมืองไทยตลอดเวลาไม่ได้จากประเทศไทยไปนานๆก็อาจจะมองไม่เห็นประเด็นนี้</p>
<p>ผมกลับมาอยู่เมืองไทยเที่ยวนี้ได้เห็นรายการใหม่ๆที่ดีๆทางทีวีหลายรายการ แทนละครน้ำเน่าปัญญาอ่อนที่มีแต่การร้องกรีดๆของนางตัวอิจฉา รายการละครน้ำเน่านั้นก็แสดงให้เห็นภูมิปัญญาของคนเขียนบทละคร ผู้กำกับและเจ้าของรายการด้วยว่าปัญญามีแค่ไหน</p>
<p>รายการที่ดีๆนั้นผมขอชมเชยรายการสหเฮด รายการของกระทรวง วิทยาศาสตร์ และ<strong>รายการเก่งยกห้อง </strong>รายการเก่งยกห้องนั้นเป็นการเอาเด็กๆประมาณชั้น ป๓-ป๔ ทั้งห้องจำนวนยี่สิบคน จากโรงเรียนเดียวกันมาทำกิจกรรมร่วมกันเป็นการแข่งขันกับตัวเอง สามกิจกรรม ว่าจะทำได้ทั้งสามกิจกรรมหรือไม่? กิจกรรมทั้งสามก็จะประกอบด้วย</p>
<p><span id="more-758"></span></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-763" title="e0b980e0b881e0b988e0b8871_resize" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/04/e0b980e0b881e0b988e0b8871_resize.jpg?w=500&#038;h=375" alt="e0b980e0b881e0b988e0b8871_resize" width="500" height="375" /></p>
<p>กิจกรรมที่หนึ่ง เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวพันกับการร่วมกันใช้ความคิดสร้างสรรคทำงานร่วมกันทั้งชั้นเช่น เอาดินน้ำมันหลากสีมาให้เด็กทั้งยี่สิบคนปั้นให้มีความหมายว่า &#8220;น้ำมาปลากินมด น้ำลดมดกินปลา&#8221; แล้วให้ผู้ใหญ่สามคนมาทายว่าจะทายถูกหรือไม่? ถ้าทายถูกสองจากสามคนแปลว่าเด็กๆทำได้ หรือเอาใบตองกล้วยมาทำเตาไมโครเวป ดังในรูปข้างต้น</p>
<p>กิจกรรมที่สองจะเป็นกิจกรรมที่ต้องวางแผนร่วมกัน แล้วให้แต่ละคนมาทำซึ่งทุกคนต้องทำให้ได้ทั้งห้องจึงจะผ่าน เช่นเอาปากขวดมาคว่ำวางลงบนแท่น ทับแผ่นกระดาษเล็กๆไว้ แล้วให้เด็กๆทุกคนดึงกระดาษออกโดยขวดไม่ตกจากแท่น เอากระป๋องมาซ้อนต่อกันยี่สิบใบโดยไม่ล้ม</p>
<p>กิจกรรมที่สามเป็นกิจกรรมที่ต้องวางแผนร่วมกันและให้ทำพร้อมๆกันทุกคนเช่นการเดินตะขาบที่ทุกคนต้องทำโดยพร้อมเพรียงกัน หรือการให้เด็กที่แข็งแรงที่สุดลากกล่องไม้สี่เหลี่ยมไปบนพื้นที่มีเพื่อนๆเข้าไปยืนอยู่ในกล่องสิบเก้าคน โดยมีไม้กระบอก ลูกก๊อฟและลูกเทนนิสให้เด็กๆเลือกเอามาเป็นตัวช่วย</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-759" title="mo-1234098523" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/04/mo-1234098523.jpg?w=60&#038;h=60" alt="mo-1234098523" width="60" height="60" /></p>
<p>ที่ผมขอพูดถึงรายการนี้เพราะผมชอบความคิดของผู้จัด ที่แปลกแหวกแนวในการเอาเด็กๆมาทำงานร่วมกัน คนไทยเรานั้นได้ชื่อว่าเก่งคนเดียว เช่นชกมวยเก่ง ตีกอล์ฟเก่ง แต่เล่นฟุตบอลเป็นทีมละก็ไม่ได้เรื่องเลย จนมีคนเอามาเปรียบเปรยไว้ ผมไม่แน่ใจว่าเป็นคนญี่ปุ่นหรือคนไทย เค้าว่า &#8220;ถ้าเอาคนญี่ปุ่นหนึ่งคนมาแข่งกับคนไทยคนหนึ่ง คนไทยจะชนะ  แต่ถ้าเอาคนไทยยี่สิบคนมาแข่งกับญี่ปุ่นยี่สิบคน ญี่ปุ่นจะชนะ&#8221;</p>
<p>รายการนี้เอาเด็กๆที่ไร้เดียงสามาแสดงเพื่อให้เห็นนิสัยแท้ๆของคนไทยที่ซึมซับไปยังเด็ก จากเด็กๆที่ได้ดูตัวอย่างมาจากพ่อ แม่ และครูๆที่โรงเรียน เป็นเหมือนกระจกเงาสะท้อนให้เราได้เห็นนิสัยของคนไทยเอง จากที่ผมได้ดูรายการนี้มาหลายหนสรุปได้ว่านิสัยของเด็กๆที่มาจากหลายๆโรงเรียน ซึ่งอาจจะเป็นกระจกเงาสะท้อนนิสัยของคนไทยนั้นสรุปได้ดังนี้</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-760" title="mo-1236545321" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/04/mo-1236545321.jpg?w=60&#038;h=60" alt="mo-1236545321" width="60" height="60" /></p>
<ul class="unIndentedList">
<li> การทำงานไม่มีการทำงานอย่างจริงจัง ขณะที่กลุ่มหนึ่งกำลังวางแผนงานที่เหลือกลับไม่สนใจฟัง ทำให้เวลาทำงานจริงๆไม่ค่อยได้ผลเกิดการต่างคนต่างทำ</li>
<li> ขาดความสัมมัคคีในการทำงานร่วมกัน</li>
<li> เวลาทำงานไม่มีการวางแผนให้รัดกุมหรือบอกกล่าวให้ทุกคนรู้เรื่อง เมื่อถึงเวลาทำแล้วท่าทางจะมีปัญหากลัวจะไม่สำเร็จก็ช่วยกันพนมมือสวดมนตร์ขอคุณพระคุณเจ้าช่วยให้สำเร็จ ทีแรกผมดูแล้วก็เฉยๆ ดูๆแล้วก็น่ารักดี มองดูว่า เรื่องความเชื่อในคุณพระคุณเจ้า ในเรื่องอภินิหารนั้นมันฝังอยู่ในสายเลือดของเด็กๆได้ดีมาก</li>
</ul>
<p>แต่มาสะดุดใจเมื่อสองสามวันก่อน ตอนที่มีเหตุการไม่สงบเกิดขึ้นที่พัทยาก่อนที่จะยกเลิกการประชุมหนึ่งวัน เมื่อมีนักข่าวไปสัมภาษณ์ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงเรื่องที่ฝ่ายเสื้อแดงมาประทวงในวันแรก ว่าท่านได้เตรียมการป้องกันในไว้ที่สองไว้อย่างไร ท่านบอกว่าท่านได้เตรียมการอย่างเต็มที่แล้ว และ &#8220;ภาวนาว่าอย่างให่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้เลย&#8221;</p>
<p>ผมฟังแล้วใจมันย้อยกลับมานึกถึงเด็กๆในรายการเก่งยกห้องทันที ขนาดผู้ใหญ่ระดับนี้ยังขอเอา คุณพระคุณเจ้ามาช่วยในเรื่องใหญ่เรื่องโตขนาดนี้เชียวหรือ? เรื่องที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องน่ารักสำหรับเด็กๆนั้น มันชักจะไม่ใช่เรื่องน่ารักอีกต่อไปแล้ว ถ้านิสัยอย่างนี้มันฝังลึกลงไปมากๆแล้วชาติไทยคงจะมีปัญหาในอนาคตแน่ๆ</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-766" title="187708_91144" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/04/187708_91144.jpg?w=264&#038;h=184" alt="187708_91144" width="264" height="184" /></p>
<p>เพราะชาติอื่นๆเค้าจะไม่เอาแค่ภาวนา เค้าจะสมมุติสถานะการณ์ว่า ถ้าแผนที่วางไว้ขั้นที่หนึ่งไม่ได้ผล จะมีแผนแก้ไขหรือป้องกันอย่างไร แล้วก็วางแผนสำรองอันที่สองเพื่อป้องกันหรือแก้ไขต่อ แล้วก็สมมุติต่ออีกว่าถ้าแผนสองพลาด จะมีแผนแก้ไขต่อไปอย่างไร แล้วก็ถ้าแผนสองพังอีกจะมีแผนสามอย่างไร ถ้าเป็นเรื่องสำคัญๆระดับโลกก็อาจจะมีการวางแผนไว้เป็นขั้นๆถึงสี่ห้าชั้น เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะไม่มีทางพลาดแน่ๆ โดยเฉพาะแผนรักษาความปลอดภัย</p>
<p>ในกรณีนี้ถ้าเราไม่ปรับเปลี่ยนความคิดที่มันฝังรากลึกลงไปถึงเด็กๆแล้ว เมืองไทยคงไปไม่รอดแน่ โอกาศที่จะเป็นประเทศที่ร่ำรวยก้าวพ้นจากความลำบากยากจนคงจะเป็นไปไม่ได้ ถ้าเราเอาแต่ภาวนาขอให้แต่สิ่งศักดิ์สิทธิช่วยอยู่ตลอด</p>
<p><strong>&#8220;แล้ววันรุ่งขึ้นสิ่งที่คุณสุเทพภาวนาไว้ก็ช่วยไม่ได้ กลุ่มเสื้อแดงบุกเข้าพังประตูโรงแรมและทำลายการประชุมสุดยอดลงได้อย่างง่ายดาย&#8221; </strong><strong></strong></p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/travelandgetrich.wordpress.com/758/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/travelandgetrich.wordpress.com/758/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/travelandgetrich.wordpress.com/758/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/travelandgetrich.wordpress.com/758/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/travelandgetrich.wordpress.com/758/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/travelandgetrich.wordpress.com/758/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/travelandgetrich.wordpress.com/758/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/travelandgetrich.wordpress.com/758/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/travelandgetrich.wordpress.com/758/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/travelandgetrich.wordpress.com/758/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=758&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/04/15/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/1daf7e1558294ff6eca013c3a40f8cc6?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">พาไปเที่ยว--พาไปรวย</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/04/e0b980e0b881e0b988e0b8871_resize.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">e0b980e0b881e0b988e0b8871_resize</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/04/mo-1234098523.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">mo-1234098523</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/04/mo-1236545321.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">mo-1236545321</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/04/187708_91144.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">187708_91144</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>มะรุม-ต้นไม้กายสิทธิ์ พิชิตความจน &#8211; MORINGA TREE 2</title>
		<link>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/03/25/753/</link>
		<comments>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/03/25/753/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 25 Mar 2009 14:52:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>travelandgetrich</dc:creator>
				<category><![CDATA[Ben Oil]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Moringa]]></category>
		<category><![CDATA[Moringa Oil]]></category>
		<category><![CDATA[Tree]]></category>
		<category><![CDATA[drumstick tree]]></category>
		<category><![CDATA[แนวทางทำธุระกิจ,]]></category>
		<category><![CDATA[ชลอความแก่]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันมะรุม]]></category>
		<category><![CDATA[มะรุม]]></category>
		<category><![CDATA[สารต้านมะเร็ง]]></category>
		<category><![CDATA[business idea]]></category>
		<category><![CDATA[business opportunity]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://travelandgetrich.wordpress.com/?p=753</guid>
		<description><![CDATA[ตอนที่สองผมจะมาเล่าต่อถึงน้ำมันมะรุม
น้ำมันมะรุมนี้เหมาะต่อการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมเสริมสวย ทำเครื่องสำอางค์ ใช้ในการบำรุงผิว บำรุงผม นอกจากนั้นยังมีสารฆ่าเชื้อและสมานแผล มีสรรพคุณในการแก้ผื่นคัน แมลงกัดต่อยและแผลถลอกนอกจากนั้นยังมีไวตามิน เอ และ ซี ที่มีประโยซน์ในด้านเสริมสวย ในขณะเดียวกันก็สามารถนำไปปรุงอาหารเช่นเดึยวกับน้ำมันมะกอกและมีคุณสมบัติพอฟัดพอเหวี่ยงกับน้ำมันมะกอกเลยทีเดียว ดูรายละเอียดคุณสมบัติด้านล่างนี้

1. ช่วยบำรุงรักษาผิวที่แห้งให้ชุ่มชื้น อ่อนนุ่ม และช่วยชะลอความแก่ก่อนวัยของผิว
2. ช่วยบรรเทาการเกิดสิวบนใบหน้า
3. ช่วยลบรอยจุดด่างดำของผิวอันเป็นผลจากการโดนแดด หรือการเสื่อมตามวัย
4. ช่วยรักษาโรคเชื้อราตามผิวหนัง เช่น โรคน้ำกัดเท้า เชื้อราตามซอกเล็บ และผิวแห้งเพราะเชื้อรา
5. ช่วยรักษาแผลถูกมีดบาด หรือแผลสดเล็ก ๆ น้อย ๆ
6. ลดอาการผื่นคันตามผิวหนัง และอาการแพ้ผ้าอ้อมของเด็กอ่อน
7. ลดอาการปวดบวมของโรคไขข้ออักเสบ โรคเก๊าท์
8. ช่วยรักษาแผลในปาก หรือแผลของโรคปากนกกระจอก
9. ใช้ปรุงอาหารเช่นเดียวกับน้ำมันมะกอก แต่ดีกว่าเพราะไม่มีกลิ่นเหม็นหืนภายหลัง
10. ใช้นวดกระชับกล้ามเนื้อและบรรเทาอาการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี
11. ใช้นวดศรีษะ รักษาโรคเชื้อราบนหนังศรีษะ บรรเทาอาการผมร่วงง่าย และอาการคันศรีษะ
12. ช่วยถอนพิษแมลงสัตว์กัดต่อย อาการปวดและอาการบวมจะลดลงอย่างรวดเร็ว
13. บรรเทาอาการปวดเมื่อยตามบั้นเอวและขา เนื่องจากการยืนนาน ๆ อาการปวดตามไหล่ และปวดศรีษะ
14. ใช้เป็นน้ำมันหล่อลื่นต่าง ๆ ประจำบ้าน ทำให้สิ่งของไม่เป็นสนิม
วิธีการใช้ &#8211; ใช้ทาตามส่วนต่าง [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=753&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p align="center"><a name="OLE_LINK2"></a><a name="OLE_LINK1">ตอนที่สองผมจะมาเล่าต่อถึงน้ำมันมะรุม</a></p>
<p>น้ำมันมะรุมนี้เหมาะต่อการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมเสริมสวย ทำเครื่องสำอางค์ ใช้ในการบำรุงผิว บำรุงผม นอกจากนั้นยังมีสารฆ่าเชื้อและสมานแผล มีสรรพคุณในการแก้ผื่นคัน แมลงกัดต่อยและแผลถลอกนอกจากนั้นยังมีไวตามิน เอ และ ซี ที่มีประโยซน์ในด้านเสริมสวย ในขณะเดียวกันก็สามารถนำไปปรุงอาหารเช่นเดึยวกับน้ำมันมะกอกและมีคุณสมบัติพอฟัดพอเหวี่ยงกับน้ำมันมะกอกเลยทีเดียว ดูรายละเอียดคุณสมบัติด้านล่างนี้</p>
<p><span id="more-753"></span><img class="aligncenter size-full wp-image-737" title="spd_20081017220248_b" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/03/spd_20081017220248_b.jpg?w=192&#038;h=186" alt="spd_20081017220248_b" width="192" height="186" /></p>
<p>1. ช่วยบำรุงรักษาผิวที่แห้งให้ชุ่มชื้น อ่อนนุ่ม และช่วยชะลอความแก่ก่อนวัยของผิว<br />
2. ช่วยบรรเทาการเกิดสิวบนใบหน้า<br />
3. ช่วยลบรอยจุดด่างดำของผิวอันเป็นผลจากการโดนแดด หรือการเสื่อมตามวัย<br />
4. ช่วยรักษาโรคเชื้อราตามผิวหนัง เช่น โรคน้ำกัดเท้า เชื้อราตามซอกเล็บ และผิวแห้งเพราะเชื้อรา<br />
5. ช่วยรักษาแผลถูกมีดบาด หรือแผลสดเล็ก ๆ น้อย ๆ<br />
6. ลดอาการผื่นคันตามผิวหนัง และอาการแพ้ผ้าอ้อมของเด็กอ่อน<br />
7. ลดอาการปวดบวมของโรคไขข้ออักเสบ โรคเก๊าท์<br />
8. ช่วยรักษาแผลในปาก หรือแผลของโรคปากนกกระจอก<br />
9. ใช้ปรุงอาหารเช่นเดียวกับน้ำมันมะกอก แต่ดีกว่าเพราะไม่มีกลิ่นเหม็นหืนภายหลัง<br />
10. ใช้นวดกระชับกล้ามเนื้อและบรรเทาอาการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี<br />
11. ใช้นวดศรีษะ รักษาโรคเชื้อราบนหนังศรีษะ บรรเทาอาการผมร่วงง่าย และอาการคันศรีษะ<br />
12. ช่วยถอนพิษแมลงสัตว์กัดต่อย อาการปวดและอาการบวมจะลดลงอย่างรวดเร็ว<br />
13. บรรเทาอาการปวดเมื่อยตามบั้นเอวและขา เนื่องจากการยืนนาน ๆ อาการปวดตามไหล่ และปวดศรีษะ<br />
14. ใช้เป็นน้ำมันหล่อลื่นต่าง ๆ ประจำบ้าน ทำให้สิ่งของไม่เป็นสนิม</p>
<p>วิธีการใช้ &#8211; ใช้ทาตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายตามสรรพคุณดังกล่าวข้างต้น หรือใช้ทำอาหารได้ หรือจะใช้เป็น dat &amp; night cream ก็ได้</p>
<p>เห็นไม๊ครับมีประโยชน์ของมะรุมอีกมากที่เราคนไทยไม่เคยรู้ไม่เคยเห็นมาก่อนในอดีต เพราะไทยเราไม่มีคนสนใจในเรื่องมะรุม และเราไม่ได้ทำวิจัยในเรื่องมะรุม โดยเฉพาะการนำเมล็ดมะรุมมาหีบทำน้ำมัน ในปัจจุบันราคาน้ำมันมะรุมมีราคาขายปลีกสูงถึงลิตรละ 20,000. บาท ทีนี้ท่านอาจจะถามว่าแล้ว มะรุม-ต้นไม้กายสิทธิ์จะมาแก้วิกฤตเศรษฐกิจได้อย่างไร?</p>
<p>ต่อไปนี้คือสิ่งที่ผมมองเห็นหนทางที่ท่านจะได้เงินได้ทองจากมะรุม คือ</p>
<p>๑)    ท่านที่ถูกเลิกจ้างและต้องกลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัดและท่านมีที่มีทางที่พอจะปลูกต้นไม้ได้บ้าง ผมขอแนะนำให้ท่านรีบไปหาต้นมะรุมในแถวๆบ้าน และไปขอริดกิ่งขนาดเส้นผ่าศูยน์ กลางขนาดประมาณ ๑-๒ นิ้ว และนำมาตัดเป็นท่อนๆละยาวระหว่าง ๑-๒ เมตร และปักชำไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะหาได้</p>
<p>๒)    หากในระหว่างนั้นเจอฝักแก่ๆก็ให้นำมาแกะเมล็ดและนำมาเพาะในถุงดำไว้ด้วย</p>
<p>๓)    ส่วนใบสดที่ติดมาด้วยอย่าไปทิ้ง บางส่วนให้นำมาผัดมาแกงแบบเดียวกับผักโขมผักปวยเล้ง เค้าว่ารสชาติไม่ต่างกัน แต่โปรตีนและแคลอรี่ที่ได้นั้นสูงกว่าเยอะ หลายชาติในอินเดีย ฟิลิปปินส์และอาฟาริกา   เค้าบริโภคกันมานานแล้ว คนไทยเราไม่มีการบริโคใบมะรุมมาก่อน ตอนนี้มีคนจำนวนมากอยากจะทดลองกิน แต่หาซื้อไม่ได้</p>
<p>๔)     ส่วนใบสดที่เหลือกินไม่หมด อย่าไปทิ้งเอาไปพึ่งลมให้แห้ง ให้แน่ใจว่าแห้งจริงๆ ความชื้นไม่ควรเกิน 5% (อย่าตากแดดมิฉะนั้นไวตามินจะหายหมด) เมื่อแห้งสนิทจริงๆให้เอามาบดให้เป็นผง นำมารัปประทานได้เพราะในใบแห้งยังมีแคลอรี่สูง และยังมีแคลเซี่ยม ไวตามิน B1, B2, E และ C อยู่อีกมาก</p>
<p>๕)     ทีนี้พอต้นมะรุมทั้งที่เพาะชำจากกิ่งที่ปักไว้ และจากเม็ดที่เพาะไว้งอกเติบโตแข็งแรงดี ก็ถึงเวลาที่ท่านต้องตัดสินใจเลือกว่าท่านจะปลูกมะรุมขายใบหรือขายฝักและเมล็ด</p>
<p>ถ้าท่านมีที่ดินกว้างขวางพื้นที่เหลือเฟือ ผมแนะนำให้ปลูกทั้งสองแบบ คือปลูกแบบขายใบจะได้เงินเร็ว มีรายได้ไปพลางๆ ในขณะเดียวกันก็ปลูกแบบขายฝักไปด้วย เพราะกว่าที่ต้นมะรุมจะโตออกฝักและฝักแก่จะใช้เวลาประมาณ ๑๘ เดือน</p>
<p>ในการปลูกมะรุมเพื่อขายใบนั้นวิธีการปลูกก็ทำเช่นเดียวกับปลูกต้นกฐิน ปลูกเป็นแถวๆหรือปลูกเป็นแนวริมรั้วหรือริมทาง และตัดแต่งกิ่ง เก็บใบเช่นเดียวกับการเก็บใบกฐิน แต่การตัดก้านของมะรุมให้ตัดยาวกว่าก้านกฐิน</p>
<p>การปลูกแบบขายฝักและขายเมล็ดนั้นก็ปลูกเป็นแปลงเช่นเดียวกับการปลูกมะม่วง แต่ระยะห่างระหว่างต้นอาจจะลดลงเหลือ 5X5 หรือ 5X6 เมตร เมื่อออกฝักก็อาจจะเก็บฝักบางส่วนไปขายสด และปล่อยบางส่วนให้เป็นเมล็ดแก่ และเก็บเมล็ดแก่ไปขายหรือไปหีบเอาน้ำมัน</p>
<p>๖)     สำหรับที่ท่านไม่มีที่ดินที่จะปลูกทั้งแบบขายใบและขายต้นก็ให้เพาะชำไว้ขายต้นพันธุ์ ถ้าท่านรีบๆทำตอนนี้ พอเดือนมิถุนายนต้นมะรุมก็จะโตพอที่จะนำไปปลูกได้ ท่านก็จะมีรายได้อย่างรวดเร็ว พอประทังชีพไปพลางๆก่อนที่เศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัว ในขณะเดียวกันก็หาพื้นที่ปลูกแบบกินใบสักสิบยี่สิบต้นไว้ในบ้าน เอาไว้เก็บกินเอง รับรองว่าคุณค่าทางอาหารนั้นดีกว่ากิน บะหมี่มาม่า ไวไว หลายเท่าตัวนัก แต่มีคนเตือนไว้ว่า อย่ากินดอกมะรุมดิบ ต้องเอามาต้ม มาลวกเสียก่อน ผมเชื่อว่าในไม่ช้าทุกบ้านในประเทศไทยจะปลูกต้นมะรุมไว้ในบ้านกันคนละต้นสองต้นทุกบ้าน เพราะมันมีทั้งวิตามินและตัวยาต่อต้านมะเร็ง การที่ท่านมีต้นมะรุมไว้ในบ้านเท่ากับท่านมีตู้ยาประจำบ้านเลยทีเดียว แต่ที่แตกต่างออกไปก็คือ มะรุมนั้นท่านไม่ต้องเสียเงินซื้อ</p>
<p>๗)   ขั้นต่อไปหากท่านที่ไม่ได้มีที่ทางจะปลูกต้นมะรุมได้ ท่านก็สามารถทำมาหากินกับต้นไม้กายสิทธินี้ได้ จากการเป็นผู้ค้า โดยการไปรับซื้อผลิตภัณฑ์จากมะรุมมาขายต่อ ตั้งแต่ต้นอ่อนมาขายให้คนในกรุงเทพและปริมณฑลนำไปปลูกตามบ้านไว้เก็บใบ เก็บฝักกิน</p>
<p>ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างนี้แม้กระทั่งคนอเมริกันยังหันมาปลูกผักกินกันมากมาย</p>
<p>นี่แหละครับหนทางทำมาหากินที่ท่านจะนำไปประกอบอาชีพหารายได้มาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องไปพลางๆ รวมทั้งท่านอาจจะปลูกมะรุมไว้กินเองอีกด้วย เป็นการลดการใช้เงินในการซื้ออาหารมาเลี้ยงครอบครัวอีกด้วย ท่านใดมีข้อสงสัยหรือมีความเห็นเพิ่มเติมส่งข้อความมาคุยกันได้</p>
<p align="center">ขอให้โชคดี ขอให้โชคดี</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/travelandgetrich.wordpress.com/753/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/travelandgetrich.wordpress.com/753/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/travelandgetrich.wordpress.com/753/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/travelandgetrich.wordpress.com/753/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/travelandgetrich.wordpress.com/753/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/travelandgetrich.wordpress.com/753/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/travelandgetrich.wordpress.com/753/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/travelandgetrich.wordpress.com/753/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/travelandgetrich.wordpress.com/753/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/travelandgetrich.wordpress.com/753/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=753&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/03/25/753/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>11</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/1daf7e1558294ff6eca013c3a40f8cc6?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">พาไปเที่ยว--พาไปรวย</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/03/spd_20081017220248_b.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">spd_20081017220248_b</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>มะรุม-ต้นไม้กายสิทธิ์ พิชิตความจน &#8211; MORINGA TREE</title>
		<link>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/03/18/%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c-%e0%b8%9e%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/03/18/%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c-%e0%b8%9e%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Mar 2009 11:39:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>travelandgetrich</dc:creator>
				<category><![CDATA[Ben Oil]]></category>
		<category><![CDATA[Moringa]]></category>
		<category><![CDATA[Moringa Oil]]></category>
		<category><![CDATA[Tree]]></category>
		<category><![CDATA[drumstick tree]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน,]]></category>
		<category><![CDATA[มะรุม]]></category>
		<category><![CDATA[แนวทางทำธุระกิจ,]]></category>
		<category><![CDATA[ต้นไม้]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันมะรุม]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร โปรตีน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://travelandgetrich.wordpress.com/?p=672</guid>
		<description><![CDATA[ตอนที่ ๑
ท่ามกลางความวิกฤตทางเศรษฐกิจ ความวุ่นวายทางการเมืองของประเทศไทย ประชาชนคนทำงานด้องถูกปลด ถูกเลิกจ้าง ไม่มีรายได้ ไม่รู้จะทำอะไรกิน นักท่องเที่ยวลดลง การท่องเที่ยวซบเซาฯลฯ ในท่ามกลางข่าวร้ายที่โหมกระหน่ำมาทุกวี่ทุกวัน ในท่ามกลางความหมดหวัง ความมืดมน ก็ยังมีแสงสว่างเหลืออยู่ ถึงจะไม่ส่องสว่างเท่าวันเก่าๆ แต่คาดว่าจะยังช่วยทำให้อีกหลายท่านได้เห็นลู่ทางทำมาหากิน เห็นช่องทางอยู่รอด ช่องทางหารายได้ รอดจากทางตัน เปิดไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น
หนทางที่ว่านี้ก็ต้องขอบคุณบรรพบุรุษของเราที่สละชีพ สละเลือดเนื้อ ไม่รู้กี่แสนกี่ล้านคนในช่วงเวลาเจ็ดร้อยกว่าปีที่ผ่านมา สู้รบกับข้าศึกสัตรูเพื่อรักษาแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์นี้ไว้ให้เรา ต้องขอบคุณภูมิปัญญาของท่านที่ช่วยกันศึกษาค้นคว้าพืชพันธุ์ที่มีคุณค่าและเก็บรักษาไว้ให้เรา ถึงแม้ว่าบางครั้งข้อมูลบางอย่างก็ขาดหายไปท่ามกลางศึกสงครามการต่อสู้เพื่อกู้บ้านกู้เมืองในอดีตที่ผ่านมา
ในวันนี้ วันที่วิกฤต สมบัติอันล้ำค่าของแผ่นดินก็เปิดเผยให้เห็นด้วยวิทยาศาสตร์อันก้าวหน้าในปัจจุบันได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ในแผ่นดินไทยอันอุดมสมบูรณ์นี้มีต้นไม้ที่มีประโยชน์อันประเมินค่าไม่ได้ อยู่มานมนานมาแล้ว และกำลังรอให้ลูกหลานไทยนำมาทำเงินทำทองจากต้นไม้นั้นต่อไป  ต้นไม้ที่ว่านั้นคือต้น
มะรุม
หลายท่านอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อ หรือไม่รู้จักต้นไม้นี้มาก่อน อีกหลายท่านอาจจะเคยได้ยินและคุ้นเคยรวมทั้งเคยกินผลิตผลจากต้นไม้นี้มาก่อน สำหรับผมคุ้นเคยกับต้นไม้นี้มาตั้งแต่ผมจำความได้ เพราะที่บ้านผมในสมัยนั้นจะปลูกต้นไม้ที่มีประโยชน์สารพัดอย่างไว้เต็มเนี้อที่สองไร่เศษ อย่างละสองสามต้น จนเป็นสิบๆต้นแล้วแต่ผลผลิตของต้นไม้ชนิดนั้น ต้นมะรุมก็จะปลูกไว้สาม สี่ต้น เวลาออกฝักก็จะเก็บฝักที่ขนาดกำลังดีมาแกงส้มกับปลาช่อนกินกันเป็นประจำ


ต้นมะรุมที่โตเต็มวัย
มะรุมนั้นชื่อทางวิทยาศสตร์ว่า Moringa oleifera เป็นต้นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ต้นขนาดต้นแค หรือขนาดต้นมะม่วงขนาดเล็กๆ ขึ้นได้ในประเทศไทยแทบทุกภาค ดั้งเดิมนั้นเป็นต้นไม้ที่มีอยู่ในอินเดีย แต่แพร่หลายไปทั่วแถบเอซีย และอาฟฟาริกา ในเมืองไทยนิยมกินฝัก แต่ในประเทศอื่นๆมีการกิน ตั้งแต่ดอก เปลือก และใบด้วย และพบว่าในใบนั้นมีคุณค่าทางอาหารมากกว่าในฝักและเมล็ด จากการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์พบว่า [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=672&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><h2 class="MsoNormal" style="text-align:center;">ตอนที่ ๑</h2>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">ท่ามกลางความวิกฤตทางเศรษฐกิจ ความวุ่นวายทางการเมืองของประเทศไทย ประชาชนคนทำงานด้องถูกปลด ถูกเลิกจ้าง ไม่มีรายได้ ไม่รู้จะทำอะไรกิน นักท่องเที่ยวลดลง การท่องเที่ยวซบเซาฯลฯ ในท่ามกลางข่าวร้ายที่โหมกระหน่ำมาทุกวี่ทุกวัน ในท่ามกลางความหมดหวัง ความมืดมน ก็ยังมีแสงสว่างเหลืออยู่ ถึงจะไม่ส่องสว่างเท่าวันเก่าๆ แต่คาดว่าจะยังช่วยทำให้อีกหลายท่านได้เห็นลู่ทางทำมาหากิน เห็นช่องทางอยู่รอด ช่องทางหารายได้ รอดจากทางตัน เปิดไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น</span></p>
<p>หนทางที่ว่านี้ก็ต้องขอบคุณบรรพบุรุษของเราที่สละชีพ สละเลือดเนื้อ ไม่รู้กี่แสนกี่ล้านคนในช่วงเวลาเจ็ดร้อยกว่าปีที่ผ่านมา สู้รบกับข้าศึกสัตรูเพื่อรักษาแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์นี้ไว้ให้เรา ต้องขอบคุณภูมิปัญญาของท่านที่ช่วยกันศึกษาค้นคว้าพืชพันธุ์ที่มีคุณค่าและเก็บรักษาไว้ให้เรา ถึงแม้ว่าบางครั้งข้อมูลบางอย่างก็ขาดหายไปท่ามกลางศึกสงครามการต่อสู้เพื่อกู้บ้านกู้เมืองในอดีตที่ผ่านมา</p>
<p>ในวันนี้ วันที่วิกฤต สมบัติอันล้ำค่าของแผ่นดินก็เปิดเผยให้เห็นด้วยวิทยาศาสตร์อันก้าวหน้าในปัจจุบันได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ในแผ่นดินไทยอันอุดมสมบูรณ์นี้มีต้นไม้ที่มีประโยชน์อันประเมินค่าไม่ได้ อยู่มานมนานมาแล้ว และกำลังรอให้ลูกหลานไทยนำมาทำเงินทำทองจากต้นไม้นั้นต่อไป  ต้นไม้ที่ว่านั้นคือต้น</p>
<h1 style="text-align:center;">มะรุม</h1>
<p>หลายท่านอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อ หรือไม่รู้จักต้นไม้นี้มาก่อน อีกหลายท่านอาจจะเคยได้ยินและคุ้นเคยรวมทั้งเคยกินผลิตผลจากต้นไม้นี้มาก่อน สำหรับผมคุ้นเคยกับต้นไม้นี้มาตั้งแต่ผมจำความได้ เพราะที่บ้านผมในสมัยนั้นจะปลูกต้นไม้ที่มีประโยชน์สารพัดอย่างไว้เต็มเนี้อที่สองไร่เศษ อย่างละสองสามต้น จนเป็นสิบๆต้นแล้วแต่ผลผลิตของต้นไม้ชนิดนั้น ต้นมะรุมก็จะปลูกไว้สาม สี่ต้น เวลาออกฝักก็จะเก็บฝักที่ขนาดกำลังดีมาแกงส้มกับปลาช่อนกินกันเป็นประจำ</p>
<p style="text-align:center;"><span id="more-672"></span><img class="size-full wp-image-706 aligncenter" title="e0b895e0b989e0b899e0b8a1e0b8b0e0b8a3e0b8b8e0b8a1" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/03/e0b895e0b989e0b899e0b8a1e0b8b0e0b8a3e0b8b8e0b8a1.jpg?w=358&#038;h=540" alt="e0b895e0b989e0b899e0b8a1e0b8b0e0b8a3e0b8b8e0b8a1" width="358" height="540" /></p>
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">ต้นมะรุมที่โตเต็มวัย</p>
<p>มะรุมนั้นชื่อทางวิทยาศสตร์ว่า Moringa oleifera เป็นต้นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ต้นขนาดต้นแค หรือขนาดต้นมะม่วงขนาดเล็กๆ ขึ้นได้ในประเทศไทยแทบทุกภาค ดั้งเดิมนั้นเป็นต้นไม้ที่มีอยู่ในอินเดีย แต่แพร่หลายไปทั่วแถบเอซีย และอาฟฟาริกา ในเมืองไทยนิยมกินฝัก แต่ในประเทศอื่นๆมีการกิน ตั้งแต่ดอก เปลือก และใบด้วย และพบว่าในใบนั้นมีคุณค่าทางอาหารมากกว่าในฝักและเมล็ด จากการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์พบว่า ในใบนั้นมีคุณค่าทางอาหารดังนี้</p>
<p style="text-align:center;">มีไวตามินซีมากกว่าส้ม        ๗ เท่า</p>
<p style="text-align:center;">มีแคลเซี่ยมมากกว่านม        ๔ เท่า</p>
<p style="text-align:center;">มีไวตามินเอมากกว่าแครอท  ๔ เท่า</p>
<p style="text-align:center;">มีโปแตสซึ่ยมมากกว่ากล้วย   ๓ เท่า</p>
<p style="text-align:center;">มีโปรตึนมากกว่านม         ๗ เท่า</p>
<p>นอกจากนั้นยังมีการวิเคราะห์คุณค่าทางอาหารของ ฝัก ใบสด และใบแห้งป่น ของมะรุม พบว่าโดยรวมแล้ว ใบสดและใบแห้งป่นนั้น มีคุณค่าสูงกว่าฝัก เฉพาะอย่างยิ่ง แคโลลี่ แคลเซี่ยม โปแตสเซี่ยม และไวตามิน บีและซี  ท่านจะดูรายละเอียดได้จากตารางข้างล่างนี้</p>
<p align="center"><span style="text-decoration:underline;">Analysis of Moringa pods, fresh (raw) leaves and dried leaf powder have shown them to</span></p>
<p style="text-align:center;"><span style="text-decoration:underline;">contain the following per 100 grams of edible portion:</span></p>
<p style="text-align:center;"><span style="text-decoration:underline;"> PODS</span> <span style="text-decoration:underline;">LEAF</span> <span style="text-decoration:underline;">LEAVES POWDER</span></p>
<h4 style="text-align:center;">_________ฝัก                     ใบ                        ใบแห้งบ่น</h4>
<p>Moisture (%)                                                          86.9                    75                           7.5</p>
<p>Calories                                                                   26                         92                         205</p>
<p>Protein (g)                                                               2.5                      6.7                        27.1</p>
<p>Fat (g)                                                                       0.1                       1.7                         2.3</p>
<p>Carbohydrate (g)                                                3.7                       13,4                      38.2</p>
<p>Fiber (g)                                                                 4.8                         0.9                      19.2</p>
<p>Minerals (g)                                                          2.0                        2.3                        &#8212;</p>
<p>Ca (mg)                                                                   30                        440                        2,003</p>
<p>Mg (mg)                                                                  24                         24                           368</p>
<p>P (mg)                                                                  110                         70                            204</p>
<p>K (mg)                                                                 259                       259                        1,324</p>
<p>Cu (mg)                                                                3.1                        1,1                           0.57</p>
<p>Fe (mg)                                                                5.3                        7                            28.2</p>
<p>S (mg)                                                                 137                      137                           870</p>
<p>Oxalic acid (mg)                                               10                        101                              1.6%</p>
<p>Vitamin A &#8211; B carotene (mg)                     0.11                       6.8                          16.3</p>
<p>Vitamin B -choline (mg)                             423                        423                             &#8212;-</p>
<p>Vitamin B1 -thiamin (mg)                          0.05                       0.21                         2.64</p>
<p>Vitamin B2 -riboflavin (mg)                     0.07                      0.05                        20.5</p>
<p>Vitamin B3 -nicotinic acid (mg)               0.2                        0.8                            8.2</p>
<p>Vitamin C -ascorbic acid (mg)                   1.20                    220                            17.3</p>
<p>Vitamin E -tocopherol acetate (mg)          &#8212;                        &#8212;                           113</p>
<p>Arginine (g/16g N)                                        3.6                        6.0                             1.33%</p>
<p>Histidine (g/16g N)                                       1.1                        2.1                            0.61%</p>
<p>Lysine (g/16g N)                                           1.5                        4.3                            1.32%</p>
<p>Tryptophan (g/16g N)                                0.8                        1.9                            0.43%</p>
<p>Phenylanaline (g/16g N)                            4.3                        6.4                            1.39 %</p>
<p>Methionine (g/16g N)                                  1.4                        2.0                            0.35%</p>
<p>Threonine (g/16g N)                                    3.9                        4.9                            1.19%</p>
<p>Leucine (g/16g N)                                         6.5                        9.3                             1.95%</p>
<p>Isoleucine (g/16g N)                                   4.4                        6.3                              0.83%</p>
<p>Valine (g/16g N)                                           5.4                        7.1                               1.06%</p>
<p>*From Moringa oleifera: Natural Nutrition for the Tropics by Lowell Fuglie</p>
<p><strong></strong></p>
<p>ที่ผมเอาคุณค่าทางอาหารของมะรุมมาแสดงนั้นเพื่อให้ท่านได้เห็นในสิ่งที่ไม่คาดมาก่อน และเห็นความวิเศษของมะรุม  ประชาชนในบางประเทศเอาใบมาปรุงอาหารให้เด็กเล็กๆเนื่องจากมีแคโลรี่ และโปรตีนสูง มีการเอาทั้งใบสดใบแห้งไปเลี้ยงสัตว์ ในประเทศไทยเราไม่ค่อยมีใครนิยมเอามะรุมไปเลี้ยงสัตว์เท่าไร และจะปลูกมะรุมไว้ตามหัวไร่ปลายนา ตามแนวรั้วเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีการปลูกเป็นเชิงพาณิชย์เลย</p>
<p>และยังมีผู้ทดลองเอาเมล็ดมะรุมแห้งไปหีบเอาน้ำมันและพบว่าน้ำมันมะรุมมีประโยชน์ต่อเราเป็นอย่างมาก น้ำมันมะรุมเป็นน้ำมันใส มีสีเหลืองออ่นมีกลิ่นคล้ายถั่ว ประกอบด้วยสารแอนตี้ออ็กซิไดซ์ในปริมาณสูง มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวในปริมาณสูงด้วย นอกจากนั้นยังมีกรดต่างๆที่มีประโยชน์ในปริมาณมากอีกคือ</p>
<p style="text-align:center;">Oleic Acids                                65.7%</p>
<p style="text-align:center;">Palmetic Acids                        9.3%</p>
<p style="text-align:center;">Stcaric Acids                           7.4%</p>
<p style="text-align:center;">Behenic Acids                         8.6%</p>
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;"><img class="size-full wp-image-679 aligncenter" title="slide-in-scrap-2" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/03/slide-in-scrap-2.jpg?w=500&#038;h=375" alt="slide-in-scrap-2" width="500" height="375" /></p>
<p style="text-align:center;">รูปแสดงการปลูกต้นมะรุมเพื่อเก็บใบ</p>
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-701" title="slide-in-scrap-3" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/03/slide-in-scrap-3.jpg?w=500&#038;h=375" alt="slide-in-scrap-3" width="500" height="375" /></p>
<p style="text-align:center;">รูปแสดงการปลูกต้นกล้าของมะรุมในแปลง</p>
<p style="text-align:center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-702" title="slide-in-scrap-4" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/03/slide-in-scrap-4.jpg?w=500&#038;h=375" alt="slide-in-scrap-4" width="500" height="375" /></p>
<p style="text-align:center;">การเพาะชำทั้งแบบจากกิ่งและแบบจากเมล็ด</p>
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">เรื่องนี้มันทำท่าว่าจะยาวหลายตอนจบ ผมคงขออนุญาตโพสต์เป็นส่วนๆไปเพื่อจะได้เอาไปลงมือทำกันพลางๆก่อน</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/travelandgetrich.wordpress.com/672/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/travelandgetrich.wordpress.com/672/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/travelandgetrich.wordpress.com/672/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/travelandgetrich.wordpress.com/672/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/travelandgetrich.wordpress.com/672/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/travelandgetrich.wordpress.com/672/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/travelandgetrich.wordpress.com/672/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/travelandgetrich.wordpress.com/672/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/travelandgetrich.wordpress.com/672/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/travelandgetrich.wordpress.com/672/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=672&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/03/18/%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c-%e0%b8%9e%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/1daf7e1558294ff6eca013c3a40f8cc6?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">พาไปเที่ยว--พาไปรวย</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/03/e0b895e0b989e0b899e0b8a1e0b8b0e0b8a3e0b8b8e0b8a1.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">e0b895e0b989e0b899e0b8a1e0b8b0e0b8a3e0b8b8e0b8a1</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/03/slide-in-scrap-2.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">slide-in-scrap-2</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/03/slide-in-scrap-3.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">slide-in-scrap-3</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/03/slide-in-scrap-4.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">slide-in-scrap-4</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>อาชีพขัดตาทัพ</title>
		<link>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/02/06/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%9e/</link>
		<comments>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/02/06/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%9e/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 06 Feb 2009 17:20:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>travelandgetrich</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างไฟฟ้า ช่างประปา ข่างซ่อมมอเตอร์ไซค์]]></category>
		<category><![CDATA[ติวเต่อร์ ครู]]></category>
		<category><![CDATA[ติวเต่อร์]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีบริการมอเตอร์ไซค์]]></category>
		<category><![CDATA[สารพัดช่าง]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพใหม่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://travelandgetrich.wordpress.com/?p=652</guid>
		<description><![CDATA[ประเทศไทยกำลังเจอมรสุมเศรษฐกิจอย่างหนัก คนงานถูกปลดจำนวนมาก คาดว่าในราวห้าแสนคน ณ ต้นปี 2552 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นล้านคนในช่วงท้ายๆของปี ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากเศรฐกิจโลกที่กำลังวุ่นวาย อันสืบเนื่องมาจากประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นต้นเหตุ นักเศรษฐศาสตร์ นักการเมือง นักธุรกิจ กำลังโวยวายให้รัฐบาลเร่งรีบแก้ไข ให้รัฐบาลสร้างงาน หางานให้ทำ ต่างๆนาๆ แต่ผมกำลังมองอีกมุมหนึ่ง การที่เราขอให้รัฐบาลช่วยนั้นเป็นเรื่องที่ควรทำ แต่ไม่ควรฝากความหวังไว้กับภาครัฐทั้งหมด ไม่ควรนอนรองอมืองอเท้ารอแต่รัฐบาลช่วยลูกเดียว ผู้ใหญ่สมัยก่อนได้สอนลูกหลานไว้ว่า &#8220;ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน&#8221; &#8220;เราต้องยืนอยู่บนขาของเรา&#8221; ดังนั้นเราต้องดิ้นรนหาทางช่วยตัวเองก่อน หาทางบรรเทาปัญหา หาทางประกอบอาชีพอะไรก็ได้เท่าที่จะทำได้ ไม่ใช่ว่าจะรอทำงานในบริษัท ในโรงงานเท่านั้น
ลองดูว่าเรามีความสามารถอะไรบ้าง เอาความรู้ความสามารถนั้นมาประกอบอาชีพพอให้มีรายได้เล็กๆน้อยๆได้ไม๊? หาความรู้ในการทำมาหากินเพิ่มเติมได้ไม๊? บ้านเรานั้นในน้ำยังพอมีปลา ในนายังพอปลูกข้าวได้ดีในบางพื้นที่ ใครที่บ้านอยู่ต่างจังหวัดกลับไปอยู่บ้านก่อน หาปลา หาผัก ตามหัวไร่ปลายนา กินกันไปก่อน ส่วนใครมีความสามารถพิเศษอะไรอยู่ ก็ลองนำมาพิจารณาดูว่าพอจะทำอะไรกินได้บ้าง ผมอยู่ว่างๆก็เลยช่วยท่านคิด เพราะเห็นใจว่าท่านอาจจะกำลังหน้ามืดเพราะตกงาน อาจจะคิดไม่ออก อาชีพต่อไปนี้เป็นอาชีพที่อาจจะไม่ทำให้ร่ำรวยหรือมีความยั่งยืน แต่พอขัดตาทัพก่อให้เกิดรายได้ไปก่อนจนกว่าเศรฐกิจจะดีขึ้น กลับมาทำงานทำการได้ใหม่

อาชีพที่หนึ่ง อาชีพสารพัดช่าง
ท่านที่ถูกปลดออกจากงานหรือนักศึกษาที่เพิ่งจบการศึกษา และมีความรู้ทางด้านช่าง สามารถเดินไฟฟ้า ซ่อมไฟฟ้า ประปา ซ่อมแอร์ได้ ท่านอาจจะทำงานเป็นช่างซ่อม ช่างติดตั้งไปพลางๆก่อน วิธีการหางานคือ ให้ท่านไปติดต่อกับร้านขายอุปกรณ์/วัสดุก่อสร้าง [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=652&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>ประเทศไทยกำลังเจอมรสุมเศรษฐกิจอย่างหนัก คนงานถูกปลดจำนวนมาก คาดว่าในราวห้าแสนคน ณ ต้นปี 2552 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นล้านคนในช่วงท้ายๆของปี ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากเศรฐกิจโลกที่กำลังวุ่นวาย อันสืบเนื่องมาจากประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นต้นเหตุ นักเศรษฐศาสตร์ นักการเมือง นักธุรกิจ กำลังโวยวายให้รัฐบาลเร่งรีบแก้ไข ให้รัฐบาลสร้างงาน หางานให้ทำ ต่างๆนาๆ แต่ผมกำลังมองอีกมุมหนึ่ง การที่เราขอให้รัฐบาลช่วยนั้นเป็นเรื่องที่ควรทำ แต่ไม่ควรฝากความหวังไว้กับภาครัฐทั้งหมด ไม่ควรนอนรองอมืองอเท้ารอแต่รัฐบาลช่วยลูกเดียว ผู้ใหญ่สมัยก่อนได้สอนลูกหลานไว้ว่า &#8220;ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน&#8221; &#8220;เราต้องยืนอยู่บนขาของเรา&#8221; ดังนั้นเราต้องดิ้นรนหาทางช่วยตัวเองก่อน หาทางบรรเทาปัญหา หาทางประกอบอาชีพอะไรก็ได้เท่าที่จะทำได้ ไม่ใช่ว่าจะรอทำงานในบริษัท ในโรงงานเท่านั้น</p>
<p>ลองดูว่าเรามีความสามารถอะไรบ้าง เอาความรู้ความสามารถนั้นมาประกอบอาชีพพอให้มีรายได้เล็กๆน้อยๆได้ไม๊? หาความรู้ในการทำมาหากินเพิ่มเติมได้ไม๊? บ้านเรานั้นในน้ำยังพอมีปลา ในนายังพอปลูกข้าวได้ดีในบางพื้นที่ ใครที่บ้านอยู่ต่างจังหวัดกลับไปอยู่บ้านก่อน หาปลา หาผัก ตามหัวไร่ปลายนา กินกันไปก่อน ส่วนใครมีความสามารถพิเศษอะไรอยู่ ก็ลองนำมาพิจารณาดูว่าพอจะทำอะไรกินได้บ้าง ผมอยู่ว่างๆก็เลยช่วยท่านคิด เพราะเห็นใจว่าท่านอาจจะกำลังหน้ามืดเพราะตกงาน อาจจะคิดไม่ออก อาชีพต่อไปนี้เป็นอาชีพที่อาจจะไม่ทำให้ร่ำรวยหรือมีความยั่งยืน แต่พอขัดตาทัพก่อให้เกิดรายได้ไปก่อนจนกว่าเศรฐกิจจะดีขึ้น กลับมาทำงานทำการได้ใหม่</p>
<p><span id="more-652"></span></p>
<p>อาชีพที่หนึ่ง อาชีพสารพัดช่าง</p>
<p>ท่านที่ถูกปลดออกจากงานหรือนักศึกษาที่เพิ่งจบการศึกษา และมีความรู้ทางด้านช่าง สามารถเดินไฟฟ้า ซ่อมไฟฟ้า ประปา ซ่อมแอร์ได้ ท่านอาจจะทำงานเป็นช่างซ่อม ช่างติดตั้งไปพลางๆก่อน วิธีการหางานคือ ให้ท่านไปติดต่อกับร้านขายอุปกรณ์/วัสดุก่อสร้าง ร้านขายปั๊มน้ำ ร้านขายเตรื่องปรับอากาศ ที่อยู่แถวๆบ้านท่าน บอกเจ้าของร้านให้ทราบว่าท่านมีความสามารถอะไรบ้าง ให้เบอร์ติดต่อไว้ เพราะเวลาชาวบ้านมีความต้องการช่างมาติดตั้งหรือซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องไฟฟ้าในบ้านมักจะไปถามหาช่างจากร้านพวกนี้ หรือบางที่ไปซื้ออุปกรณ์ที่ร้านพวกนี้และต้องการช่างติดตั้ง ที่ร้านก็จะตามช่างที่มาแจ้งไว้นั้นแหละ นี่คืออาชีพที่จะมีงานทำไม่ว่าโรงงานจะปิดหรือเศรษฐกิจจะเลวแค่ไหน เพราะของใช้ที่บ้านมันต้องเสีย ประปามันต้องแตก</p>
<p>อาชีพที่สอง สถานีบริการรถมอเตอร์ไซค์</p>
<p>ท่านที่ไม่ถนัดในการทำอาชีพข้างต้น แต่มีความถนัดในการซ่อมเครื่องยนตร์ ผมก็มีอีกอาชีพมาแนะนำ อาชีพนี้ไม่ต้องลงทุนมาก ท่านอาจจะดำเนินการได้ดังนี้</p>
<p>๑)     ขอให้ท่านหาสถานที่ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับหมู่บ้านจัดสรร มหาวิทยาลัย วิทยาลัย โรงเรียน ขนาดไม่ต้องใหญ่นัก หน้ากว้างประมาณ ๔-๖ เมตรเป็นอย่างน้อย ลึกประมาณ ๔-๕ เมตรก็พอ ถ้าเป็นที่โล่งก็ให้ทำหลังคาพอคุ้มแดดคุ้มฝน</p>
<p>๒)     ถ้าพื้นเป็นดิน ก็ให้เทปูนให้ทั่ว</p>
<p>๓)     ทำแท่นสำหรับให้รถมอเตอร์ไซค์แล่นขึ้นไปจอดตามรูปที่แนบมาด้วยข้างล่างนี้ อาจจะทำด้วยไม้ เหล็ก หรือก่ออิฐ ก็ได้ แล้วแต่ความถนัดและทุนทรัพย์ ท่านอาจจะชวนเพื่อนพ้องมาช่วยสักคนสองคน แท่นนี้จะช่วยให้สะดวกเวลาคนเอารถมอเตอร์ไซค์มาซ่อม ท่านก็เอาขึ้นมาจอด</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-207" title="e0b8a5e0b989e0b8b2e0b887e0b8a3e0b896e0b991" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/04/e0b8a5e0b989e0b8b2e0b887e0b8a3e0b896e0b991.jpg?w=422&#038;h=336" alt="e0b8a5e0b989e0b8b2e0b887e0b8a3e0b896e0b991" width="422" height="336" /></p>
<p>๔)      เขียนป้ายประกาศหน้าร้านว่าท่าน รับล้างอัดฉีด เปลี่ยนหัวเทียน ถ่ายน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนยาง เปลี่ยนโช๊ค  และแจกใบปลิวไปให้ทั่วตามหมู่บ้าน มหาวิทยาลัย โรงเรียน ฯลฯ</p>
<p>อาชีพนี้ขอให้ท่านนึกถึงว่า สถานีบริการรถยนตร์เค้ามีบริการอะไรบ้าง ท่านก็ให้มีบริการ ตามนั้น สมัยก่อนนั้นผู้ชายเท่านั้นที่จะขี่มอเตอร์ไซค์ ผู้ชายส่วนใหญ่มักจะมีความสามารถทางด้านช่างอยู่แล้ว การล้างรถ ซ่อมเล็กซ่อมน้อยมักจะทำได้ด้วยตนเอง ก็เลยไม่เกิดสถานีบริการรถมอเตอร์ไซค์ แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไป ผู้หญิงก็ขี่รถมอเตอร์ไซค์มากขึ้น โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ตามโรงเรียน หมู่บ้านมหาวิทยาลัย  ฯลฯ จะมีผู้หญิงขี่รถมอเตอร์ไซค์มากมาย และดูแลรถไม่เป็น นี่แหละครับช่องทางที่ท่านจะทำมาหากินได้ ใครมีหัวจะรับตกแต่งรถ ขายอุปกรณ์เสริมอะไรอีกก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด ที่สำคัญอย่าไปลงทุนมากในตอนแรก ค่อยๆขยายไปตามปริมาณลูกค้าที่เพิ่มขึ้น วิธีการนี้จะทำให้ท่านไม่เจ็บตัวมาก หากท่านหาทำเลไม่เหมาะ หรือกิจการไม่ดีเท่าที่ควร ท่านจะได้ไม่เจ็บตัวมาก และอย่าลืมว่านี่เป็นอาชีพขัดตาทัพ ลงทุนน้อยให้คืนทุนไว เวลาเศรษฐกิจดีขึ้นท่านจะได้กลับไปทำงานประจำต่อ</p>
<p>อาชีพที่สาม ติวเต่อร์</p>
<p>สองอาชีพแรกนั้นเป็นอาชีพของผู้ชายโดยเฉพาะ อาชีพที่สามนั้นจะเหมาะกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย แต่ผู้ชายจะทำก็ไม่ขัดข้อง อาชีพนี้จะเหมาะกับนักศึกษาที่เพิ่งจบใหม่ๆแต่ยังหางานทำไม่ได้ ระหว่างที่หางาน หรือรองานอยู่ก็ไม่ควรจะอยู่นิ่งเฉยๆ วิชาการที่ร่ำเรียนมาก็ยังสดๆซิงๆอยู่ ไม่ควรจะปล่อยไว้เฉยๆเดี๋ยวจะลืมหมด ผมแนะนำให้ทำงานสอนหนังสือไปพลางๆก่อน</p>
<p>๑)     ลูกค้ากลุ่มที่หนึ่งคือเด็กนักเรียนมัธยมตั้งแต่ป๑ จนถึงป๖ ในกรุงเทพและปริมณฑล นักเรียนกลุ่มนี้พ่อแม่ ผู้ปกครองต้องการนักเรียนนักศึกษามาสอนการบ้านให้ลูกๆหลานๆที่โรงเรียนในช่วงตอนเย็นหลังเลิกเรียนแล้ว ระหว่างที่รอพ่อแม่ ผู้ปกครองมารับกลับบ้าน แทนที่จะให้วิ่งเล่นเปล่าๆ  พอพ่อแม่มารับที่โรงเรียนการบ้านก็มักจะเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อขับรถฝ่าการจราจรที่ติดขัดของกรุงเทพกลับถึงบ้านลูกๆก็จะได้อาบน้ำอาบท่า กินข้าว และพักผ่อนได้เลย ในช่วงเวลาใก้ลๆสอบของนักเรียน ติวเต่อร์ก็จะทำหน้าที่ดูแลให้เด็กๆท่องหนังสือ อ่านหนังสือ สอนในส่วนที่ไม่เข้าใจ และทบทวนความพร้อม</p>
<p>วิธีการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มนี้ ท่านอาจจะกลับไปที่โรงเรียนมัธยมเก่าที่ท่านเคยศึกษาอยู่ ไปหาครูๆที่เคยสอนท่านมา และขอให้ท่านช่วยแนะนำนักเรียนเหล่านี้ให้</p>
<p>๒)     ลูกค้ากลุ่มที่สอง มักจะเป็นนักเรียนที่โตขึ้นมากว่ากลุ่มที่หนึ่ง กลุ่มนี้มักจะให้มาสอนที่บ้านในวันหยุด โดยต้องการให้สอนบางวิชาที่ตนอ่อนอยู่ เช่นวิชาภาษาอังกฤษ วิชาคำนวน เป็นต้น ซึ่งการสอนก็อาจจะเป็นสามชั่วโมงต่อครั้ง</p>
<p>วิธีการหาลูกค้าประเภทนี้ท่านอาจจะใช้วิธีแบบกลุ่มที่หนึ่งบวกกับการประกาศโฆษณาบริการของท่านพร้อมความสามารถไปตามโรงเรียนต่างๆ และใช้การบอกกันต่อๆแบบปากต่อปาก</p>
<p>๓)     ลูกค้ากลุ่มที่สาม จะเป็นนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย ที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มเล็กๆและต้องการหาติวเต่อร์มาช่วยติวในบางวิชาก่อนสอบ</p>
<p>วิธีการหาลูกค้ากลุ่มนี้ ท่านอาจจะใช้การประกาศโฆษณาบริการของท่านพร้อมความ สามารถไปตามคณะต่างๆที่ท่านรู้จักบวกกับกานบอกแบบปากต่อปาก</p>
<p>อาชีพที่สามนี้คงจะพอช่วยให้ท่านมีรายได้บ้างไปพลางๆในระหว่างที่รองานหรือรอให้เศรษฐกิจฟื้นตัวนี้</p>
<p>จะได้ไม่ต้องแบมือขอเงินจากทางบ้านมาใช้ มันอาจจะไม่มากมายนักแต่ก็ดีกว่าอยู่เปล่าๆละครับ ผมบอกแล้วตั้งแต่ต้นว่านี่คือ อาชีพขัดตาทัพ</p>
<p>(วันนี้ขอแนะนำสามอาชีพก่อน วันหลังจะมาต่อครับ)</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/travelandgetrich.wordpress.com/652/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/travelandgetrich.wordpress.com/652/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/travelandgetrich.wordpress.com/652/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/travelandgetrich.wordpress.com/652/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/travelandgetrich.wordpress.com/652/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/travelandgetrich.wordpress.com/652/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/travelandgetrich.wordpress.com/652/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/travelandgetrich.wordpress.com/652/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/travelandgetrich.wordpress.com/652/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/travelandgetrich.wordpress.com/652/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=652&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/02/06/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%9e/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/1daf7e1558294ff6eca013c3a40f8cc6?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">พาไปเที่ยว--พาไปรวย</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/04/e0b8a5e0b989e0b8b2e0b887e0b8a3e0b896e0b991.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">e0b8a5e0b989e0b8b2e0b887e0b8a3e0b896e0b991</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เครื่องปั่นไฟฟ้าพลังว่าว</title>
		<link>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/01/08/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/01/08/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 08 Jan 2009 09:01:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>travelandgetrich</dc:creator>
				<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Kite]]></category>
		<category><![CDATA[กังหันลม,]]></category>
		<category><![CDATA[ทุเรียน,]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังลม]]></category>
		<category><![CDATA[พลังว่าว]]></category>
		<category><![CDATA[พาราไกลเด่อร์]]></category>
		<category><![CDATA[ว่าว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://travelandgetrich.wordpress.com/?p=623</guid>
		<description><![CDATA[จากการที่มีผู้สนใจในเรื่องพลังงานทดแทนกันมาก โดยเฉพาะในเรื่องพลังงานจากลม ที่ดูจากการที่มีผู้เข้ามาเยี่ยมชมเครื่องวัดแรงลมแบบลูกทุ่งของผมที่ได้นำเสนอไปเมื่อสามสี่เดือนก่อนมากกว่า ๕๘๐ ครั้ง เรื่องกังหันลมราคาถูกอีกเกือบ ๕๐๐ ครั้ง จากการเยี่ยมชมบล็อกทั้งหมดกว่า ๑๐,๐๐๐ ครั้งในช่วงระยะเวลาประมาณ ๑๐ เดือนที่ผมทำบล็อกมา ผมก็เลยพยายามค้นคว้าเรื่องพลังงานจากลมมาฝากท่านอีกเพื่อสนองความสนใจของท่านทั้งหลาย
หลังจากที่อ่านข่าวคราวเกี่ยวกับพลังงานลมทั้งของไทยและของเทศหลายอันก็เกิดความคิดแก้ไขปัญหาเรื่องแรงลมในประเทศของเรามันไม่ค่อยจะแรงมาก โดยต้องแก้ในประเด็นต่างๆให้ได้ดังนี้ คือ
1.               สร้างอุปกรณ์เก็บเกี่ยวพลังงานลมจากระดับที่สูงขึ้นไปอย่างที่เรียกว่าลมบน โดยใช้เงินลงทุนน้อยที่สุด ทนแทนการสร้างหอคอยที่ต้องใช้เงินลงทุนเป็นแสนๆ
2.               ทำพื้นที่รับแรงลมให้ใหญ่ขึ้นมากเท่าที่จะทำได้ โดยน้ำหนักต้องเบาและไม่ต้องลงทุนมาก
3.               เสียค่าบำรุงรักษาน้อยและดูแลได้ด้วยตนเอง

จากประเด็นข้อหนึ่ง ผมได้ไปเจอความคิดของนักประดิษฐ์ต่างชาติที่ใช้ว่าวชักขึ้นไปสูงๆมาปั่นเครื่องกำเหนิดไฟฟ้า แต่ก็ไม่ได้ให้รายละเอียดอะไรมากนัก สงสัยกลัวจะถูกลอกเรียนแบบ ผมก็ลองมานั่งคิดออกแบบหาเทคนิคใหม่ๆมาประยุกต์ว่าพลังจากว่าวจะเอาไปปั่นไฟฟ้าได้อย่างไร ก็พอดีไปเจอแนวคิดของอาจารย์คนไทยในมหาวิทยาลัยท่านหนึ่งที่หาทางแก้ปัญหาการผลิตไฟฟ้าจากกังหันลม ที่แต่เดิมต้องอัดเข้าไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่เพื่อเก็บไว้ใช้เมื่อเวลาที่ไม่มีลมพัดหรือเวลาที่ลมอ่อน ทำให้มีค่าใช้จ่ายในเรื่องการลงทุนซื้อแบตเตอรี่สูงและมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาแบตเตอรี่สูงด้วย วิธีของท่านก็คือแทนที่จะเอากังหันลมมาปั่นครื่องปั่นไฟโดยตรง ท่านเอาพลังจากกังหันลมไปปั่นเครื่องปั๊มลมอย่างที่ท่านเห็นกันอยู่ตามสถานีบริการเติมน้ำมัน และอัดลมนี้เข้าไปเก็บไว้ในถังขนาดใหญ่ แล้วเอาแรงลมที่เก็บไว้และมีแรงอัดสูงมาหมุนเครื่องปั่นไฟอีกทีหนึ่ง วิธีการนี้ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่มาเก็บไฟฟ้าไว้ใช้เวลาลมอ่อน แต่ใช้ถังขนาดใหญ่มาเก็บแรงอัดของลมไว้แทน ทำให้ต้นทุนของระบบต่ำกว่าการใช้แบตเตอรี่รวมทั้งแทบจะไม่ต้องมีค่าบำรุงรักษาเลย
ผมก็เลยนำความคิดสองเรื่องนี้มาผนวกกับเครื่องวัดแรงลมด้วยว่าวของผม เกิดเป็นเครื่องปั่นไฟฟ้าพลังว่าวดังนี้
เครื่องที่ว่านี้จะประกอบด้วยว่าวขนาดใหญ่ที่สามารถมีขนาดใหญ่ได้ถีง๒๖ตารางเมตรหรือประมาณ ๒๓๕ ตารางฟุต ว่าวที่ว่านี้ไม่ใช่ว่าวอีลุ้ม หรือว่าวจุฬาอย่างที่เรานิยมเล่นกัน แต่เป็นว่าวแบบคล้ายๆล่มดิ่งพระสุธา หรือล่มแบบที่เรียกว่า &#8220;พาราไกรเด่อร์&#8221; ( Para-glider ) ตามรูปที่แนบ

จากนั้นก็นำว่าวมาผูกกับเครื่องอัดอากาศที่เป็นลูกสูบนอนแบบชัก โดยใช้แรงลมที่ปะทะกับตัวว่าวเป็นตัวดึงลูกสูบให้อัดอากาศเข้าไปเก็บไว้ในถังขนาดใหญ่ เมื่อลูกสูบถูกดึงให้เคลื่อนที่ไปจนสุดก็จะดันสวิช ส่งสัญญาณไปยังวาวล์เปิดอากาศแรงอัดสูงดันก้านกระทุ้งให้ยืดออกดันเชือกที่ผูกกับว่าวเพื่อเปลี่ยนมุมดึงของว่าวทำให้เกิดแรงดึงลูกสูบให้ถอยกลับซึ่งก็จะอัดอากาศเข้าสู่ถังเก็บเช่นเดียวกัน และเมื่อลูกสูบถอยกลับจนสุดก็จะดันสวิชที่ติดตั้งไว้ตอนท้ายของกระบอกสูบให้เปิดวาวล์ปล่อยอากาศแรงดันสูงออกจากก้านกระทุ้ง ทำให้ก้านกระทุ้งถอยกลับ ปล่อยให้สายเชือกที่ผูกติดกับว่าวลากลูกสูบเดินหน้าอัดอากาศต่อไป การทำงานก็จะหมุนเวียนไปเช่นนี้ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=623&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>จากการที่มีผู้สนใจในเรื่องพลังงานทดแทนกันมาก โดยเฉพาะในเรื่องพลังงานจากลม ที่ดูจากการที่มีผู้เข้ามาเยี่ยมชมเครื่องวัดแรงลมแบบลูกทุ่งของผมที่ได้นำเสนอไปเมื่อสามสี่เดือนก่อนมากกว่า ๕๘๐ ครั้ง เรื่องกังหันลมราคาถูกอีกเกือบ ๕๐๐ ครั้ง จากการเยี่ยมชมบล็อกทั้งหมดกว่า ๑๐,๐๐๐ ครั้งในช่วงระยะเวลาประมาณ ๑๐ เดือนที่ผมทำบล็อกมา ผมก็เลยพยายามค้นคว้าเรื่องพลังงานจากลมมาฝากท่านอีกเพื่อสนองความสนใจของท่านทั้งหลาย</p>
<p>หลังจากที่อ่านข่าวคราวเกี่ยวกับพลังงานลมทั้งของไทยและของเทศหลายอันก็เกิดความคิดแก้ไขปัญหาเรื่องแรงลมในประเทศของเรามันไม่ค่อยจะแรงมาก โดยต้องแก้ในประเด็นต่างๆให้ได้ดังนี้ คือ</p>
<p>1.               สร้างอุปกรณ์เก็บเกี่ยวพลังงานลมจากระดับที่สูงขึ้นไปอย่างที่เรียกว่าลมบน โดยใช้เงินลงทุนน้อยที่สุด ทนแทนการสร้างหอคอยที่ต้องใช้เงินลงทุนเป็นแสนๆ</p>
<p>2.               ทำพื้นที่รับแรงลมให้ใหญ่ขึ้นมากเท่าที่จะทำได้ โดยน้ำหนักต้องเบาและไม่ต้องลงทุนมาก</p>
<p>3.               เสียค่าบำรุงรักษาน้อยและดูแลได้ด้วยตนเอง</p>
<p><span id="more-623"></span></p>
<p>จากประเด็นข้อหนึ่ง ผมได้ไปเจอความคิดของนักประดิษฐ์ต่างชาติที่ใช้ว่าวชักขึ้นไปสูงๆมาปั่นเครื่องกำเหนิดไฟฟ้า แต่ก็ไม่ได้ให้รายละเอียดอะไรมากนัก สงสัยกลัวจะถูกลอกเรียนแบบ ผมก็ลองมานั่งคิดออกแบบหาเทคนิคใหม่ๆมาประยุกต์ว่าพลังจากว่าวจะเอาไปปั่นไฟฟ้าได้อย่างไร ก็พอดีไปเจอแนวคิดของอาจารย์คนไทยในมหาวิทยาลัยท่านหนึ่งที่หาทางแก้ปัญหาการผลิตไฟฟ้าจากกังหันลม ที่แต่เดิมต้องอัดเข้าไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่เพื่อเก็บไว้ใช้เมื่อเวลาที่ไม่มีลมพัดหรือเวลาที่ลมอ่อน ทำให้มีค่าใช้จ่ายในเรื่องการลงทุนซื้อแบตเตอรี่สูงและมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาแบตเตอรี่สูงด้วย วิธีของท่านก็คือแทนที่จะเอากังหันลมมาปั่นครื่องปั่นไฟโดยตรง ท่านเอาพลังจากกังหันลมไปปั่นเครื่องปั๊มลมอย่างที่ท่านเห็นกันอยู่ตามสถานีบริการเติมน้ำมัน และอัดลมนี้เข้าไปเก็บไว้ในถังขนาดใหญ่ แล้วเอาแรงลมที่เก็บไว้และมีแรงอัดสูงมาหมุนเครื่องปั่นไฟอีกทีหนึ่ง วิธีการนี้ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่มาเก็บไฟฟ้าไว้ใช้เวลาลมอ่อน แต่ใช้ถังขนาดใหญ่มาเก็บแรงอัดของลมไว้แทน ทำให้ต้นทุนของระบบต่ำกว่าการใช้แบตเตอรี่รวมทั้งแทบจะไม่ต้องมีค่าบำรุงรักษาเลย</p>
<p>ผมก็เลยนำความคิดสองเรื่องนี้มาผนวกกับเครื่องวัดแรงลมด้วยว่าวของผม เกิดเป็นเครื่องปั่นไฟฟ้าพลังว่าวดังนี้</p>
<p>เครื่องที่ว่านี้จะประกอบด้วยว่าวขนาดใหญ่ที่สามารถมีขนาดใหญ่ได้ถีง๒๖ตารางเมตรหรือประมาณ ๒๓๕ ตารางฟุต ว่าวที่ว่านี้ไม่ใช่ว่าวอีลุ้ม หรือว่าวจุฬาอย่างที่เรานิยมเล่นกัน แต่เป็นว่าวแบบคล้ายๆล่มดิ่งพระสุธา หรือล่มแบบที่เรียกว่า &#8220;พาราไกรเด่อร์&#8221; ( Para-glider ) ตามรูปที่แนบ<img class="aligncenter size-full wp-image-630" title="swing_arcus" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/01/swing_arcus.jpg?w=500&#038;h=375" alt="swing_arcus" width="500" height="375" /></p>
<p align="center">
<p>จากนั้นก็นำว่าวมาผูกกับเครื่องอัดอากาศที่เป็นลูกสูบนอนแบบชัก โดยใช้แรงลมที่ปะทะกับตัวว่าวเป็นตัวดึงลูกสูบให้อัดอากาศเข้าไปเก็บไว้ในถังขนาดใหญ่ เมื่อลูกสูบถูกดึงให้เคลื่อนที่ไปจนสุดก็จะดันสวิช ส่งสัญญาณไปยังวาวล์เปิดอากาศแรงอัดสูงดันก้านกระทุ้งให้ยืดออกดันเชือกที่ผูกกับว่าวเพื่อเปลี่ยนมุมดึงของว่าวทำให้เกิดแรงดึงลูกสูบให้ถอยกลับซึ่งก็จะอัดอากาศเข้าสู่ถังเก็บเช่นเดียวกัน และเมื่อลูกสูบถอยกลับจนสุดก็จะดันสวิชที่ติดตั้งไว้ตอนท้ายของกระบอกสูบให้เปิดวาวล์ปล่อยอากาศแรงดันสูงออกจากก้านกระทุ้ง ทำให้ก้านกระทุ้งถอยกลับ ปล่อยให้สายเชือกที่ผูกติดกับว่าวลากลูกสูบเดินหน้าอัดอากาศต่อไป การทำงานก็จะหมุนเวียนไปเช่นนี้ (โปรดดูรูปประกอบ)</p>
<p align="center"><img class="aligncenter size-medium wp-image-632" title="piston11" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/01/piston11.jpg?w=300&#038;h=225" alt="piston11" width="300" height="225" /></p>
<h3>รูปแสดงลูกสูบที่ถูกดึงไปทางดัานขวามือ</h3>
<p align="center">
<p align="center">
<p align="center">
<p align="center"><img class="aligncenter size-full wp-image-633" title="piston2" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/01/piston2.jpg?w=500&#038;h=375" alt="piston2" width="500" height="375" /></p>
<h3>รูปแสดงลูกสูบที่ถูกดึงกลับไปทางดัานซ้ายมือ</h3>
<p align="center">
<p align="center">
<p align="center">
<p align="center"><img class="aligncenter size-full wp-image-641" title="piston3" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/01/piston3.jpg?w=500&#038;h=372" alt="piston3" width="500" height="372" /></p>
<h3>รูปแสดงลูกสูบที่ถูกดึงกลับไปกลับมา</h3>
<h3></h3>
<p align="center">
<p align="center">
<p align="center"><img class="aligncenter size-full wp-image-639" title="piston4" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/01/piston4.jpg?w=500&#038;h=375" alt="piston4" width="500" height="375" /></p>
<p align="center">
<p align="center">
<p align="center">
<p align="center">
<p>แรงลมในระดับสูงจะมีแรงดึงไม่ต่ำกว่า ๕ ปอนด์ต่อตารางฟุต ว่าวที่มีขนาด ๒๓๕ ตารางฟุตจะเกิดแรงดึงที่ปลายเชือกประมาณ ๑๑๗๕ ปอนด์ หรือประมาณ ๕๐๐ กิโลกรัม วิธีการนี้จะแก้ปัญหาแรงลมออ่นในระดับผิวดิน โดยไม่ต้องสร้างหอคอยสูงที่มีค่าก่อสร้างแพง จากการประเมินต้นทุนค่าอุปกรณ์ทั้งหมดจะอยู่ในราว ๑๕๐,๐๐๐ &#8211; ๒๐๐,๐๐๐ บาท อันประกอบด้วย</p>
<p>1.               ว่าวตามรูปขนาด ๒๖ ตารางฟุต ราคาประมาณ    ๗๐,๐๐๐ &#8211; ๘๐,๐๐๐  บาท</p>
<p>2.               ค่าผลิตเครื่องอัดอากาศประมาณ                      ๕๐,๐๐๐ &#8211; ๙๐,๐๐๐   บาท</p>
<p>3.               ถังเก็บอากาศแรงอัดสูงราคาประมาณ                ๓๐,๐๐๐                 บาท/ถัง</p>
<p>ส่วนค่ามอเตอร์ลมและเครื่องเย็นเนอเรเต่อร์ผลิตกระแสรไฟฟ้าผมยังไม่มีราคาในขณะนี้ เมื่อได</p>
<p>ราคาแล้วผมจะมาเพิ่มเติมให้ ก่อนจะจบเรื่องนี้ต้องขอบอกก่อนว่า ทั้งหมดนี้เป็นแนวคิดการออกแบบเท่านั้น ยังไม่ได้มีการสร้างจริง เมื่อท่านที่อ่านแล้วสนใจจะไปทดลองสร้าง ผมจะยินดีมาก เพราะผมแก่แล้วมันหมดเวลาและแรงที่จะมาทำการทดลองสร้างของพวกนี้แล้ว ได้แต่หวังให้ท่านผู้สนใจนำไปทดลองต่อไป</p>
<p>ขอย้ำอีกทีว่าอย่านอนใจกับราคาน้ำมันที่กำลังลดราคาอยู่ขณะนี้ มันจะกลับขึ้นมาใหม่ภายในปีหน้านี้ และมีผู้คาดว่ามันจะสูงเกินกว่าบาร์เลลละ US$ 60 ถ้าเราไม่เตรียมตัวเสียแต่ตอนนี้ ถึงเวลานั้นมันอาจจะสายเกินไป</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/travelandgetrich.wordpress.com/623/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/travelandgetrich.wordpress.com/623/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/travelandgetrich.wordpress.com/623/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/travelandgetrich.wordpress.com/623/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/travelandgetrich.wordpress.com/623/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/travelandgetrich.wordpress.com/623/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/travelandgetrich.wordpress.com/623/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/travelandgetrich.wordpress.com/623/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/travelandgetrich.wordpress.com/623/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/travelandgetrich.wordpress.com/623/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=623&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://travelandgetrich.wordpress.com/2009/01/08/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/1daf7e1558294ff6eca013c3a40f8cc6?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">พาไปเที่ยว--พาไปรวย</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/01/swing_arcus.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">swing_arcus</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/01/piston11.jpg?w=300" medium="image">
			<media:title type="html">piston11</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/01/piston2.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">piston2</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/01/piston3.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">piston3</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2009/01/piston4.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">piston4</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ทางรอคของโรงแรมในประเทศไทย</title>
		<link>http://travelandgetrich.wordpress.com/2008/12/04/%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97/</link>
		<comments>http://travelandgetrich.wordpress.com/2008/12/04/%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 04 Dec 2008 16:51:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>travelandgetrich</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Cost Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Hotel]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว,บาหลี,ช่]]></category>
		<category><![CDATA[แนวทางทำธุระกิจ,]]></category>
		<category><![CDATA[Add new tag]]></category>
		<category><![CDATA[ลดต้นทุน]]></category>
		<category><![CDATA[เวียตนาม]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://travelandgetrich.wordpress.com/?p=613</guid>
		<description><![CDATA[ดูข่าวบ้านเมืองไทยแล้วหดหู่ ถึงแม้ว่าฝ่ายพันธมิตรจะถอนตัวออกจากสนามบินแล้วก็ตาม ถึงแม้ว่าเครื่องบินจะขี้นลงได้ตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ ๔ ธันวาคมแล้วก็ตาม แต่สร้างความหวาดผวาให้กับชาวต่างประเทศไปมากมาย ชาวต่างประเทศคงจะหายไปจำนวนมาก ธุระกิจที่เกี่ยวพันกับนักท่องเที่ยวคงจะย่ำแย่ โดยเฉพาะธุระกิจโรงแรม ผมฟังข่าวแล้วก็มานั่งคิดว่าถ้าผมเป็นเจ้าของธุระกิจเหล่านั้นผมจะทำอย่างไร? ผมมานั่งคิดแทนท่านเจ้าของธุรกิจต่างๆเพื่อหาวิธีการช่วยท่าน ด้วยความเป็นห่วง เท่าที่คนแก่อย่างผมแต่มีประสบการณ์เต็มกระเป๋าจะคิดได้ และเอามาเสนอให้ท่านลองนำไปคิดและลองเอาไปใช้ดู เพราะผมรู้ว่าท่านผู้ประกอบการเหล่านั้นกำลังเมาหมัด ท่านกำลังสับสนงงงวย ท่านอาจจะมึนจนคิดไม่ออก ทั้งๆที่ท่านมีความรู้ความสามารถมากกว่าผมหลายเท่า ผมในฐานะที่นั่งอยู่นอกเวทีและพอจะมองเห็นอะไรดีๆอยู่บ้างจึงขอเสนอวิธึการประคองตัวไว้ให้เจ็บน้อยลงดังนี้
· ลดต้นทุนการดำเนินงานลงให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แต่ต้องไม่ให้คุณภาพลดลงไปจากเดิม การลดต้นทุนนั้นมีหลายวิธี วิธึทึ่คนมักชอบทำกันคือเลิกจ้างพนักงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่คนมักง่ายชอบทำกัน แต่จะทำให้เกิดปัญหาขาดคนที่มีคุณภาพเมื่อธุระกิจดีขึ้น ผมจึงยากจะให้เก็บไว้เป็นวิธีสุดท้าย มีวิธีการลดต้นทุนได้อย่างดีคือลดการสูญเสีย สูญเปล่า ภายในการดำเนินงาน เช่น งานบางอย่างทำไปโดยไม่สร้างมูลต่าเพิ่มแต่ก็ยังนั่งทำกันไป ไม่รู้ทำไปทำไม ถามเข้าก็บอกว่าเห็นโรงแรมที่อื่นเค้าก็ทำกันแบบนี้  ท่านลองคิดดูว่าจะปรับเปลี่ยนได้ไม๊? ลดได้ไม๊? อย่าเอาแต่ลอกแบบกันมา 
  งานที่มีวิธีการทำอย่างอื่นที่มีประสิทธิภาพมากกว่า เช่นการแจกคูปองกินอาหารเช้าในโรงแรมที่เปลืองแรงคน เปลืองเวลา ทำไมไม่ใช้ระบบบาร์โค๊ดเช่นตามฟู๊ดเซ็นเต่อร์เข้ามาช่วย? วิธีของผมสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ไม่ต่ำกว่าสองแสนบาทต่อปี
 เรื่องมินิบาร์ที่เป็นเรื่องวุ่นวายมากในการบริหารจัดการ และเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมาก เสียอารมณ์ทั้งผู้มาพักและโรงแรม ทำไมไม่มีวิธีอื่นหรือที่จะมาจัดการที่ดีกว่า? ถามจริงๆเถอะว่าท่านมีรายได้จากมินิบาร์กันสักเท่าไร? ท่านรู้ไม๊? คนส่วนใหญ่ไม่กินของจากมินิบาร์ ส่วนมากซื้อหิ้วมาจากข้างนอก รวมทั้งผมด้วย
ท่านมีวิธีอี่นไม๊ที่จะทำให้เสียค่าใช้จ่ายลดลงในการจัดการ ผมมีวิธีการแต่ลำบากที่จะอธิบาย ณ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=613&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><h4 style="text-align:center;"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">ดูข่าวบ้านเมืองไทยแล้วหดหู่ ถึงแม้ว่าฝ่ายพันธมิตรจะถอนตัวออกจากสนามบินแล้วก็ตาม ถึงแม้ว่าเครื่องบินจะขี้นลงได้ตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ ๔ ธันวาคมแล้วก็ตาม แต่สร้างความหวาดผวาให้กับชาวต่างประเทศไปมากมาย ชาวต่างประเทศคงจะหายไปจำนวนมาก ธุระกิจที่เกี่ยวพันกับนักท่องเที่ยวคงจะย่ำแย่ โดยเฉพาะธุระกิจโรงแรม ผมฟังข่าวแล้วก็มานั่งคิดว่าถ้าผมเป็นเจ้าของธุระกิจเหล่านั้นผมจะทำอย่างไร? ผมมานั่งคิดแทนท่านเจ้าของธุรกิจต่างๆเพื่อหาวิธีการช่วยท่าน<span id="more-613"></span> ด้วยความเป็นห่วง เท่าที่คนแก่อย่างผมแต่มีประสบการณ์เต็มกระเป๋าจะคิดได้ และเอามาเสนอให้ท่านลองนำไปคิดและลองเอาไปใช้ดู เพราะผมรู้ว่าท่านผู้ประกอบการเหล่านั้นกำลังเมาหมัด ท่านกำลังสับสนงงงวย ท่านอาจจะมึนจนคิดไม่ออก ทั้งๆที่ท่านมีความรู้ความสามารถมากกว่าผมหลายเท่า ผมในฐานะที่นั่งอยู่นอกเวทีและพอจะมองเห็นอะไรดีๆอยู่บ้างจึงขอเสนอวิธึการประคองตัวไว้ให้เจ็บน้อยลงดังนี้</span></h4>
<h4 style="text-align:center;"><!--[if !supportLists]--><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:Symbol;"><span>·<span style="font-family:&quot;font-style:normal;font-variant:normal;font-weight:normal;font-size:7pt;line-height:normal;"> </span></span></span><!--[endif]--><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">ลดต้นทุนการดำเนินงานลงให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แต่ต้องไม่ให้คุณภาพลดลงไปจากเดิม การลดต้นทุนนั้นมีหลายวิธี วิธึทึ่คนมักชอบทำกันคือเลิกจ้างพนักงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่คนมักง่ายชอบทำกัน แต่จะทำให้เกิดปัญหาขาดคนที่มีคุณภาพเมื่อธุระกิจดีขึ้น ผมจึงยากจะให้เก็บไว้เป็นวิธีสุดท้าย มีวิธีการลดต้นทุนได้อย่างดีคือลดการสูญเสีย สูญเปล่า ภายในการดำเนินงาน เช่น งานบางอย่างทำไปโดยไม่สร้างมูลต่าเพิ่มแต่ก็ยังนั่งทำกันไป ไม่รู้ทำไปทำไม ถามเข้าก็บอกว่าเห็นโรงแรมที่อื่นเค้าก็ทำกันแบบนี้ <span> </span>ท่านลองคิดดูว่าจะปรับเปลี่ยนได้ไม๊? ลดได้ไม๊? อย่าเอาแต่ลอกแบบกันมา </span></h4>
<h4 style="text-align:center;"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH"><span> </span><span> </span>งานที่มีวิธีการทำอย่างอื่นที่มีประสิทธิภาพมากกว่า เช่นการแจกคูปองกินอาหารเช้าในโรงแรมที่เปลืองแรงคน เปลืองเวลา ทำไมไม่ใช้ระบบบาร์โค๊ดเช่นตามฟู๊ดเซ็นเต่อร์เข้ามาช่วย? วิธีของผมสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ไม่ต่ำกว่าสองแสนบาทต่อปี</span></h4>
<h4 style="text-align:center;"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH"><span> </span>เรื่องมินิบาร์ที่เป็นเรื่องวุ่นวายมากในการบริหารจัดการ และเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมาก เสียอารมณ์ทั้งผู้มาพักและโรงแรม ทำไมไม่มีวิธีอื่นหรือที่จะมาจัดการที่ดีกว่า? ถามจริงๆเถอะว่าท่านมีรายได้จากมินิบาร์กันสักเท่าไร? ท่านรู้ไม๊? คนส่วนใหญ่ไม่กินของจากมินิบาร์ ส่วนมากซื้อหิ้วมาจากข้างนอก รวมทั้งผมด้วย</span></h4>
<h4 style="text-align:center;"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">ท่านมีวิธีอี่นไม๊ที่จะทำให้เสียค่าใช้จ่ายลดลงในการจัดการ ผมมีวิธีการแต่ลำบากที่จะอธิบาย ณ ที่นี้ แต่บอกได้ว่าผมคำนวนแล้ว วิธีของผมสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ระหว่าง สี่แสน ถึงหกแสนบาทต่อปี แล้วแต่ว่าโรงแรมนั้นมีกี่ห้อง ถ้าท่านอยากทราบวิธีการของผมถามมาได้ผ่านทางบล็อกนี้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์และไม่คิดค่าใช้จ่าย ให้กันฟรีเป็นวิทยาทาน ก่อนที่ผมจะตาย</span></h4>
<h4 style="text-align:center;"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH"><span> </span></span><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">นอกจากนั้นระบบ</span><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH"> </span><span style="font-size:16pt;line-height:115%;">check in/check out </span><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">มีวิธีการปรับปรุงให้ลดค่าใช้จ่ายลงหรือไม่? ค่าไฟฟ้า ค่าพลังงาน ค่าอาหาร มีวิธีการลดการสูญเสีย ลดการรั่วไหลได้หรือไม่? มีการเอาของแพงๆมาทำอาหารให้พนักงานกินโดยท่านไม่รู้หรือไม่? ฯลฯ ผมยังมีวิธีลดค่าใช้จ่ายอีกมากหลายวิธีถ้ามีผู้สนใจ ขอให้บอก ผมจะนำมาอธิบายให้ท่านทราบเพิ่มเติม</span></h4>
<h4 style="text-align:center;"><!--[if !supportLists]--><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:Symbol;"><span>·<span style="font-family:&quot;font-style:normal;font-variant:normal;font-weight:normal;font-size:7pt;line-height:normal;"> </span></span></span><!--[endif]--><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">วิธีการต่อไปก็คือการหารายได้เข้ามาให้มากที่สุดโดยเร็ว เพื่อทดแทนรายได้จากชาวต่างชาติ ผมก็มีข้อเสนอดังนี้</span></h4>
<h4 style="text-align:center;"><!--[if !supportLists]--><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;"><span>o<span style="font-family:&quot;font-style:normal;font-variant:normal;font-weight:normal;font-size:7pt;line-height:normal;"> </span></span></span><!--[endif]--><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">ชักชวนคนไทยที่ไปตั้งรกรากอยู่ในต่างประเทศที่มีอยู่ในประเทศต่างๆทั่วโลกระหว่าง สองสามล้านคน แค่ในอเมริกาประเทศเดียวก็ร่วมล้านคนแล้ว โดยให้ราคาลดพิเศษ คนไทยจะได้กลับมาเที่ยวบ้านกันเยอะๆ</span></h4>
<h4 style="text-align:center;"><!--[if !supportLists]--><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;"><span>o<span style="font-family:&quot;font-style:normal;font-variant:normal;font-weight:normal;font-size:7pt;line-height:normal;"> </span></span></span><!--[endif]--><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">ชักชวนให้คน พม่า ลาว เขมร เวียตนามที่อยู่ในประเทศต่างๆทั่วโลกเข้ามาเที่ยวในไทยด้วยราคาส่วนลดพิเศษเช่นเดียวกัน คนสี่ชาตินี้อพยพออกไปต่างประเทศตอนที่เกิดการสู้รบในประเทศของตน มีอยู่รวมกันมากกว่า สามสี่ล้านคน</span></h4>
<h4 style="text-align:center;"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">แค่นี้เราก็อาจจะได้นักท่องเที่ยวเข้ามาทดแทนเป็นล้านๆคน แม้ไม่ได้มากเท่ากับของเดิม แต่ก็เป็นการปะทังไปพลางๆ <span> </span>จนกว่าสถานะการณ์จะดีขึ้น ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย เปรียบเหมือนเราต้องลอยคอ ตีกรรเชียงถอยหลังประคองตัวไม่ให้จมน้ำตายก่อนที่ทุกอย่างจะดีขึ้น และพร้อมจะลุกขึ้นสู่ใหม่อีครั้ง</span></h4>
<h4 style="text-align:center;"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH"><span> </span>ท่านที่มีเพื่อนฝูงทำธุระกิจโรงแรมช่วยบอกให้เข้ามาลองอ่านดู ถ้าท่านอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมแสดงความคิดเห็นเข้ามาได้เลย มีอะไรที่ผมจะช่วยได้ผมยินดีเสมอ ขออวยพรให้ท่านรอดปลอดภัยและอย่าท้อถอย ทุกอย่างมีทางออกเสมอ ขออย่างเดียวอย่าดื้อดันทุรัง</span></h4>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/travelandgetrich.wordpress.com/613/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/travelandgetrich.wordpress.com/613/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/travelandgetrich.wordpress.com/613/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/travelandgetrich.wordpress.com/613/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/travelandgetrich.wordpress.com/613/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/travelandgetrich.wordpress.com/613/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/travelandgetrich.wordpress.com/613/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/travelandgetrich.wordpress.com/613/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/travelandgetrich.wordpress.com/613/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/travelandgetrich.wordpress.com/613/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=613&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://travelandgetrich.wordpress.com/2008/12/04/%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/1daf7e1558294ff6eca013c3a40f8cc6?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">พาไปเที่ยว--พาไปรวย</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>อาทิตย์อัสดงที่บาหลี</title>
		<link>http://travelandgetrich.wordpress.com/2008/10/22/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://travelandgetrich.wordpress.com/2008/10/22/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 22 Oct 2008 10:43:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>travelandgetrich</dc:creator>
				<category><![CDATA[1]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://travelandgetrich.wordpress.com/?p=593</guid>
		<description><![CDATA[อาทิตย์อัสดงที่บาหลี
ขอทบทวนอีกที เพื่อบางท่านที่ไม่เคยอ่านเรื่องเก่าๆมาก่อนหน้านี้ ว่าบาหลีนั้นเป็นเกาะรูปทรงเปรียบเหมือนนกกระทา หันหน้าไปทางทิศตะวันตก หรือทางประเทศอินเดีย และหันบั้นท้ายไปทางทิศตะวันออกหรือประเทศสิงคโปร์ ชายฝั่งทะเลด้านที่อยู่ทางทิศตะวันออกกับทิศตะวันตกรวมกันแล้ว มีความยาวน้อยกว่าด้านทิศเหนือที่เป็นหลังนกบวกกับด้านทิศใต้ที่เป็นท้องนก ในปัจจุบันเกาะบาหลีนั้นความเจริญและที่พักนักท่องเที่ยวจะมากระจุกตัวอยู่ทาง
ด้านทิศใต้และทิศตะวันออกของเกาะ มากกว่าทางด้านทิศตะวันตกและทางด้านทิศเหนือ ทางด้านทิศตะวันตกนั้นจะมีนักท่องเที่ยวที่พักอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะ เดินทางไปดูพระอาทิตย์ตกทะเลกันมาก เกาะบาหลีนั้นได้รับคำกล่าวขานกันมากในเรื่องความงามของทิวทัศน์และแสง
สีของยามอาทิตย์อัสดง ไม่ทราบว่าทำไมแสงสีของพระอาทิตย์ดอนดกทะเลจึงมีความแปลกกว่าที่อื่น มีการสันนิธานกันว่าความลึกของทะเล บวกกับเถ้าถ่านของภูเขาไฟที่ทับถมกันอยู่ที่ก้นทะเล ส่งผลให้การสะท้อนแสงสีของพระอาทิตย์แปลกไปจากที่อื่น มีคนว่าถ้ามาบาหลีแล้วไม่เห็นพระอาทิตย์ตกทะเลละก็ เหมือนกับมาไม่ถึงบาหลี ไม่ใช่เฉพาะแต่นักท่องเที่ยวเท่านั้นที่มาคอยดูพระอาทิตย์ตกทะเล ชาวบาหลีเองถ้ามีโอกาศก็จะไปเดินเล่นตามชายทะเล รอดูพระอาทิตย์ตกทะเลเช่นเดียวกัน
 ที่เกาะบาหลีมีสถานที่ที่มีวิวสวยๆเป็นฉากประกอบการดูพระอาทิตย์ตกนั้น
หลายแห่งมาก ท่านสามารถเลือกไปดูตามความชอบของท่านได้ ที่มีชื่อเสียงมากแห่งแรกที่ผมจะพาท่านไปดูเรียกว่า “ทะนะลอด” อยู่ห่างจากตัวเมืองแค่สามสิบนาที ที่นี่จะมีวัดฮินดูเก่าแก่อายุหลายร้อยปี สร้างไว้บนเกาะเล็กๆริมทะเล อยู่ห่างจากฝั่งไปแค่ร้อยกว่าเมตร เกาะนี้เวลาน้ำลงจะมีสันทรายโผล่ขึ้นมา เราสามารถเดินไปที่ตัววัดได้ แต่ต้องกลับออกมาก่อนที่น้ำทะเลจะขึ้น มิฉะนั้นเราจะต้องติดค้างอยู่ที่เกาะรอเวลาน้ำลงครั้งใหม่ ที่นี่มีทีจุดดูพระอาทิตย์จากบนฝั่งที่อยู่สูงกว่าตัววัด เวลาพระอาทิตย์ตก เราจะมองเห็นตัววัดที่มีเจดีย์ทรงบาหลีอยู่ด้านหน้า พระอาทิตย์อยู่ด้านหลัง ทำให้เกิดแสงเงาที่สวยงามมาก ผมนำรูปมาฝากท่านแล้วหลายรูป แต่ก็ไม่สามารถเก็บงามทั้งหมดได้เท่ากับมาดูด้วยตาตนเอง






รูปที่ ๑ พระอาทิตย์กำลังจะตกลงสู่ทะเลที่ “ทะนะลอด” หลังวัดฮินดูอายุหลายร้อยปีที่อยู่ห่างจากฝั่งประมาณร้อยกว่าเมตร

picture2
รูปที่ ๒ อีกวิวหนึ่งจากทะนะลอดเช่นเดียวกัน

สถานที่แห่งที่สองที่ผมจะพาท่านไปดูพระอาทิตย์ตกนั้น คือที่ “อูลูวาตู” ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองออกไปประมาณ ๔๕ นาที ถ้าท่านที่เคยอ่านเรื่อง “อูลูวาตูวัดบนหน้าผา” ที่ผมเคยพาท่านไปเที่ยวมาแล้ว [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=593&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><h1 style="text-align:center;"><span style="text-decoration:underline;">อาทิตย์อัสดงที่บาหลี</span></h1>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">ขอทบทวนอีกที เพื่อบางท่านที่ไม่เคยอ่านเรื่องเก่าๆมาก่อนหน้านี้ ว่าบาหลีนั้นเป็นเกาะรูปทรงเปรียบเหมือนนกกระทา หันหน้าไปทางทิศตะวันตก หรือทางประเทศอินเดีย และหันบั้นท้ายไปทางทิศตะวันออกหรือประเทศสิงคโปร์ ชายฝั่งทะเลด้านที่อยู่ทางทิศตะวันออกกับทิศตะวันตกรวมกันแล้ว มีความยาวน้อยกว่าด้านทิศเหนือที่เป็นหลังนกบวกกับด้านทิศใต้ที่เป็นท้องนก ในปัจจุบันเกาะบาหลีนั้นความเจริญและที่พักนักท่องเที่ยวจะมากระจุกตัวอยู่ทาง</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">ด้านทิศใต้และทิศตะวันออกของเกาะ มากกว่าทางด้านทิศตะวันตกและทางด้านทิศเหนือ ทางด้านทิศตะวันตกนั้นจะมีนักท่องเที่ยวที่พักอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะ เดินทางไปดูพระอาทิตย์ตกทะเลกันมาก เกาะบาหลีนั้นได้รับคำกล่าวขานกันมากในเรื่องความงามของทิวทัศน์และแสง</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">สีของยามอาทิตย์อัสดง ไม่ทราบว่าทำไมแสงสีของพระอาทิตย์ดอนดกทะเลจึงมีความแปลกกว่าที่อื่น มีการสันนิธานกันว่าความลึกของทะเล บวกกับเถ้าถ่านของภูเขาไฟที่ทับถมกันอยู่ที่ก้นทะเล ส่งผลให้การสะท้อนแสงสีของพระอาทิตย์แปลกไปจากที่อื่น มีคนว่าถ้ามาบาหลีแล้วไม่เห็นพระอาทิตย์ตกทะเลละก็ เหมือนกับมาไม่ถึงบาหลี ไม่ใช่เฉพาะแต่นักท่องเที่ยวเท่านั้นที่มาคอยดูพระอาทิตย์ตกทะเล ชาวบาหลีเองถ้ามีโอกาศก็จะไปเดินเล่นตามชายทะเล รอดูพระอาทิตย์ตกทะเลเช่นเดียวกัน</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH"><span> </span>ที่เกาะบาหลีมีสถานที่ที่มีวิวสวยๆเป็นฉากประกอบการดูพระอาทิตย์ตกนั้น</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">หลายแห่งมาก ท่านสามารถเลือกไปดูตามความชอบของท่านได้ ที่มีชื่อเสียงมากแห่งแรกที่ผมจะพาท่านไปดูเรียกว่า “ทะนะลอด” อยู่ห่างจากตัวเมืองแค่สามสิบนาที ที่นี่จะมีวัดฮินดูเก่าแก่อายุหลายร้อยปี สร้างไว้บนเกาะเล็กๆริมทะเล อยู่ห่างจากฝั่งไปแค่ร้อยกว่าเมตร เกาะนี้เวลาน้ำลงจะมีสันทรายโผล่ขึ้นมา เราสามารถเดินไปที่ตัววัดได้ แต่ต้องกลับออกมาก่อนที่น้ำทะเลจะขึ้น มิฉะนั้นเราจะต้องติดค้างอยู่ที่เกาะรอเวลาน้ำลงครั้งใหม่ ที่นี่มีทีจุดดูพระอาทิตย์จากบนฝั่งที่อยู่สูงกว่าตัววัด เวลาพระอาทิตย์ตก เราจะมองเห็นตัววัดที่มีเจดีย์ทรงบาหลีอยู่ด้านหน้า พระอาทิตย์อยู่ด้านหลัง ทำให้เกิดแสงเงาที่สวยงามมาก ผมนำรูปมาฝากท่านแล้วหลายรูป แต่ก็ไม่สามารถเก็บงามทั้งหมดได้เท่ากับมาดูด้วยตาตนเอง</span><span id="more-593"></span></p>
<p class="MsoNormal">
<p class="MsoNormal">
<p class="MsoNormal">
<p class="MsoNormal">
<p class="MsoNormal"><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun0.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-595" title="sun0" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun0.jpg?w=1024&#038;h=541" alt="" width="1024" height="541" /></a></p>
<p class="MsoNormal">
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">รูปที่ ๑ พระอาทิตย์กำลังจะตกลงสู่ทะเลที่ “ทะนะลอด” หลังวัดฮินดูอายุหลายร้อยปีที่อยู่ห่างจากฝั่งประมาณร้อยกว่าเมตร</span></p>
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun1.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-596" title="sun1" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun1.jpg?w=931&#038;h=655" alt="" width="931" height="655" /></a></p>
<p>picture2</p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">รูปที่ ๒ อีกวิวหนึ่งจากทะนะลอดเช่นเดียวกัน</span></p>
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun11.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-597" title="sun11" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun11.jpg?w=823&#038;h=411" alt="" width="823" height="411" /></a></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">สถานที่แห่งที่สองที่ผมจะพาท่านไปดูพระอาทิตย์ตกนั้น คือที่ “อูลูวาตู” ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองออกไปประมาณ ๔๕ นาที ถ้าท่านที่เคยอ่านเรื่อง “อูลูวาตูวัดบนหน้าผา” ที่ผมเคยพาท่านไปเที่ยวมาแล้ว คงจะจำได้ แต่วันนี้ผมจะนำรูปเฉพาะตอนพระอาทิตย์ตกดินมาให้ท่านได้ชมกัน</span></p>
<p style="text-align:center;"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">รูปที่ ๓ นี้ถ่ายจากหน้าผาสูงประมาณ ๘๕ เมตร ขณะที่พระอาทิตย์กำลังจะตกลงสู่มหาสมุทรอินเดีย</span></p>
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun2.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-600" title="sun2" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun2.jpg?w=1024&#038;h=614" alt="" width="1024" height="614" /></a></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">รูปที่๔ อีกมุมหนึ่งของอาทิตย์อัสดงที่อูลูวาตู</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center">
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center">
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH"><!--[if gte vml 1]&gt;                    &lt;![endif]--><!--[if !vml]--><!--[endif]--></span></p>
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun12.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-598" title="sun12" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun12.jpg?w=812&#038;h=482" alt="" width="812" height="482" /></a></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">รูปพระอาทิตย์กำลังจะจมลงสู่พื้นน้ำที่อูลูวาตูเช่นเดียวกัน</span></p>
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun13.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-599" title="sun13" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun13.jpg?w=1024&#038;h=499" alt="" width="1024" height="499" /></a></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center">
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">รูปทิวท้ศน์ทะเลหลังจากพระอาทิตย์จมลงต่ำกว่าระดับน้ำทะเลเหลือแต่</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">ลำแสงสุดท้ายจับขอบฟ้า</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH"><!--[if gte vml 1]&gt;                    &lt;![endif]--><!--[if !vml]--><!--[endif]--></span></p>
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun3.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-601" title="sun3" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun3.jpg?w=1024&#038;h=512" alt="" width="1024" height="512" /></a></p>
<p style="text-align:center;"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">สถานที่แห่งที่สามที่เราจะไปดูพระอาทิตย์อัสดงกัน อยู่ห่างจากตัวเมืองไปแค่สิบห้านาที เป็นชายหาดที่อยู่หน้าวัดฮินดูขนาดใหญ่ และสวยมากอีกแห่งหนึ่ง ถ้าท่านที่เคยอ่านเรื่องเยื้องปี้บาหลี วัดนี้ก็คือวัดที่ขบวนแห่ไปทำพิธีกันแล้วและไปหยุดพักที่ริมหาดกัน</span></p>
<p style="text-align:center;">
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun4.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-602" title="sun4" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun4.jpg?w=984&#038;h=483" alt="" width="984" height="483" /></a></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">จากการที่ชายหาดแห่งนี้อยู่ใก้ลตัวเมืองมากจึงมีชาวบาหลีมารอดูพระอาทิตย์ตกกันหนาตา บางคนเตรียมอาหารเย็นมานั่งกินกันไปด้วย  แต่ที่นี่จะไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากนัก</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center">
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun5.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-603" title="sun5" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun5.jpg?w=893&#038;h=458" alt="" width="893" height="458" /></a></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">แห่งที่สี่ ที่เราจะไปดูพระอาทิตย์อัสดงกันนั้น คือ “คูต้าบีช” เป็นชายหาดที่สวยที่สุดและมีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวกันมากที่สุดเต็มไปด้วย</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">โรงแรมและสถานที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว ถ้าเทียบกับบ้านเราก็พอจะเทียบได้กับชายหาดพัทยา ชายหาดแห่งนี้อยู่กลางเมืองเลย จึงมีนักท่องเที่ยวเต็มหาดไปหมด ทั้งที่มาเล่นกระดานโต้คลื่น ลงเล่นน้ำและอาบแดด </span></p>
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun51.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-604" title="sun51" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun51.jpg?w=894&#038;h=580" alt="" width="894" height="580" /></a></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">แห่งสุดท้ายที่เราจะไปดูพระอาทิตย์อัสดงกันคือที่สนามบินบาหลี สนามบินนี้ตั้งอยู่ริมทะเลดังนั้นเมื่อนั่งรอขึ้นเครื่องอยู่ในสนามบินก็จะได้ชม</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">วิวอาทิตย์อัสดงไปพร้อมๆกัน เป็นการชมความสวยงามของบาหลีเป็นครั้งสุดท้ายและเก็บไว้ในความทรงจำของแขกผู้มาเยือน ก่อนที่จะบินจากเกาะอันมีเสน่ห์ในหลายๆด้านแห่งนี้ไป</span></p>
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun6.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-605" title="sun6" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun6.jpg?w=985&#038;h=683" alt="" width="985" height="683" /></a></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">เสียดายที่รูปนี้ไม่ค่อยจะชัด และในวันนั้นเป็นวันที่มีเมฆมากเลยไม่ได้เห็นความสวยงามเท่าที่ควร </span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">ผมพาท่านมาเที่ยวอยู่ที่เกาะบาหลีเสียนานหลายเดือน พาท่านไปซอกแซกดูเรื่องแปลกๆมาหลายเรื่อง พาท่านไปดูเรื่องที่พอจะนำไปทำมาหากินกันบ้าง พาท่านไปดูอะไรที่เราไม่เคยเห็นกันมาก่อนบ้าง วันนี้เราคงจะลาจากเกาะแห่งนี้ไปเที่ยวที่อื่นบ้าง ส่วนจะไปเที่ยวที่ไหนต่อไปจะขอเก็บไว้ก่อน ขอให้ท่านติดตามต่อไป แต่เราอาจจะกลับมาเที่ยวเกาะแห่งนี้กันใหม่อีกก็ได้เมื่อมีโอกาศ</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center"><span style="font-size:18pt;line-height:115%;"> </span></p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/travelandgetrich.wordpress.com/593/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/travelandgetrich.wordpress.com/593/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/travelandgetrich.wordpress.com/593/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/travelandgetrich.wordpress.com/593/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/travelandgetrich.wordpress.com/593/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/travelandgetrich.wordpress.com/593/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/travelandgetrich.wordpress.com/593/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/travelandgetrich.wordpress.com/593/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/travelandgetrich.wordpress.com/593/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/travelandgetrich.wordpress.com/593/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=593&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://travelandgetrich.wordpress.com/2008/10/22/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/1daf7e1558294ff6eca013c3a40f8cc6?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">พาไปเที่ยว--พาไปรวย</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun0.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">sun0</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun1.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">sun1</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun11.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">sun11</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun2.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">sun2</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun12.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">sun12</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun13.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">sun13</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun3.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">sun3</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun4.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">sun4</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun5.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">sun5</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun51.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">sun51</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/sun6.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">sun6</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>อาหารไทยในบาหลี</title>
		<link>http://travelandgetrich.wordpress.com/2008/10/01/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://travelandgetrich.wordpress.com/2008/10/01/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Oct 2008 12:58:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>travelandgetrich</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[ทุเรียน,]]></category>
		<category><![CDATA[ผลไม้,]]></category>
		<category><![CDATA[ฝรั่ง,]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แนวทางทำธุระกิจ,]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://travelandgetrich.wordpress.com/?p=572</guid>
		<description><![CDATA[อาหารไทยในบาหลี
วันนี้ผมจะพาท่านไปเป็นพญาน้อยชมตลาดในบาหลีกันสักตั้ง เพื่อที่จะได้เห็นว่าในบาหลีมีอาหารไทยอะไรมาขายกันบ้าง พูดถึงอาหารไทยแล้วต้องกราบงามๆต่อบรรพบุรุษของเราหลายๆสิบครั้ง ที่คิดค้นการทำอาหารอันแสนอร่อยทิ้งไว้ให้เป็นมรดกตกทอดมาถึงรุ่นเรา ให้ผลิตขายกันไปทั้งโลก ทำให้คนไทยมากมายมีอาชีพมีงานทำ รวมทั้งสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยให้ดังกระฉ่อนไปทั้วโลก ซึ่งเรียกว่าเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างแท้จริง อาหารอย่างต้มยำกุ้งของไทยที่ดังระเบิดเป็นอย่างแรก ตามมาด้วยไก่ต้มข่าที่ทำท่าจะดังแซงต้มยำกุ้งอยู่แล้ว หรืออย่างก๋วยเตี๋ยวผัดไทยที่ดังได้เพราะนักท่องเที่ยวที่มาพักอยู่แถบถนนข้าวสาร กินแล้วติดใจ จนต้องไปตามหากินจากร้านอาหารไทยในประเทศต่างๆทั่วโลก  ทำให้ผัดไทยกลายเป็นอาหารจานเดียวที่มีคนสั่งมากที่สุดในร้านอาหารไทย แม้กระทั้งท่านอดีตประธานาธิบดี บิลล์ คลินตัน ของอเมริกา ก็ยังตกหลุมรักผัดไทยที่ ยายศรี ป้าแหล้ม แม่ละม้าย ฯลฯ บรรจงค้นคิดและรังสรรค์รสชาติไว้ จนต้องให้พ่อครัวประจำทำเนียบขาวทำให้กินแทบทุกอาทิตย์ นี่ก็จัดได้ว่าเป็นนวตกรรมอย่างหนึ่ง นวตกรรมนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นของไฮเท็คเท่านั้น การสร้างสรรอาหารแปลกๆ อร่อยๆก็เป็นนวตกรรมได้ อย่างน้ำพริกศรีราชาของไทยเราก็เป็นนวตกรรมทางอาหารที่โด่งดังมากอีกอย่างหนึ่ง

ตลาดที่ผมจะพาท่านไปชมคือห้างสรรพสินค้า “คาร์ฟูร์” ที่เป็นห้างที่ใหญ่ที่สุดและทันสมัยที่สุดในบาหลี คาร์ฟูร์ที่นี้ไม่ได้ตั้งมาเพื่อขายสินค้าราคาต่ำกว่าร้านโชห่วยอย่างในบ้านเรา แต่คาร์ฟูร์ที่นี้ขายของคุณภาพสูง ของอิมพอตร์ และราคาสูงกว่าร้านอื่นๆทั่วๆไป สินค้าที่นี้มีมาจากทั่วโลก มาเดินที่นี้แล้วมีความภูมิใจในความเป็นคนไทย เพราะจะเห็นสินค้าจากเมืองไทยเต็มไปหมด นอกจากเรื่องอาหารแล้ว ยังมีเครื่องสำอางค์อีกหลายชนิด ที่ผลิตจากเมืองไทย และที่โด่งดังที่สุดตอนนี้คือ กระทิงแดง เครื่องดื่มชูกำลัง สินค้าตัวนี้กำลังดังไปทั่วโลกเช่นกัน ไม่ว่าในเอเชีย ยุโรป หรือแม้กระทั้งในอเมริกา “เรดบุล” กำลังลุยแหลก
 
แต่ก่อนนี้ประมาณ ๕๐-๖๐ ปีมาแล้ว [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=572&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><h1 style="text-align:center;"><strong><span style="text-decoration:underline;"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">อาหารไทยในบาหลี</span></span></strong></h1>
<h3 style="text-align:center;"><span style="font-size:16pt;font-family:&quot;" lang="TH">วันนี้ผมจะพาท่านไปเป็นพญาน้อยชมตลาดในบาหลีกันสักตั้ง เพื่อที่จะได้เห็นว่าในบาหลีมีอาหารไทยอะไรมาขายกันบ้าง พูดถึงอาหารไทยแล้วต้องกราบงามๆต่อบรรพบุรุษของเราหลายๆสิบครั้ง ที่คิดค้นการทำอาหารอันแสนอร่อยทิ้งไว้ให้เป็นมรดกตกทอดมาถึงรุ่นเรา ให้ผลิตขายกันไปทั้งโลก ทำให้คนไทยมากมายมีอาชีพมีงานทำ รวมทั้งสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยให้ดังกระฉ่อนไปทั้วโลก ซึ่งเรียกว่าเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างแท้จริง อาหารอย่างต้มยำกุ้งของไทยที่ดังระเบิดเป็นอย่างแรก ตามมาด้วยไก่ต้มข่าที่ทำท่าจะดังแซงต้มยำกุ้งอยู่แล้ว หรืออย่างก๋วยเตี๋ยวผัดไทยที่ดังได้เพราะนักท่องเที่ยวที่มาพักอยู่แถบถนนข้าวสาร กินแล้วติดใจ จนต้องไปตามหากินจากร้านอาหารไทยในประเทศต่างๆทั่วโลก <span> </span>ทำให้ผัดไทยกลายเป็นอาหารจานเดียวที่มีคนสั่งมากที่สุดในร้านอาหารไทย แม้กระทั้งท่านอดีตประธานาธิบดี บิลล์ คลินตัน ของอเมริกา ก็ยังตกหลุมรักผัดไทยที่ ยายศรี ป้าแหล้ม แม่ละม้าย ฯลฯ บรรจงค้นคิดและรังสรรค์รสชาติไว้ จนต้องให้พ่อครัวประจำทำเนียบขาวทำให้กินแทบทุกอาทิตย์</span><span><span> </span></span><span style="font-size:16pt;font-family:&quot;" lang="TH">นี่ก็จัดได้ว่าเป็นนวตกรรมอย่างหนึ่ง นวตกรรมนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นของไฮเท็คเท่านั้น การสร้างสรรอาหารแปลกๆ อร่อยๆก็เป็นนวตกรรมได้ อย่างน้ำพริกศรีราชาของไทยเราก็เป็นนวตกรรมทางอาหารที่โด่งดังมากอีกอย่างหนึ่ง</span></h3>
<p><span id="more-572"></span></p>
<h3 style="text-align:center;"><span style="font-size:16pt;font-family:&quot;" lang="TH">ตลาดที่ผมจะพาท่านไปชมคือห้างสรรพสินค้า “คาร์ฟูร์” ที่เป็นห้างที่ใหญ่ที่สุดและทันสมัยที่สุดในบาหลี คาร์ฟูร์ที่นี้ไม่ได้ตั้งมาเพื่อขายสินค้าราคาต่ำกว่าร้านโชห่วยอย่างในบ้านเรา แต่คาร์ฟูร์ที่นี้ขายของคุณภาพสูง ของอิมพอตร์ และราคาสูงกว่าร้านอื่นๆทั่วๆไป สินค้าที่นี้มีมาจากทั่วโลก มาเดินที่นี้แล้วมีความภูมิใจในความเป็นคนไทย เพราะจะเห็นสินค้าจากเมืองไทยเต็มไปหมด นอกจากเรื่องอาหารแล้ว ยังมีเครื่องสำอางค์อีกหลายชนิด ที่ผลิตจากเมืองไทย และที่โด่งดังที่สุดตอนนี้คือ กระทิงแดง เครื่องดื่มชูกำลัง สินค้าตัวนี้กำลังดังไปทั่วโลกเช่นกัน ไม่ว่าในเอเชีย ยุโรป หรือแม้กระทั้งในอเมริกา “เรดบุล” กำลังลุยแหลก</span></h3>
<h3 style="text-align:center;"><span> </span></h3>
<h3 style="text-align:center;"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">แต่ก่อนนี้ประมาณ ๕๐-๖๐ ปีมาแล้ว เวลาที่เราพูดถึงอาหารจากเมืองไทย ข้าวไทยจะมาเป็นอันดับแรก ในปัจจุบันข้าวไทยก็ยังเป็นที่นิยมและมีราคาสูงกว่าข้าวชนิดอื่นๆ ที่นี้ถุงบรรจุข้าวสารไทย จะพิมพ์ข้อความชัดเจนเลยว่า “บางกอก ไรซ” ดูรูปแรกข้างล่าง</span></h3>
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food2.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-573" title="food2" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food2.jpg?w=448&#038;h=336" alt="" width="448" height="336" /></a></p>
<h3 style="text-align:center;"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">แต่ที่ดังมากในสมัยนี้ได้แก่ ต้มยำกุ้ง และน้ำพริกเครื่องแกงชนิดต่างๆที่มีวางขายเต็มไปหมดทั้งๆที่นี้มีคนไทยอยู่ไม่มากนัก แสดงว่าผู้ซื้อคืชางต่างชาติเป็นหลักและสินค้าจากไทยที่คาดไม่ถึงว่าจะดังก็คือ แป้งทอดกรอบ สำหรับทำเท็มปุระ โปรดดูรูปด้านล่าง</span></h3>
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/thaifood-002.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-574" title="thaifood-002" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/thaifood-002.jpg?w=334&#038;h=250" alt="" width="334" height="250" /></a></p>
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food1.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-575" title="food1" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food1.jpg?w=448&#038;h=336" alt="" width="448" height="336" /></a></p>
<h3><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">แบบแป้งโกกิ (ซึ่งก็เป็นของคนไทย แต่ตั้งชื่อให้ฟังคล้ายของญี่ปุ่น) หรือต้มยำที่รสชาติดังกระฉ่อนโลก แม้กระทั่งบะหมี่ถ้วยที่ทำมาขาย ยังเขียนชัดเจนว่า “ไทย ต้มยำ” ราคาที่วางขายก็ประมาณ ๘๕ บาทเท่านั้นเอง (ดูรูปถัดไป)</span></h3>
<p style="text-align:center;"><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/thaifood-004.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-576" title="thaifood-004" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/thaifood-004.jpg?w=705&#038;h=529" alt="" width="705" height="529" /></a></p>
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food9.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-577" title="food9" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food9.jpg?w=448&#038;h=336" alt="" width="448" height="336" /></a></p>
<h3 style="text-align:center;"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">นอกจากน้ำพริกแกงแล้วสินค้าที่โด่งดังมากอีกกลุ่มก็คือ พวกผลไม้กระป๋องจากเมืองไทยชนิดต่างๆเช่น เงาะ ลิ้นจี่ ลำไย เป็นต้น แต่แปลกมากที่ไม่มีหน่อไม้ไผ่ตงกระป๋องจากเมืองไทย กลับไปมีหน่อไม้กระป๋องจากจีน ผมเลยถ่ายรูปมาให้ดูกันว่าราคาคิดเป็นเงินไทยแล้วแทบกินไม่ลง</span></h3>
<p style="text-align:center;"><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/bali-new-year-192.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-579" title="bali-new-year-192" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/bali-new-year-192.jpg?w=622&#038;h=466" alt="" width="622" height="466" /></a></p>
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">
<h3 style="text-align:center;"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">สินค้าอีกพวกที่มีผู้นิยมมากคือพวกซอ๊สปรุงรส และสินค้าที่ขึ้นชื่อที่สุดในกลุมนี้คือ น้ำปลา เป็นเรื่องที่แปลกจริงๆว่าการทำน้ำปลานั้นคนไทยทำได้อร่อยที่สุด คนเวียตนามและคนฟิลิปปินส์ มีการทำน้ำปลาอยู่บ้างแต่รสชาติไม่ต่างจากกินน้ำเกลือ แม้กระทั่งชาวเวียตนามและชาวฟิลิปปินส์ที่อยู่ตามต่างประเทศหลายสิบล้านคนยังหันมาซื้อของไทย ที่นี้มีวางขายอยู่หลายยี่ห้อ จะมียี่ห้อไหนบ้างดูรูปเอาเองครับ</span></h3>
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food7.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-580" title="food7" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food7.jpg?w=448&#038;h=336" alt="" width="448" height="336" /></a></p>
<h3 style="text-align:center;"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">ผมเคยแอบได้ยินแม่บ้านชาวต่างชาติกระซิบบอกเคล็ดลับในการทำอาหารไทยให้อร่อยว่าต้องใส่น้ำปลาไม่ใช่ใส่เกลือ แต่เมื่อคำนวนราคาเป็นเงินไทยแล้ว ผมก็เลยใส่น้ำปลาครึ่งเกลือครึ่งแต่ความอร่อยก็ไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด นอกจากน้ำปลาแล้ว ซ๊อสอื่นๆก็ได้รับความนิยมมากเช่นกัน โดยเฉพาะน้ำจิ้มไก่ย่างชนิดหวาน จนมีคนที่นี้ทำเรียนแบบ แต่ต้องชมเชยเค้าที่ตั้งชื่ออย่างเปิดเผยว่า “ซัมเบา-บางกอก”</span></h3>
<h3 style="text-align:center;"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">คำว่า “ซัมเบา” เป็นภาษาอินโดแปลว่า ซ๊อสพริก ผสมคำแล้วแปลว่า ซ๊อสพริกกรุงเทพ แต่ไม่รู้ว่าอร่อยแค่ไหน ไม่เคยซื้อมาลองชิม</span></h3>
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food8.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-581" title="food8" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food8.jpg?w=448&#038;h=336" alt="" width="448" height="336" /></a></p>
<h3 style="text-align:center;"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">พูดถึงน้ำปลาแล้วอยากจะเล่าเรื่องกะปิให้ฟังว่าคนไทยเราเก่งแค่ไหน เท่าที่ผมเห็นมามีอยู่สองชาติในเอเชียที่ทำกะปิเป็น คือไทยกับฟิลิปปินส์ กะปิของไทยนั้นจะมีเนื้อที่เนียนและละเอียด มองดูไม่เห็นตัวเคยที่เอามาทำกะปิ และที่สำคัญกลิ่นจะหอมมาก ยิ่งเวลาห่อใบตองย่างไฟแล้วยิ่งหอมใหญ่ ถ้าย่างในคอนโดที่ต่างประเทศแล้วละก็ฝรั่งจะวิ่งมาเคาะประตู ถามว่า “อะไรไหม้ในครัวหรือ?” แต่กะปิของฟิลิปปินส์นั้นยังมองเห็นชิ้นส่วนของตัวเคย โดยเฉพาะส่วนหัวและลูกตา และกลิ่นไม่ชวนรัปประทาน นี่ก็ฝีมือของบรรพบุรุษของเราอีกเช่นกัน </span></h3>
<h3 style="text-align:center;"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">จากสินค้าของแห้งแล้ว ต่อไปก็เป็นสินค้าของสดซึ่งได้แก่พวกผลไม้ต่างๆ เป็นที่แน่นอน เมื่อพูดถึงผลไม้ไทยที่ขึ้นชื่อเป็นอันดับหนึ่ง ก็ได้แก่ทุเรียนหมอนทอง หมอนทองเท่านั้น ที่นี่ก็มีทุเรียนเหมือนกันแต่เป็นพันธุ์พื้นเมือง แต่ได้แค่วางขายข้างถนน ไม่มีสิทธิ์ขึ้นห้างครับ ที่นี่หมอนทองวางเด่นเป็นสง่าพร้อมติดป้ายชัดเจน “ทุเรียนบางกอก” โปรดดูรูป พร้อมระบุราคาขายที่เห็นในป้าย ๒,๖๒๕ รูเปียต่อ ๑๐๐ กรัม</span></h3>
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food3.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-582" title="food3" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food3.jpg?w=448&#038;h=336" alt="" width="448" height="336" /> </a></p>
<h3 style="text-align:center;"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">หรือ ๒๖,๒๕๐ รูเปียต่อกิโลกรัม คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ ๑๓๐ บาทต่อกิโลเท่านั้น คนที่นี่นิยมกินทุเรียนของไทยมาก เลยไม่เกี่ยงเรื่องราคา นอกจากทุเรียนแล้วผลไม้สดที่นำเข้ามาจากไทยก็มี ลำไย และมะขามหวาน</span></h3>
<p><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food4.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-583" title="food4" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food4.jpg?w=448&#038;h=336" alt="" width="448" height="336" /></a></p>
<h3 style="text-align:center;"><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">วางโชว์กระทบไหล่กับสตอร์เบอรี่และอินทผาลัมจากตะวันออกกลาง แต่มีผลไม้ไทยอีกอย่างที่ผมแทบไม่เชื่อว่าจะมีคนที่นี้จะนิยมกิน ผลไม้ที่ว่านั้นคือ ฝรั่งแช่บ๊วย</span></h3>
<h3 style="text-align:center;"><a href="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food5.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-584" title="food5" src="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food5.jpg?w=336&#038;h=358" alt="" width="336" height="358" /></a></h3>
<h3><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">ขึ้นป้ายไว้ชัดเจนว่า “จัมบู บางกอก” จัมบูแปลว่าฝรั่ง ผสมคำแล้วได้ความว่า ฝรั่งบางกอก</span></h3>
<h3><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH"><span> </span>เป็นอย่างไรครับไปเที่ยวชมตลาดในบาหลีกันแล้วเห็นช่องทางทำมาหากินอะไรกันบ้างหรือยัง? ผมมองเห็นสินค้าจากบ้านเราวางขายเต็มไปหมดทีไร ผมมีความภูมิใจที่เกิดมาเป็นคนไทยทุกที ภูมิใจที่เรามีฝีมือในการผลิตอาหารการกินที่อร่อยจนเป็นที่รู้จัก ไม่ว่าจะเป็น บางกอกไรซ ทุเรียนบางกอก ซัมเบาบางกอก หรือ ไทยต้มยำ ฯลฯ ล้วนแต่เป็นฝีมือของบรรพบุรุษของเราทั้งนั้นที่สร้างมรดกไว้ให้ ผมเคยได้รับข้อสังเกตุจากคนต่างชาติครั้งหนึ่งที่ทำให้อึ่งไปเลย แทบจะไม่อยากบอกใครต่อไปอีกว่าเป็นคนไทย คนต่างชาติท่านนั้นบอกว่า</span></h3>
<h2 style="text-align:center;"><strong><span style="font-size:16pt;line-height:115%;font-family:&quot;" lang="TH">“ประเทศไทยนั้นอะไรๆก็ดีหมด เสียอยู่อย่างเดียวที่มีแต่นักการเมืองที่เลวๆ”</span></strong><strong></strong></h2>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center"><strong><span style="font-size:20pt;line-height:115%;">!!??!!</span></strong></p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/travelandgetrich.wordpress.com/572/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/travelandgetrich.wordpress.com/572/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/travelandgetrich.wordpress.com/572/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/travelandgetrich.wordpress.com/572/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/travelandgetrich.wordpress.com/572/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/travelandgetrich.wordpress.com/572/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/travelandgetrich.wordpress.com/572/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/travelandgetrich.wordpress.com/572/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/travelandgetrich.wordpress.com/572/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/travelandgetrich.wordpress.com/572/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=travelandgetrich.wordpress.com&blog=3016680&post=572&subd=travelandgetrich&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://travelandgetrich.wordpress.com/2008/10/01/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/1daf7e1558294ff6eca013c3a40f8cc6?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">พาไปเที่ยว--พาไปรวย</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food2.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">food2</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/thaifood-002.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">thaifood-002</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food1.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">food1</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/thaifood-004.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">thaifood-004</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food9.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">food9</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/bali-new-year-192.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">bali-new-year-192</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food7.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">food7</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food8.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">food8</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food3.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">food3</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food4.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">food4</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://travelandgetrich.files.wordpress.com/2008/10/food5.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">food5</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>